ดนุพร ปุณณกันต์ ชี้แจงผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งมุ่งคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มข้ามเพศ พร้อมเน้นย้ำว่าการแก้กฎหมายนี้ไม่ใช่การให้สิทธิพิเศษ แต่เป็นการปรับให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคมและพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศ รวมถึงการกำหนดอายุขั้นต่ำในการสมรสที่ 18 ปี และการรับรองสถานะครอบครัวอย่างเท่าเทียม เพื่อเป็นก้าวสำคัญสู่ความเท่าเทียมทางเพศในสังคมไทย
ท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม ดนุพร ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมขออนุญาต ท่านประธานไม่นานครับ เพื่อที่จะชี้แจงกับสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ครับว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในมาตรา ๔ ได้กล่าวถึงศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ โดยใจความว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะเข้าร่วมโหวตในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ นะครับว่า การแก้ไข กฎหมายฉบับนี้เราทำเพื่อคนไทยทุกคน ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ นั้น ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งได้เสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้ทั้งหมด ๔ ฉบับครับ ซึ่งฉบับแรกนั้นเป็นฉบับของคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ฉบับที่ ๒ เป็นร่างของคุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ เป็นผู้เสนอ ฉบับที่ ๓ เป็นร่างของคุณสรรเพชญ บุญญามณี เป็นผู้เสนอ และฉบับที่ ๔ เป็นร่างของคุณอรรณว์ ชุมาพร กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๑,๖๑๑ ท่าน เป็นผู้เสนอ และแน่นอนครับ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ นั้น สภาแห่งนี้มีมติที่จะรับหลักการ โดยการพิจารณาเราจะใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลัก ในการพิจารณา ท่านประธานได้แจ้งกับที่ประชุมไปแล้วว่าเรามีกำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน ซึ่งครบกำหนดแล้วเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๗ ปรากฏว่าไม่มีสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรท่านใดได้ยื่นคำแปรญัตติครับ
ผมเรียนว่ากรรมาธิการวิสามัญที่ได้ตั้งขึ้น ณ วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ นั้น เราประชุมครั้งแรกในวันพุธที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๗ และครั้งสุดท้ายในวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ เราใช้เวลาในการประชุมตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายที่ตรวจร่างการประชุมนั้น เราใช้เวลาทั้งหมด ๑๒ ครั้ง ซึ่งก็อยู่ในระยะเวลาที่ทาง สส. ทางหลายพรรคการเมืองก็ได้แจ้ง กับพี่น้องประชาชนที่รอคอยและคาดหวังกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ว่าจะใช้เวลาให้เร็วที่สุด ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญของพวกเรานั้นได้พิจารณา โดยใช้เวลาประมาณสัก ๒ เดือนครึ่ง ซึ่งเราได้พิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คำปรารภ และพิจารณาเรียงลำดับรายมาตราจนจบร่าง ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด ๖๘ มาตรา ซึ่งผมเรียนนะครับว่าสรุปคร่าว ๆ มีอยู่ ๓ ประเด็น ที่ผมจะขอทางสภาผู้แทนราษฎรนั้นได้สรุปคร่าว ๆ ให้หลาย ๆ ท่านได้รับทราบว่าประเด็นที่ กรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาแล้ว และสรุปเป็นข้อมาง่าย ๆ คือประมาณ ๓ ข้อครับ
ข้อแรก คณะกรรมาธิการเห็นว่าบทบัญญัติในบางมาตราของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีการใช้ถ้อยคำไม่สอดคล้องกับบริบทของสังคมในปัจจุบัน จึงมีการปรับถ้อยคำ ให้มีความเหมาะสมเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศ
ข้อที่ ๒ คณะกรรมาธิการเห็นว่าเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการหมั้นและการสมรส ของบุคคลควรกำหนดไว้ที่อายุ ๑๘ ปีบริบูรณ์ เพื่อให้ผู้ที่จะทำการหมั้นหรือสมรสมีอายุ พ้นจากความเป็นเด็ก และเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายภายในประเทศที่มีบทบัญญัติ เกี่ยวข้องกับเด็ก รวมทั้งหลักการคุ้มครองสิทธิเด็กในการป้องกันปัญหาการแต่งงานในวัยเด็ก กับการบังคับให้เด็กแต่งงาน และแน่นอนครับ ประเด็นที่ผมพูดมาทั้งหมดนั้นมันจะไปเชื่อมกับ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนฉบับอื่นที่ทาง ประเทศไทยนั้นเป็นภาคีอยู่
ข้อที่ ๓ คณะกรรมาธิการได้เพิ่มบทบัญญัติขึ้นใหม่จำนวน ๑ มาตรา เพื่อกำหนดให้คู่สมรสที่ก่อตั้งครอบครัวตามประมวลกฎหมายฉบับนี้ มีสิทธิ หน้าที่และ สถานะทางกฎหมายตามกฎหมายอื่น ที่ได้กำหนดไว้ให้แก่สามีภริยา หรือสามีภรรยาในทันที ซึ่งจะเป็นการลดภาระให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ในการทบทวนและแก้ไขกฎหมาย ที่มีอยู่ในความรับผิดชอบครับ อย่างไรก็ตามในกรณีที่กฎหมายฉบับใดกำหนดสิทธิ หน้าที่ สถานะทางกฎหมาย หรือเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับสามีภริยา หรือสามีภรรยาไว้แตกต่างกัน หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องยังคงต้องดำเนินการทบทวนกฎหมายดังกล่าวให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้
นอกจากนี้กรรมาธิการได้มีการตั้งข้อสังเกต เพื่อให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง พิจารณาปรับปรุงกฎหมายในความรับผิดชอบของตัวเอง ให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อวันนี้เราจะได้ส่งให้กับ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป และก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ผมขอเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังท่าน สส. ทุก ๆ ท่าน รวมทั้งส่งต่อไปยัง พี่น้องประชาชนว่ากฎหมายฉบับนี้เราแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อทุกคนในประเทศไทย เพราะว่า หลังจากที่ได้มีการผ่านวาระที่ ๑ ไปแล้ว เราเองก็ได้ฟังเสียงรอบด้าน แล้วก็มีการพูดคุยว่า กฎหมายฉบับนี้ทำเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดของผม ที่เป็นประธาน และทุก ๆ ท่านเราพิจารณาด้วยความรอบคอบ และขอยืนยันครับว่า กฎหมายฉบับนี้ชายหญิงทั่วไปท่านเคยได้รับสิทธิอย่างไร ท่านจะไม่เสียสิทธิแม้แต่น้อย สิทธิของท่านในทางกฎหมายยังเท่าเดิมทุกประการ และในทางเดียวกันครับ กฎหมายฉบับนี้ จะคุ้มครองคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งก็แล้วแต่ทุกท่านจะเรียกว่าเป็น LGBT เป็นผู้ชายข้ามเพศ ผู้หญิงข้ามเพศหรืออะไรก็ตาม แต่วันนี้ทุกสังคมไม่ว่าประเทศไทยหรือต่างประเทศ ผมเชื่อว่า ทุกคน ณ ที่นี้รวมถึงพี่น้องประชาชนทางบ้านทราบดีครับว่าเราไม่ได้มีเพียงแค่เพศชาย เพศหญิงอีกต่อไปแล้ว มีคนกลุ่มหนึ่งที่อาจจะเกิดมาเป็นเพศชายหรือเพศหญิงเขาเลือกเกิด ไม่ได้ครับ แต่คนเหล่านี้เขาเลือกที่จะเป็นตามสิ่งที่เขาต้องการ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ เราต้องการที่จะคืนสิทธิให้คนกลุ่มนี้ เราไม่ได้ให้สิทธิเขาครับ เป็นสิทธิเบื้องต้นที่คนกลุ่มนี้ แล้วแต่ท่านจะเรียก เขาเสียสิทธินี้ สิทธิที่ผมพูดข้างต้น แน่นอนครับ เป็นสิทธิของ การรักษาพยาบาล การลดหย่อนภาษีต่าง ๆ การเสียภาษีที่ผมได้เรียนไปแล้ว รวมถึงการเซ็น ยินยอมให้เข้าสู่กระบวนการรักษาพยาบาล คนเหล่านี้เขาไม่เคยได้สิทธิแบบนี้ ดังนั้นการแก้ไข กฎหมายฉบับนี้เป็นการคืนสิทธิ และทุกพรรคการเมืองเมื่อตอนหาเสียงเลือกตั้งเราก็เคยบอก กันครับว่า เราอยากจะทำให้สังคมนี้เป็นสังคมที่เท่าเทียมกัน เราจะลดความเหลื่อมล้ำ ในสังคมของประเทศไทย
ดังนั้นผมขอเรียนท่านประธานผ่านไปยัง สส. รวมทั้งผ่านไปยังพี่น้อง ประชาชนครับว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความเท่าเทียม และพวกเรา เข้าใจกันดี กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่ยาที่จะรักษาได้ทุกโรค แต่อย่างน้อยเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในการที่จะสร้างความเท่าเทียมกันในสังคมไทย วันนี้ฝากท่าน สส. ทุกท่านครับ เชิญชวนทุกท่าน มาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เราจะเป็นประเทศที่ ๓ ในภูมิภาคเอเชีย ที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม เราจะเป็นประเทศแรกในภูมิภาค Southeast Asia ครับ และเราจะภาคภูมิใจในเวทีโลกครับว่า ประเทศไทยวันนี้เห็นความสำคัญของความเหลื่อมล้ำ ในสังคม เห็นความสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเพศ อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วครับ คนเหล่านี้เลือกเกิดไม่ได้ เขาเลือกที่จะเป็น เป็นสิทธิของเขาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกประการ ดังนั้นเชิญชวนทุกท่านให้ร่วมพิจารณากับคณะกรรมาธิการ ๖๘ มาตรา เข้าใจว่า อาจจะค่อนข้างเยอะ แต่ว่ามีการปรับแก้ไม่มากนักถ้าท่านได้ฟัง รวมทั้งแน่นอนครับ ในการ ประชุมกรรมาธิการวิสามัญเองมีบางมาตราที่เราไม่สามารถมีความเห็นที่ตรงกันในการ พิจารณา มีผู้สงวนคำแปรญัตติแค่ประมาณ ๑๔ มาตราเท่านั้นเอง ก็ขอให้ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรนั้นได้พิจารณาไปพร้อม ๆ กันทั้งสภา และหวังว่าวันนี้พวกเราในฐานะ ตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศจะร่วมสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทย ผมเรียนท่านประธานครับ บัดนี้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว โดยใช้ระยะเวลาประมาณ ๒ เดือนครึ่ง ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร และ สส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่จะเข้าร่วมกันพิจารณาในวาระต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ