ไชยา พรหมา ชี้แจงแนวทางส่งเสริมการผลิตพืชอาหารสัตว์เพื่อลดการพึ่งพิงสินค้านำเข้า พร้อมเน้นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับกระทรวงพาณิชย์เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคาและต้นทุนให้เกษตรกร โดยเสนอแผนงานในปีงบประมาณ 2567 ในการปรับพื้นที่เพาะปลูกและเร่งสร้างความเข้าใจร่วมกับเกษตรกรตามข้อเสนอที่ได้หารือไว้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ตอบคำถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ท่านฐิติมา ฉายแสง สำหรับในเรื่องของ การส่งเสริมและทำความเข้าใจให้กับเกษตรกร เราได้ใช้องคาพยพของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ทุกหน่วยงานในขณะนี้ แล้วก็เริ่มต้นในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ที่จะถึงนี้ว่าจากนี้ไป เราต้องส่งสัญญาณให้กับพี่น้องเกษตรกรให้ได้รับทราบอย่างที่ท่านได้นำเรียนแล้วว่าต่อไปนั้น ความต้องการของพืชอาหารสัตว์นั้นมีความต้องการ แล้วก็จะเป็นการลดต้นทุนการผลิตของ พี่น้องเกษตรกรอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง ไม่ว่าจะเป็น มันสำปะหลัง ต้องเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าอาหารสัตว์นั้นมีอยู่ ไม่เฉพาะในเรื่องของถั่วเหลืองอย่างเดียว อาหารสัตว์นั้นไม่ว่าจะเป็นหมู ไม่ว่าจะเป็น สัตว์เคี้ยวเอื้องนั้น มีอาหารอยู่ทั้งอาหารข้น แล้วก็อาหารหยาบ อาหารข้นนั้นจะ ประกอบด้วย ต้นทุนอาหารสัตว์ที่เกี่ยวข้องก็คือข้าวโพด มีถั่วเหลือง มีมันสำปะหลัง ซึ่งในขณะนี้เกษตรกรมีความเคยชินในการที่จะซื้อสินค้าสำเร็จรูปที่มีขายในท้องตลาด แล้วก็เป็นธุรกิจภาคการเกษตร เราพยายามที่จะรณรงค์ให้เกษตรกรนั้นยืนบนขาของตัวเอง ให้ได้ ในเรื่องของการผลิตอาหารหยาบ ในขณะนี้เราได้มีแผนงานในการที่จะให้ความรู้กับ พี่น้องเกษตรกร โดยกรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ หน่วยงานของกระทรวง เกษตรนั้นต้องให้ความรู้ว่าพื้นที่การเพาะปลูกพืชบางตัวนั้นจะต้องใช้น้ำเยอะ ยกตัวอย่างเช่น ข้าว เราใช้น้ำ ๑,๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ในขณะที่เราปลูกข้าวโพดและปลูกถั่วเหลือง นั้นใช้น้ำเพียง ๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ดังนั้นราคาก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการที่จะทำให้ เกษตรกรนั้นหันมาปลูกพืชอื่นเพื่อตัวแทนเพื่อจะสร้างรายได้ ผมยกตัวอย่างเช่นว่า มีพี่น้อง เกษตรกรในขณะนี้เราพยายามที่จะให้เกษตรกรได้รับทราบว่ามีเกษตรกรบางพื้นที่ในภาค อีสานเจอปัญหาภัยแล้ง แล้วเขาก็ไม่ได้ทำนาเพราะว่าเขาจะต้องต่อสู้กับภัยแล้งโดยตลอด วันนี้เขาไม่ได้ทำนา เขาเอาพื้นที่ที่เคยทำนามาบริหารจัดการด้วยการปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นความต้องการของตลาด นั่นคืออาหารหยาบ ผมพูดถึงอาหารหยาบว่าในขณะนี้ ความต้องการของทางด้านปศุสัตว์นั้น เรื่องอาหารหยาบนั้นเป็นปัจจัยหลักสามารถที่จะ ส่งเสริมให้เกษตรกรนั้นสามารถที่จะช่วยเหลือตนเองได้ อาหารหยาบนั้นเรามีพันธุ์ที่สำหรับ ส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปลูกในการถ่ายทอดให้กับพี่น้องเกษตรกรนั้น ในปีหนึ่งสามารถ ที่จะปลูกได้ถึง ๘ Crop ด้วยกัน ค่าเฉลี่ยต่อไร่เปรียบเทียบกับการทำนาแล้วการปลูกหญ้า เลี้ยงสัตว์อาจจะมีผลประกอบการ หรือว่าอาจจะมีรายได้มากกว่าการทำนาด้วยซ้ำไป อันนี้ มีตัวอย่าง แล้วก็มีหลักฐานยืนยันว่ามีพี่น้องเกษตรกรนั้นเป็นคนให้ข้อมูลกับทางสื่อมวลชน แล้วก็พี่น้องประชาชนทั่วไปว่าเขาสามารถที่จะยืนหยัดด้วยตัวเองได้ อันที่ ๒ ก็คืออาหารข้น อย่างที่ได้นำเรียนแล้วว่าข้าวโพดเองนั้นเรามีความต้องการ ๘ ล้านตันต่อปี ขณะที่ในประเทศ เราผลิตได้เพียง ๔ ล้านตันต่อปี ถั่วเหลืองก็เช่นกันครับ วันนี้อย่างที่ท่านได้นำเรียนว่า แม่แตงโมเดล ก็คือแปลงทดลองของอำเภอแม่แตง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ในการปลูกถั่วเหลือง ซึ่งขณะนี้มีพี่น้องเกษตรกรยังปลูกถั่วเหลืองอยู่ แล้วเป็นพื้นที่ที่ได้รับการส่งเสริม แต่ว่าด้วย ปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาก็ดี ไม่ว่าจะเรื่องของระบบชลประทานก็ดี ในเรื่องของ ผลผลิตแล้วเปรียบเทียบกับที่จะขายได้ ในขณะที่เกิดการนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่านี่ เกิดการ Dump ตลาด เกิดการทุ่มตลาด ทำให้พี่น้องเกษตรกรเองก็แบกรับภาระเรื่องราคาไม่ไหว เพราะว่านำเข้า มามันถูกกว่าภายในประเทศ มันก็ทำให้พื้นที่โดยเฉพาะอำเภอแม่แตงจากที่เคยมีการปลูก ถั่วเหลืองจำนวนมาก วันนี้ก็ลดลงอย่างที่ท่านได้นำเรียนแล้ว ปัจจัยที่สำคัญอย่างนี้ เราก็ ทำงานร่วมกันกับกระทรวงพาณิชย์ว่าเราจะต้องกำหนดทิศทางให้ชัดเจนว่า ถ้าหากเราจะ ดูแลและส่งเสริมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่ในการส่งเสริมในการผลิต ในขณะที่ ราคาและการจำหน่ายนั้นกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ที่กำกับดูแล หลายหน่วยงาน หลายแห่ง หลายคณะกรรมการเรามีบอร์ดที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของอาหารสัตว์ เขาเรียกว่า คณะกรรมการรักษาเสถียรภาพราคา ดูในเรื่องของราคาจำหน่ายดูในเรื่องของต้นทุน การผลิต ซึ่งการทำงานร่วมกันของทั้ง ๒ กระทรวงนั้น ได้คำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ว่า ถ้าหากว่า เราส่งเสริมแล้ว เปรียบเทียบราคาผลผลิตจากการนำเข้าราคาในท้องตลาดแล้ว ต้นทุน การผลิตกับการนำเข้ามาแล้วหักกลบลบกันแล้วอาจจะถูกกว่า อันนี้ก็เป็นปัจจัย เพราะเรา ต้องปกป้องพี่น้องเกษตรกรที่เป็นผู้ผลิตภายในประเทศเช่นกัน อันนี้คือเป็นปัญหาที่จะต้อง เป็นปัญหาในเชิงระบบที่เราจะต้องดำเนินการในการแก้ไขต่อไป
ในขณะนี้กระทรวงการเกษตรและสหกรณ์เอง ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ นั้น เรามีแผนการในการที่จะทำความเข้าใจให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่ว่า ต่อไปในการ ปรับพื้นที่ในการผลิตอาหารสัตว์นั้นเป็นสิ่งที่มีความเป็นและยังเป็นความต้องการของตลาด ที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศอยู่ ในขณะนี้นะครับงบประมาณที่เราได้มา จากการพิจารณาของทางสภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็จะได้ดำเนินการเร่งรัดและส่งเสริม และทำความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนให้มากยิ่งขึ้น และให้เข้าใจถึงบทบาทและความ จำเป็นในการที่จะขยายพื้นที่การเพาะปลูกตามที่ท่านสมาชิกได้นำเรียนในที่ประชุมแล้ว ต่อไปครับ ขอบคุณครับ