สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗

ทรงศักดิ์ ทองศรี แถลงปัญหาเกี่ยวกับชุมชนในจังหวัดภูเก็ตที่ไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน และขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยเหลือการขยายเขตไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน โดยขอให้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายแทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล จังหวัดภูเก็ต เขตการเลือกตั้งที่ ๑ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงสมาชิกว่า เรื่องที่ท่านได้กรุณา ถามก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ แล้วก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ต้องขอชื่นชม จริง ๆ ที่ท่านได้ทำหน้าที่ของการเป็นผู้แทนราษฎรด้วยดีเสมอมา แล้วก็อย่างที่ท่านได้ กราบเรียนท่านประธาน ว่าผมก็ได้มีโอกาสตอบกระทู้ถามท่านหลายรอบ นี่เป็นรอบที่ ๒ สำหรับข้อกังวล ข้อห่วงใยที่ท่านได้ให้ความกรุณาถาม เรื่องของการขยายเขตไฟฟ้าในชุมชน ๕ ชุมชนอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าใน ๕ ชุมชนนั้น ประกอบด้วยชุมชนแหลมตุ๊กแก ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งชุมชนดังกล่าว มีลักษณะที่ดินเป็นที่ดินของเอกชน ในระหว่างนี้อยู่ระหว่างมีกรณีพิพาทปัญหากันอยู่ ประชาชนไม่มีเอกสารสิทธิและทะเบียนบ้านประกอบการขอใช้ไฟ และไม่อยู่ในโครงการ จัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลที่เรียกว่า คทช. ปัจจุบันมีใช้บางส่วน จากโครงการก่อสร้างบ้านที่อยู่อาศัยหลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิ แล้วบางส่วนก็ใช้วิธีการ ในการต่อพ่วงไฟจากพื้นที่ใกล้เคียง

ชุมชนที่ ๒ เป็นชุมชนปลากะตักพัฒนา ก็อยู่ในตำบลและอำเภอ จังหวัด เดียวกัน ลักษณะที่ดินเป็นที่ดิน น.ส.ล. หรือเรียกว่าหนังสือสำคัญที่หลวง ประชาชน ไม่มีเอกสารสิทธิที่ดินประกอบการขอใช้ไฟฟ้า พื้นที่ดังกล่าวไม่อยู่ในโครงการจัดที่ดินทำกิน ให้กับชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ที่เรียกว่า คทช. ปัจจุบันประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก็จะใช้ การต่อพ่วงไฟจากพื้นที่ใกล้เคียงเช่นเดียวกัน

ชุมชนที่ ๓ เป็นชุมชนโรงโฟม ตำบลรัษฎา จังหวัดภูเก็ต เช่นเดียวกัน ลักษณะ ที่ดินเป็นพื้นที่ป่าไม้ป่าชายเลน ประชาชนไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินประกอบการ ขอใช้ไฟ และพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในโครงการที่ดินทำกินในชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เขาใช้ประโยชน์ในที่ดิน ปัจจุบันเขาใช้วิธีการในการต่อพ่วงไฟใช้ ก็เหมือนกับ ๒ ชุมชนที่ผ่านมา

ชุมชนที่ ๔ ชุมชนบ้านสะปำ ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ลักษณะที่ดินเป็นพื้นที่ป่าชายเลนเช่นเดียวกัน ซึ่งได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ตามโครงการ จัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนตามนโยบายรัฐบาล คทช. ปัจจุบันบางส่วนขอใช้ไฟฟ้าจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว แต่บางส่วนอยู่ระหว่างการยื่นคำร้องขอขยายเขตการไฟฟ้าอยู่ เรื่องนี้องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว แจ้งความประสงค์จะสนับสนุนงบประมาณในการ ขยายเขตไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในปี ๒๕๖๗

ชุมชนที่ ๕ เป็นชุมชนชาวเลราไวย์ ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัด ภูเก็ต ลักษณะที่ดินเป็นที่ดินเอกชนมีปัญหา อยู่ในกรณีพิพาทเช่นเดียวกัน ประชาชน ไม่มีเอกสารสิทธิหรือหนังสือยินยอมขอใช้ไฟประกอบในการขอใช้ไฟ และไม่อยู่ในโครงการ จัดที่ดินทำกินตามนโยบายรัฐบาล ที่เรียกว่า คทช. ทำให้ปัจจุบันนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ ก็ต้องพ่วงไฟใช้กับพื้นที่ใกล้เคียงเช่นเดียวกัน

ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าจากข้อมูลที่ได้กราบเรียน ท่านประธานเบื้องต้น แล้วก็ประกอบกับรัฐมนตรี มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๖ และระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยการขอใช้ไฟและบริการ พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙/๑๔/.๒ การขอไฟในพื้นที่ของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน หรือพื้นที่ผู้อาศัย ไม่มีสิทธิครอบครองตามกฎหมาย ผู้ขอใช้ไฟจะต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของพื้นที่เป็น ลายลักษณ์อักษร อันนี้เป็นข้อความสำคัญในมติ ครม. เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๖ แล้วก็ ส่วนราชการทุกส่วนก็นำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด อันนี้เป็นเงื่อนไขในมติ ครม. ในการ กำหนดให้ส่วนราชการทุกส่วนดำเนินการ เพราะฉะนั้นพื้นที่ทั้ง ๕ ชุมชนนี้ ประเด็นอยู่ที่ว่า ผู้ใช้ไฟคนที่อยู่นี้ บางชุมชนก็จะมีเรื่องของบ้านเลขที่ถาวร แล้วก็มีชั่วคราวก็มี แต่เงื่อนไข คือว่าต้องให้เจ้าของพื้นที่นี้ต้องมีหนังสือยินยอม แล้วก็นำหนังสือยินยอมนี้ไปขอการติดตั้งไฟ กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพราะฉะนั้นถ้าหากชุมชนไหนไม่มีข้อมูล ไม่มีรายละเอียดครบ หลักเกณฑ์ครบ มันก็ทำให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเองก็ไม่สามารถที่จะต่อไฟให้ใช้ได้ เพราะเป็นไปตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๖ นั่นเป็นคำตอบ ข้อ ๑ ครับ