จินดารัตน์ วิริยะทวีกุล รายงานผลการดำเนินงานและเบิกจ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนดเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากโควิด-19 ในปีงบประมาณ 2566 ซึ่งครอบคลุมการจัดซื้อวัคซีน การสนับสนุนระบบสาธารณสุข การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก โดยมีการเบิกจ่ายไปแล้วกว่าร้อยละ 90 และได้รับผลการประเมินในระดับดีมากถึงระดับ B พร้อมย้ำการนำผลการประเมินไปพัฒนาโครงการในอนาคตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ก็จะมีคำแถลง ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะนะคะ เรื่องรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๘ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะคะ ดิฉัน นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ที่ปรึกษาด้านหนี้สาธารณะ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ขอกราบเรียนว่าตามมาตรา ๘ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ จะขอเรียกสั้น ๆ ว่า พระราชกำหนดกู้เงินโควิด-๑๙ เพิ่มเติมนะคะ ก็ได้บัญญัติไว้ว่าในการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารและจัดการการกู้เงินและการเบิกจ่ายเงินกู้ การชำระหนี้การรายงาน การกู้เงินและการอื่นใดที่เกี่ยวกับการกู้เงินตามพระราชกำหนดนี้ ให้นำความในมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนดกู้เงินโควิด-๑๙ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม ซึ่งตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนดกู้เงินโควิด-๑๙ ก็บัญญัติไว้ว่า ภายใน ๖๐ วันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ ให้กระทรวงการคลังรายงานการกู้เงินตาม พระราชกำหนดที่ได้กระทำในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้วให้รัฐสภาทราบ โดยรายงาน ดังกล่าวอย่างน้อยก็ต้องระบุรายละเอียดของการกู้เงิน วัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ กระทรวงการคลังก็ขอรายงานผลการกู้เงินตามพระราชกำหนดกู้เงินโควิด-๑๙ เพิ่มเติม ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ที่ได้ดำเนินการมาดังนี้ค่ะ เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ กระทรวงการคลังก็ได้ลงนามในสัญญากู้เงิน แล้วออกตราสารหนี้จำนวนรวม ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ของวงเงินกู้ตามพระราชกำหนด โดยเป็นการกู้เงิน ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ จำนวน ๑๔๔,๑๖๖.๓๕ ล้านบาท และปีงบประมาณ ๒๕๖๕ จำนวน ๓๕๕,๘๓๓.๖๕ ล้านบาท และ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นสิ้นปีงบประมาณ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแผนงาน หรือโครงการตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เสนอ จำนวน ๒,๕๓๙ โครงการ โดยมีหน่วยงานที่ขอยกเลิกโครงการจำนวน ๑๗๒ โครงการ คงเหลือโครงการทั้งสิ้น จำนวน ๒,๓๖๗ โครงการ วงเงินรวม ๔๙๙,๕๒๑ ล้านบาท ซึ่งหน่วยงานได้เบิกจ่ายเงินกู้แล้ว จำนวน ๔๗๓,๗๙๗.๙๗ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๔.๘๕ ของวงเงินอนุมัติ อย่างไรก็ดี ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ มีโครงการที่ใช้จ่ายเงินกู้ ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ดำเนินการ แล้วเสร็จ จำนวน ๒,๓๐๓ โครงการนะคะ และ สบน. ก็ได้ดำเนินการว่าจ้างกิจการร่วมค้า (Joint Venture) บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด จำกัด และมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบาย เศรษฐกิจการคลัง เรียกว่า กลุ่มที่ปรึกษา เพื่อติดตามประเมินผลแผนงานหรือโครงการ ภายใต้ พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจาก การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ร่วมกับ สบน. โดยได้มี การสุ่มประเมินโครงการตามหลักทางสถิติจำนวน ๒๕๐ โครงการ คิดเป็นร้อยละ ๙๙.๒๓ ของวงเงินอนุมัติ โดยมีผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับ Grade A หรือดีมาก ๒.๖๙ คะแนน ซึ่งมีผลการประเมินแต่ละแผนงานดังนี้ค่ะ
แผนงานที่ ๑ แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหา การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ มีผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับ Grade A หรือดีมาก ๒.๘๘ คะแนน ซึ่งเป็นโครงการที่ ครม. ได้อนุมัติ จำนวน ๔๕ โครงการ ภายใต้กรอบวงเงินกู้ประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เบิกจ่ายเงินกู้ไปแล้วจำนวน ประมาณ ๒๐๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๑.๔๐ ของวงเงินอนุมัติ โดยมีการ ดำเนินโครงการที่สำคัญ เช่น การจัดซื้อวัคซีนโควิด-๑๙ จำนวน ๘๗.๖๖ ล้านโดส การสนับสนุนค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจำนวน ๑๓๕,๕๐๐ กว่าล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้กับผู้ติดเชื้อที่ไร้สิทธิ จำนวน ๑,๓๔๗ ล้านบาท การสนับสนุนค่าตอบแทนสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน ๙,๔๖๓ กว่าล้านบาท
แผนงานที่ ๒ คือแผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ประชาชนทุกอาชีพ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา มีผลการประเมินภาพรวมอยู่ในระดับ Grade A หรือดีมาก ๒.๕๕ คะแนน โดยโครงการที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ จำนวน ๓๑ โครงการ ภายใต้กรอบ เงินกู้ ๑๕๕,๔๓๕ กว่าล้านบาท เบิกจ่ายเงินกู้แล้ว ๑๕๓,๓๘๐ กว่าล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๘.๖๘ ของวงเงินอนุมัติ โดยเป็นการใช้จ่ายเงินกู้สำหรับโครงการ เยียวยาผู้ประกันตน ตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ รวมทั้งสิ้น ๑๑.๙๔ ล้านราย การช่วยบรรเทา ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค จำนวน ๒๘.๒๗ ล้านราย รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่มีอายุเกิน ๖๕ ปี จำนวน ๑๑,๒๐๑ ราย และเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา จำนวน ๓๐,๔๙๑.๖๗ ล้านบาท
สำหรับแผนงานสุดท้ายนะคะ แผนงานที่ ๓ แผนงานหรือโครงการที่มี วัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ มีผลการประเมินภาพรวมอยู่ในระดับ Grade B หรือ D ๒.๕๔ คะแนน โดยโครงการที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ จำนวน ๒,๒๙๑ โครงการ ภายใต้กรอบวงเงินกู้ ๑๒๓,๙๘๙ กว่าล้านบาท เบิกจ่ายเงินกู้แล้ว จำนวน ๑๑๙,๒๔๐ กว่าล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๖.๑๗ ของวงเงินอนุมัติ โดยมีนายจ้างกลุ่ม SMEs ได้รับเงินอุดหนุน จำนวน ๒๔๐,๗๑๘ ราย มีการรักษาระดับการจ้างงานเดิม จำนวน ๓,๒๕๖,๑๓๘ ราย และการจ้างงานใหม่ จำนวน ๑๗๖,๙๘๗ ราย มีผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีนวัตกรรมจากวัตถุท้องถิ่น ๔๕ ผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ การดำเนินโครงการในพื้นที่เศรษฐกิจฐานรากสามารถขยายช่องทางการสัญจรให้ง่ายต่อการ เชื่อมต่อของผู้บริโภคด้วยค่ะ ทั้งนี้กระทรวงการคลังจะนำผลสัมฤทธิ์ของโครงการดังกล่าว มาใช้ในการปรับปรุงโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบค่ะ