สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๗

ประเสริฐ จันทรรวงทอง หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและปัญหาแก๊ง Call Center โดยแจ้งว่าได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาด และเสนอแนวทางในการปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ รวมถึงความร่วมมือกับต่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามปัญหาหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ และการระงับ SIM ที่ไม่มีการแสดงตัวตนหรือโทรออกมากผิดปกติ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับ มอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้แทนท่านนะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ ที่ท่านมีความสนใจ แล้วก็มีความห่วงใยในเรื่องปัญหาของพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถามเรื่องแรกนั้นที่ท่านได้พูดมาถึงเรื่องเทคโนโลยี ที่มีการเปลี่ยนแปลง แล้วก็ปัจจุบันนั้นด้วยความเปลี่ยนแปลงนั้นก็ส่งทั้งผลดีและผลเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปัญหาแก๊ง Call Center ผมขออนุญาตได้ตอบคำถามที่ ๑ ดังนี้ นะครับว่า ขณะนี้ผมเองได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการเรื่องนี้ อย่างเด็ดขาด โดยได้ดำเนินการดังต่อไปนี้นะครับ

เรื่องที่ ๑ ในเรื่องการปราบปราม กระทรวง DE ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้าน อาชญากรรมทาง Online ได้ตั้งมาเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ก็ประมาณสัก ๑๐๐ กว่าวันก่อน เรียกว่าศูนย์ AOC ๑๔๔๑ ศูนย์นี้เป็นศูนย์ One Stop Service นะครับ ได้ทำงานร่วมกับ Operator ธนาคารแบงก์ชาติ ปปง. DSI แล้วก็มี กสทช. ด้วยนะครับ ในองค์ประกอบตรงนี้ กสทช. ก็เข้ามาด้วย เพราะฉะนั้นแล้วเราได้บูรณาการการทำงาน ร่วมกัน แล้วก็วันนี้จากการเปิดศูนย์ขึ้นมา ได้มีพี่น้องประชาชนนี้ไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก แล้วก็ตอนนี้มีเฉพาะยอดรวมที่ได้แจ้งมา เคสที่รับแจ้ง ๑๒๓,๐๐๐ เคส แล้วก็ตัวเลขที่ ท่านฐากรได้กรุณาได้มาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ต้องขอขอบคุณนะครับ เป็นตัวเลข ที่น่าตกใจ อันนั้นเป็นตัวเลขตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ไล่มาเรื่อยนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วขณะนี้ หลังจากที่เราตั้งศูนย์แล้ว ตัวเลขก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ โดยล่าสุดผมขออนุญาต ได้ยกตัวอย่าง เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ก็คือ ๒ วันก่อน เราได้รับแจ้งจาก AOC 1441 ๙๓๐ เรื่อง มูลค่าความเสียหายในวันนั้นวันเดียวนะครับ ประมาณ ๘๐ ล้านบาท ก็เป็นไปตามที่ ท่านสมาชิกได้บอกนะครับ ยังเป็นเรื่องหลอกให้ลงทุน เรื่องการข่มขู่ทางโทรศัพท์ เรื่อง Application ดูดเงิน ซื้อของไม่ตรงปก ขณะนี้จากการจัดตั้งศูนย์ AOC เราได้มีการขยายผล การจับกุม แล้วก็มีการปิดบัญชีม้า SIM ม้า ขยายเส้นทางการเงิน โดยร่วมกับ DSI และ ปปง. นะครับ อย่างบัญชีม้านี้ปิดไปแล้วประมาณ ๘๗,๐๐๐ บัญชี

เรื่องที่ ๒ ก็คือเราได้ประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ให้กับพี่น้อง ประชาชน โดยผ่านช่องทาง เรามีศูนย์ประสานงานการแก้ไขปัญหาข่าวปลอม ศูนย์นี้ เป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์ทาง Facebook และช่องทาง Platform ต่าง ๆ มีประชาชนติดตาม ประมาณ ๒๐ ล้านคน

เรื่องที่ ๓ ก็คือการเฝ้าระวัง โดยมีศูนย์เฝ้าระวัง Website ที่ผิดกฎหมาย ๗ คูณ ๒๔ หมายถึงว่าทำงาน ๗ วันตลอด ๒๔ ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ ๑ เดือนพฤศจิกายนถึง ต้นเดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๗ เราได้ระงับข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับอาชญากรรมต่าง ๆ ทั้งหมดแล้วประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่า Website ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่มากพอสมควร

สุดท้ายนะครับ เรื่องความร่วมมือกับต่างประเทศ วันนี้ประเทศไทย โดยกระทรวง DE ได้มีการผลักดันเรื่องหนึ่งในกรอบการประชุมเรื่องของประเทศในกลุ่ม สมาชิกอาเซียน ก็คือเราได้เป็นผู้นำในการตั้งคณะทำงานอาเซียนด้านการป้องกันและ ปราบปรามปัญหาหลอกลวงผ่านสื่อ Online ต่าง ๆ และเมื่อวันอังคารที่ ๑๓ มีนาคม ที่ผ่านมา ท่านศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ท่านปลัดกระทรวง DE ได้เดินทาง ไปประสานงานกับทางฝ่ายกัมพูชา ในการประชุมคณะทำงานดังกล่าวที่กรุงพนมเปญ แล้วก็ ได้ผลคืบหน้าเป็นอย่างดีนะครับ ผมเรียนด้วยความเคารพว่า ขอบคุณในความห่วงใยนะครับ ต้องเรียนว่า กสทช. ได้เข้าร่วมประชุมทุกครั้ง เมื่อเวลาที่เราประชุมเรื่องของ AOC ๑๔๔๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เราจัดตั้งขึ้น และขณะนี้สิ่งที่ได้ทำงานร่วมกันเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการ ระงับ SIM นะครับ SIM ที่ต้องมาแสดงตัวตน ท่านใดหรือนิติบุคคลใดมี Sim เกินกว่า ๖ Sim ขึ้นไปต้องมายืนยันตัวตน แล้วก็ SIM ใดที่พบการโทรออกมากผิดปกติก็ต้องมาแสดง เจตนาต่อ กสทช.

ในคำถามข้อที่ ๑ ผมขออนุญาตต่อท้ายนิดเดียว ขณะนี้ศาลเองได้ให้ ความสำคัญกับเรื่องนี้ และได้จัดตั้งศาลพิจารณาคดีเรื่อง Cyber โดยเฉพาะ ขณะนี้ ได้ประกาศออกมาแล้ว อยู่ระหว่างการออกระเบียบส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมคิดว่าต่อไปคงจะมี การดำเนินการในไม่ช้า สำหรับคำถามข้อที่ ๑ ขอตอบเพียงเท่านี้ครับ ขอขอบคุณครับ