เชตวัน วิพากษ์การละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนจากการชุมนุมปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗

เชตวัน เตือประโคน อภิปรายเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อเด็กและเยาวชนจากการชุมนุมในปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ โดยวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจและการศึกษาที่ข่มขู่คุกคาม ใช้ความรุนแรง และพันธนาการเด็ก รวมถึงเรียกร้องให้ตรวจสอบการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อย่างจริงจัง

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมือง คูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวาย ผมขอร่วมอภิปรายผลการตรวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีเด็กที่ออกมาใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพ ในการชุมนุม ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุคลากรทางการศึกษาข่มขู่คุกคาม ใช้ความรุนแรง รวมทั้ง ใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อปราบปรามการแสดงออกของเด็ก ในปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๔ ครับ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ และชื่นชมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้ไปทำการ ตรวจสอบเรื่องนี้และมีรายงานเล่มนี้ออกมา ขอบคุณ Amnesty ครับ ที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน จนได้ทำการร้องเรื่องนี้ต่อ กสม. ท่านประธานครับ ผลการ ตรวจสอบเล่มนี้ก็ออกมาแล้ว และก็ชัดเจนในการแสดงความเห็นเรื่องของการชุมนุมของเด็ก ในช่วงปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ นั้นว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น และก็น่าตกใจเป็น อย่างยิ่งครับว่า องค์กรหรือบุคลากรที่เป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการทำข่มขู่ คุกคามใช้ความรุนแรง หรืออีกสารพัดวิธีการนั้น เป็นองค์กร เป็นบุคลากรที่เมื่อเด็กได้ยินแล้วควรที่จะรู้สึกปลอดภัย ตำรวจอย่างนี้ ครูอย่างนี้ นี่ควรเป็น สิ่งที่เด็กได้ยินชื่อเสียงเรียงนามแล้วควรจะเป็นที่พึ่งพิง ควรจะเป็นที่ปลอดภัยของพวกเขา ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมมันกลับตาลปัตรไปหมดครับ สำหรับการอภิปรายในครั้งนี้ครับ ท่านประธาน ผมขอพูดถึงในส่วนของตำรวจ ท่านประธานจำได้ไหมครับ ในการชุมนุม ครั้งหนึ่งของเยาวชน มีเหตุการณ์ปราบปรามผู้ชุมนุมเกิดขึ้น สื่อมวลชนสามารถบันทึกคลิป วิดีโอได้ในช่วงที่เจ้าหน้าที่กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน หรือ คฝ. พูดกับสื่อว่า ขอพวกพี่สนุกหน่อยมันเต็มที่แล้ว เคยได้ยินไหมครับท่านประธาน ขอให้พวกพี่สนุกหน่อย มันเต็มที่แล้ว พร้อมกับไล่สื่อมวลชนให้กลับบ้าน แล้วจากนั้นก็กรูกันไปสลายการชุมนุมกัน อย่างสนุกมือจริง ๆ เรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่โต เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง แต่ทว่าสิ่งที่ เกิดขึ้นก็คือเจ้าหน้าที่ก็ยังคงปฏิบัติการสลายการชุมนุมอย่างรุนแรง อย่างละเมิดสิทธิ มนุษยชน ละเมิดสิทธิเด็กต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผู้ถูกร้องบอกว่า มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ชุมนุมทั้งการฝึกทบทวน และฝึกผู้ที่ไม่เคย ผ่านการฝึกอบรม รวมทั้งกำหนดแนวทางการปฏิบัติงาน ดูแลการชุมนุมสาธารณะด้วยการ จัดทำคู่มือปฏิบัติการดูแลการชุมนุมสาธารณะตาม พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดูแลการชุมนุมสาธารณะในห้วงเวลาที่ผ่านมาด้วย ในรายงานนี้ ท่านบอก นี่ฝึกอบรมแล้วหรือครับ ฝึกอบรม คฝ. กันแบบไหนผลถึงได้ออกมาเป็นแบบนี้ คุณวาฤทธิ์ สมน้อย อายุ ๑๕ ปี จากจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดไปแล้ว ผู้ชุมนุมคนนี้ถูกยิงเสียชีวิตที่ สน. ดินแดง คุณสายน้ำอายุ ๑๗ ปี ถูกยิงด้วยกระสุนยาง ๒ ครั้ง ขณะกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ชุมนุม ผู้ประท้วงรายอื่นที่บาดเจ็บระหว่างปฏิบัติการของ ตำรวจนี่ฝึกอบรมแล้วหรือครับ ยิงคนที่เข้าไปช่วยผู้ได้รับบาดเจ็บ และไม่ใช่แค่ครั้งเดียวครับ ยิงถึง ๒ ครั้ง คุณสายน้ำเล่าให้ฟังครับว่า หลังจากที่ถูกยิงเขาพยายามที่จะวิ่งหนี แต่ตำรวจ ควบคุมฝูงชนเข้ามาดักหน้าดักหลัง จับเขากดลงไปที่พื้น ถูกเตะ และใช้อะไรไม่รู้ที่เป็น ของแข็งคล้ายกระบองทุบตีเขา ค้นตัวเขาไปทั่ว และจากนั้นก็เอาสาย Cable Tie มามัดมือ ยังมีเด็กอายุ ๑๒ ปี ที่เข้าร่วมชุมนุมบริเวณแยกดินแดงถูกจับกุมโดยที่เจ้าหน้าที่ใช้กุญแจมือ พลาสติก หรือ Cable Tie พันธนาการควบคุมตัว ฝึกอบรม คฝ. กันแบบไหนไม่ทราบครับ ไม่ทราบหรือครับว่า มาตรา ๖๙ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดี เยาวชนและครอบครัว หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า ศาลเยาวชนนั้น ห้ามมิให้ใช้เครื่องพันธนาการ ในการจับกุมเด็ก และสาย Cable Tie นี้ มีคนที่เคยโดน เขาบอกว่ามันรัดแน่น เจ็บและ ทรมานมาก ๆ นี่แค่เรื่องการสลายชุมนุมการจับกุมนะครับ ในส่วนของเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ยังมีกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐคอยติดตามสอดส่องไปจนถึงบ้าน เด็กอายุ ๑๖ ปีคนหนึ่ง ถูกตามอยู่เป็นเดือนเลย ๑ เดือนเต็ม ๆ เลย ท่านประธานครับ ทีนี้พอเรามาดูในส่วนของ ข้อกล่าวหาที่ดำเนินคดีกับเด็ก ซึ่งแค่ออกมาใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แค่ออกมา ชุมนุมนะครับ มีคดีอะไรบ้างครับ ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่ประกาศตอนช่วงโควิด แล้วก็ ลากยาวครอบคลุมมาถึงเรื่องของการชุมนุมของเยาวชนด้วย มีความผิดตาม ป. อาญา ม. ๑๑๖ ยุยง ปลุกปั่น และก็มีมากมายอีกเช่นกันครับ ที่โดนข้อกล่าวหาความผิดตาม ป. อาญา มาตรา ๑๑๒ เด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปีโดนคดี ม. ๑๑๒ ครับ นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจ มากกับการใช้ข้อกล่าวหานี้กับเด็ก ซึ่งจากการสังเกตการณ์ในช่วงตลอด ๒ ปีที่มีการชุมนุม ของ Amnesty นั้น มีการนำคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์มาใช้จัดการผู้ชุมนุมประท้วง รวมถึง เด็กเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะเน้นย้ำว่า นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ ประเทศไทยที่ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์กับเด็กครับ นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจ นะครับท่านประธาน และในรายงานการตรวจสอบฉบับนี้ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ท่านเองก็มีมติว่าประเด็นการดำเนินคดีอาญากับเด็ก เนื่องจากการแสดงออก และการชุมนุมเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งผมขอขยายความต่อจากประโยคของท่าน ตามความเข้าใจของผมนะครับ แล้วท่านอาจจะ ตอบผมด้วยแล้วกันว่า ตามความเข้าใจของผม คดีอาญาทุกคดีรวมถึงความผิดเกี่ยวกับ ป. อาญา มาตรา ๑๑๒ ด้วยใช่หรือไม่ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎรของเราก็ควรได้มาศึกษามติของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในเรื่องนี้ และที่สำคัญครับ ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ที่คาดว่าจะมีการพิจารณา เพื่อออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไปนั้น ควรจะครอบคลุมถึง ความผิด ป. อาญา มาตรา ๑๑๒ ด้วย เพราะเขาถูกใช้เป็นข้อกล่าวหาดำเนินคดีในการชุมนุม กับเด็กและเยาวชนที่ผ่านมา ขอบคุณครับ