เทียบจุฑา ขาวขำ เสนอให้ปรับปรุงฐานข้อมูลประชาชนด้วย Big Data เพื่อใช้เงินกู้ช่วยเหลือโควิด-19 อย่างถูกต้อง และเน้นการบริหารความเสี่ยงของโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคเกษตรเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรับทราบ รายงานผลการดำเนินงาน ตามมาตรา ๘ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า พ.ร.ก. เงินกู้เพิ่มเติมแก้ไข ปัญหาโควิดดังนี้ การออกพระราชกำหนดเพิ่มเติมฉบับนี้ได้ให้อำนาจกระทรวงการคลัง มีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ หรือจะออกตราสารหนี้ก็ได้ ก็ได้กู้ไปแล้ว ดำเนินการแล้ว รวมมูลค่าไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเอามาแก้ไขปัญหาผลกระทบจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ดิฉันได้อ่านรายงานฉบับนี้พบว่า ณ วันสิ้นสุด งบประมาณปี ๒๕๕๖ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแผนงานและโครงการจำนวน ๒,๕๓๙ โครงการ แต่ก็มีบางหน่วยงานที่ขอยกเลิกโครงการไปจำนวน ๑๗๒ โครงการ เนื่องจากไม่สามารถ ดำเนินการให้ทันหรือทำงานในวงเงินที่ใช้ไปทั้งหมด ไม่ได้ แต่ว่าใช้ไปแล้ว ประมาณ ๔๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเป็น ๙๔.๘๕ เปอร์เซ็นต์ของวงเงิน ซึ่งหากเราจะพิจารณา ผลสำเร็จของการใช้เงิน หรือเงินกู้ที่กู้ตามพระราชกำหนดนี้ เพิ่มเติมฉบับนี้ประสบ ความสำเร็จหรือไม่ แต่ดิฉันคิดว่าประสบความสำเร็จ เพราะ ๙๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็สามารถ ดำเนินการที่ปฏิบัติงานโครงการได้ครบตามโครงการเป็นส่วนใหญ่นะคะ แต่ถ้าหากเรามา พิจารณาถึงผลการดำเนินงาน ประโยชน์และวัตถุประสงค์ของเงินกู้ตามพระราชกำหนดนั้น จะพบว่ากระทรวงการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้ดำเนินการจ้างที่ปรึกษา เพื่อติดตามประเมินผลแผนงานและโครงการภายใต้พระราชกำหนดฉบับนี้ โดยที่ปรึกษา ก็จะทำการประเมินโครงการทั้งหมด ๒๕๐ โครงการ แล้วก็พบว่าผลการประเมินในระดับ ภาพรวมของทุกแผนงานอยู่ในระดับ Grade A ก็คือดีมาก นี่เป็นการสะท้อนให้เห็นถึง การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้เงินกู้ ท่านประธานคะ พระราชกำหนดฉบับนี้ แบ่งแผนงานออกเป็น ๓ แผนงาน โดยแต่ละแผนงานก็จะมีการประเมินผลการดำเนินงาน แล้วก็มีข้อเสนอแนะของการดำเนินงานแต่ละแผนงานนั้น เพื่อการใช้ประโยชน์ในเงินกู้ ตามพระราชกำหนด หรือกฎหมายเงินกู้ฉบับนี้ได้บรรลุวัตถุประสงค์สามารถสร้างประโยชน์ ดูแลพี่น้องประชาชนให้ได้ประโยชน์มากนะคะ ดิฉันคิดว่าแผนงานหรือโครงการที่มี วัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาโรคระบาดโควิด-๑๙ ที่คณะที่ปรึกษาได้ประเมินอยู่ในระดับ Grade A หรือระดับดีมาก โดยมีข้อเสนอแนะว่าควรมีการปรับปรุง ดิฉันขอเน้นย้ำนะคะ ในข้อเสนอแนะควรมีการปรับปรุงระเบียบหรือมาตรการการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการเงินกู้ ให้รอบคอบ ให้ดี ให้ชัดเจน เพื่อสร้างความคล่องตัวให้กับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อทันในการทำงานแก้ไขปัญหาของพี่น้อง ประชาชนได้ดียิ่งขึ้นนะคะ ดังนั้นแม้บางโครงการก็จะมีระเบียบแล้วก็ต้องสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจแก่ผู้ปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้น สามารถดูแลบริการแก้ไขปัญหา ของพี่น้องประชาชนได้ตรงจุดนะคะ
อันที่ ๒ แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและเยียวยา และชดเชยให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโควิด-๑๙ ซึ่งมี ผู้ประเมิน ประเมินแล้วอยู่ใน Grade A ดีมาก แล้วก็มีข้อเสนอว่าควรจะปรับปรุง ดิฉันขอ เสนอนะคะว่านำข้อเสนอของผู้ประเมินนั้นมาเสนอท่านประธานว่าควรมีการปรับปรุง ฐานข้อมูลของพี่น้องประชาชนที่มีประสิทธิภาพ จัดทำ Big Data ให้แต่ละหน่วยงานสามารถ ดึงข้อมูลที่ถูกต้อง ที่ทันสมัยจากฐานข้อมูลเดียวกัน เพื่อสามารถใช้เงินกู้ให้ถูกต้องกับ พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และถูกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการรับความช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วนนะคะ ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นสิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องควรจะต้องดำเนินการสร้าง Big Data เพื่อนำมาดูแลและบริการพี่น้องประชาชน ได้อย่างครบถ้วนค่ะ
อันที่ ๓ แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโควิด-๑๙ นั้น ผลประเมินก็อยู่ในระดับ Grade B หรือ D ก็มีข้อเสนอว่าควรมีการวิเคราะห์และจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงของโครงการ โดยเฉพาะโครงการช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร และพี่น้องเกษตรกร เนื่องจากพี่น้อง เกษตรกรมีอาชีพการเกษตรเสียส่วนใหญ่ แล้วก็ของประเทศด้วยซ้ำไป เหมือนภาคเกษตร สร้างรายได้หลักอย่างมหาศาลให้กับประเทศไทย ดังนั้นท่านประธานค่ะ ดิฉันเห็นว่าควรเน้น ที่จะต้องมีแผนวิเคราะห์การจัดทำบริหารความเสี่ยงของโครงการให้กับพี่น้องเกษตรกร ก็เพราะว่าภาคเกษตรมีตัวแปรที่เราควบคุมไม่ได้เยอะ เช่น ธรรมชาติ เรื่องดิน เรื่องน้ำ เรื่องลม เรื่องฝนนะคะ แล้วก็ยังมีปัจจัยจากราคาอุปกรณ์การเกษตรด้วย ราคาปุ๋ยด้วย ทั้งแพง บางทีราคาขึ้นลงไม่แน่นอนนะคะ ดิฉันจึงขอฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีการ วางแผนบริหารความเสี่ยงของโครงการและพัฒนาการช่วยเหลือภาคเกษตร เพื่อไม่ให้เกิด ความซ้ำซ้อน เพื่อไม่ให้เกิดการใช้เงินผิดพลาด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับพี่น้อง ประชาชนค่ะท่านประธาน กราบขอบพระคุณค่ะ