อลงกต มณีกาศ หารือปัญหาผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งในด้านสุขภาพ ความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุ และการติดสุราในเยาวชน พร้อมเรียกร้องให้มีการควบคุมอย่างเข้มงวดผ่านการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้คำนึงถึงสุขภาพและสวัสดิภาพของประชาชนเป็นหลัก มากกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่สินค้าธรรมดาครับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี้ เหมือนเป็นใบเบิกทางหรือว่าเป็นตัวนำพาให้กับเยาวชน ให้กับ ลูกหลานที่เพิ่งหัดดื่มไปสู่สารเสพติด ไม่ว่าจะเป็นยาบ้า ยาไอซ์ หรือว่ายาอี แม้กระทั่ง เป็นใบเบิกทางไปสู่บุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าได้ ท่านประธานครับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แตกต่าง จากสินค้าทั่ว ๆ ไปครับ เพราะว่าเป็นสินค้าที่อันตราย ไม่ใช่สินค้าที่ปลอดภัยแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นแล้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีปัญหาค่อนข้างที่จะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเรื่อง สุขภาพของผู้บริโภคเอง แล้วถ้าควบคุมไม่ดีพอก็จะเกิดปัญหากับทางสังคมได้อีกหลายอย่าง แล้วที่สำคัญก็มีผลกระทบต่อการพัฒนาความยั่งยืนของประเทศชาติ สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีตัวแทนภาคีเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดนครพนมประมาณ ๓๐ กว่าคน เดินทางมา พบผมอยู่ที่สำนักงาน ส่วนใหญ่มาจากอำเภอบ้านแพง มาจากอำเภอนาทมของเขต ท่าน สส. ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ก็ได้มาเล่าให้ผมฟังถึงความทุกข์ลำบากที่ได้รับผลกระทบ จากคนในครัวเรือนที่ติดสุรานะครับ มีแม่บ้านอยู่รายหนึ่งเล่าให้ฟังว่าอยากจะหนีไปบวชชี ไปอยู่วัดแล้วนะครับ เพราะว่าที่บ้านสามีติดเหล้า นอกจากนั้นแล้วลูกชายก็ยังดื่มเหมือนกัน แล้วบ่อยครั้งที่พ่อและลูกชกต่อยกันเป็นประจำ หัวอกของคุณแม่แทบสลาย แม่บ้าน อีกรายหนึ่งก็เล่าให้ฟังว่า สามีตัวเองเวลาเมาทีไรชอบทำร้ายตบตีตัวเองอยู่เป็นประจำ มักจะชวนเพื่อนมาดื่มที่บ้าน บอกกับเพื่อนว่าอยากจะเตะเมียโชว์ให้เพื่อนดูนะครับ อันนี้ล่ะครับ ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมีอยู่อย่างมาก อีกรายหนึ่งเป็นนายทหาร เกษียณอายุราชการแล้วจากต่างจังหวัดเป็นคนบ้านแพง จังหวัดนครพนม ก็ได้ร่วม คณะเครือข่ายมาด้วย ท่านก็เล่าให้ฟังครับว่าอยากจะกลับมาเกษียณอายุที่บ้านเกิดจังหวัด นครพนมอยู่ที่บ้านแพง เพราะว่าอากาศดีมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วพอมาอยู่กับพบว่า ข้าง ๆ บ้านวัยรุ่นดื่มสุราทุกวันส่งเสียงดัง แล้วนอกจากนั้นในวัยรุ่นกลุ่มนี้ก็ยังทั้งค้า แล้วก็ ทั้งเสพยาเสพติด ผู้นำชุมชนก็ไม่กล้าที่จะรายงานทางอำเภอหรือทางจังหวัดนะครับ ขณะเดียวกันบางท่านได้เล่าให้ผมฟังอย่างนี้ครับว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันเหมือนกับ สารเสพติดที่มันถูกกฎหมายครับ ซึ่งสารเสพติดตัวนี้ถูกต้องตามกฎหมายก็จริงครับ แต่ว่า สร้างความเสียหาย สร้างความหายนะ สร้างผลกระทบในหลาย ๆ มิติ ทุกมิติ ทุกระดับ ทั้งต่อตัวบุคคล ทั้งต่อตัวครอบครัว ต่อสังคม ต่อชุมชน และต่อประเทศชาติครับ เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ยังกระตุ้น หรือเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหลาย ๆ อย่างนะครับ อย่างที่เรา คุ้นเคยกันดีไม่ว่าจะเป็นโรคตับแข็ง หรืออาจจะเป็นตับอักเสบ ไขมันพอกตับ ไขมันเกาะตับ บางครั้งก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุการให้เกิดโรคมะเร็งในหลาย ๆ ที่ หลาย ๆ แห่ง นอกจากนั้นแล้วแอลกอฮอล์ก็ยังทำให้เกิดโรคในเรื่องของหลอดเลือดทางสมอง หรือว่า โรคทางจิตประสาท รวมถึงก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ หรือว่าการทะเลาะวิวาท หรือว่าการก่ออาชญากรรมต่าง ๆ นะครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์เป็นอุปสรรคที่สำคัญอย่างยิ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศนะครับ คนไทยเราเสียชีวิตจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปีหนึ่งประมาณ ๒๖,๐๐๐ คน เฉลี่ยแล้ว ทุก ๒๐ นาที จะมีคนไทยเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ ๑ ราย แล้วจากการศึกษาพฤติกรรมของ เยาวชนในสถานพินิจ ก็พบว่าเด็กและเยาวชนร้อยละ ๔๐.๘ ก่อคดีในระหว่างที่ดื่มสุรา หรือว่าภายใน ๕ ชั่วโมงหลังจากดื่มสุรา ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคดีเกี่ยวกับเรื่องของทำร้าย ร่างกายประมาณ ๕๕.๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เป็นคดีเกี่ยวกับความผิดทางเพศประมาณ ๔๖.๒ เปอร์เซ็นต์
ส่วนข้อมูลจาก สสส. ในปี ๒๕๖๕ มีข้อมูลผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนน ๑๔,๘๕๔ คน เป็นสาเหตุจากการดื่มหรือเมาแล้วขับถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ยังเป็นปัจจัยในการกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว ปัจจุบัน ประเทศไทยเรามีพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้ หลาย ๆ ที่ก็บอกว่าดี เพราะว่ามีมาตรการสอดคล้องกับการลดผลกระทบจากเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำกัดสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำกัดช่วงเวลา หรือควบคุมการโฆษณา หรือควบคุมการส่งเสริมการขาย มาตรการควบคุมเมาแล้วขับ หรือมาตรการในด้านของราคา แล้วก็เรื่องของภาษี ซึ่งทั้งหมดเป็นนโยบายที่ทั่วโลก ก็ให้การยอมรับว่าเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้วประเทศไทยเรา การบังคับใช้กฎหมายยังไม่ดีพอ ขณะเดียวกันผู้ติดสุราเองมีแทบทุกหมู่บ้าน และที่สำคัญ อายุน้อยลง เมื่อก่อนคนติดสุราหรือสุราเรื้อรัง ๕๐ ปีขึ้น ๖๐ ปีขึ้น ปัจจุบัน ๓๐ กว่าปีเอง อายุน้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งการเปลี่ยนบทบาทของวัฒนธรรมของสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเปลี่ยนจากการยอมรับมันโดยไม่ได้ไตร่ตรองในชีวิตประจำวัน มาเป็นการคำนึงถึง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างรอบคอบมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่อย่างนั้นแล้วก็จะเกิด ปัญหาเหมือนในอดีตว่า ครั้งหนึ่งเราเคยเห็นว่าผลิตภัณฑ์จากยาสูบเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เพราะฉะนั้นแล้วผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งในการที่จะรับร่างกฎหมายทุกฉบับแต่ต้องไม่เป็นการ เอื้อประโยชน์แก่ผู้ผลิตรายใหญ่ แต่กฎหมายฉบับที่จะแก้ไขนี้จะต้องคำนึงถึงสุขภาพ คำนึงถึง ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน แล้วก็ปกป้องเยาวชนให้มากกว่าคำนึงถึงเรื่อง เศรษฐกิจ คำนึงถึงแต่เรื่องของรายได้ของประเทศอย่างเดียว เพราะฉะนั้นแล้วเห็นด้วยเป็น อย่างยิ่งทุกฉบับครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ