เจษฎา ดนตรีเสนาะ ขออนุญาตใช้สไลด์ประกอบการนำเสนอข้อมูลในการประชุมสภา พร้อมอภิปรายสนับสนุนรายงานการศึกษาแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยเสนอให้มีนโยบายภาพรวมที่ชัดเจน บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานอย่างไร้พรมแดน และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบายเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ ครับ สมาชิกผู้แทนราษฎรปทุมธานี เขต ๒ พรรคก้าวไกล คนปทุมลุ่มน้ำเจ้าพระยาครับ ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
วันนี้ผมขออนุญาตร่วมอภิปราย สนับสนุนรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติพิจารณาการศึกษาการแก้ไขปัญหาและ การพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ อย่างยั่งยืนนะครับ รายงาน เล่มนี้ผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้ทำเล่มรายงานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพนะครับ แต่เล่มรายงานนี้ ที่ผมอ่านดูเป็นเล่มรายงานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ดีครับ เพียงแต่ว่าเป็น ประมวลกฎหมายที่ขาดเจตนาหลังตัวบทครับท่านประธาน ทำไมผมถึงพูดว่าเป็นกฎหมาย ที่ขาดเจตนาหลังตัวบท เพราะว่ามันขาดภาพกว้าง ๆ ของนโยบายในการแก้ไขปัญหา ด้านต่าง ๆ ครับประธาน ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เช่น อย่างเช่นปัญหาน้ำแล้งนี้เราต้องมี เป้าหมายก่อนครับว่า พื้นที่ป่าเราจะเอาพื้นที่ป่าหรือจะเอาพื้นที่กักเก็บน้ำ พื้นที่ป่า กี่เปอร์เซ็นต์ พื้นที่กักเก็บน้ำกี่เปอร์เซ็นต์ เราต้องดูก่อนครับ แต่อันนี้ไม่มีนะครับ น้ำท่วมเราจะอยู่ เราจะสู้หรือเราจะหนี ต้องมีตัวนี้ครับท่านประธาน เพราะไม่อย่างนั้น นโยบายมันออกมาไม่ได้ อยู่มันก็จะออกนโยบายมารูปแบบหนึ่ง สู้เราก็จะมีนโยบายอีกแบบหนึ่ง หนีเราก็จะมีนโยบายอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นหากเรามีเจตนาหลังตัวบทหรือนโยบายรวม ๆ ของการบริหาร เราก็จะสามารถเดินได้ตรง เดินได้แม่น ประหยัดงบประมาณ ประหยัดเวลา ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เราจะเข้าร่วมกับธรรมชาติหรือเราจะต่อต้าน หากเราเข้าร่วมเราก็ จะมีนโยบายที่อยู่กับธรรมชาติ หากเราต่อต้านเราก็ต้องออกนโยบายที่สร้างโครงสร้างแข็ง สร้างโครงสร้างอ่อนมาเพื่อให้เราอยู่ได้ แต่มันจะเป็นการต่อต้านกับธรรมชาติ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผมอยากจะมาชวนเพื่อนสมาชิกและฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล ว่านโยบายเงาเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นมากในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องของน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำเค็ม น้ำแล้ง น้ำเสีย ล้วนต้องใช้นโยบายเงาทั้งสิ้น เพื่ออะไรครับ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับงบประมาณ บุคลากร แล้วก็เวลา เพราะฉะนั้นผมถึงขึ้น สไลด์ว่า ทะเลสาบสงขลาร่วมฟื้นคืนลมหายใจ หน่วยงานรัฐต้องไร้พรมแดน ที่ผมพูดเช่นนี้ เพราะว่าการบริหารจัดการน้ำหรือทรัพยากรน้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมากมายเหลือเกิน หลายสิบหน่วยงาน แล้วก็ยากเหลือเกินถ้าหากต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างใช้งบ ต่างคนต่างใช้คน ไม่มีทางสำเร็จครับ ผมอยู่ในกรรมาธิการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ผมเห็นเลยว่าหากเรา ไม่ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ นโยบายด้านน้ำของประเทศเราก็จะเป็นเช่นนี้ไปอีก หลายสิบปีครับ ลุ่มน้ำทะเลสาบประกอบด้วย ๖ จังหวัด ข้อมูลอันนี้อาจจะมีการคลาดเคลื่อน นะครับ ก็คือ ๓๕ หน่วยงาน ๘ กระทรวง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด ๑๖ จังหวัด ๑๖ จังหวัด ยังไม่นับรวมหน่วยงานท้องถิ่น กี่ตำบล กี่เทศบาล หากต่างคนต่างทำปัญหาน้ำท่วมของลุ่ม น้ำเจ้าพระยาไม่มีทางสำเร็จได้ครับ เราต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา เพราะว่าน้ำไหลจาก ที่สูงลงที่ต่ำ จากภาคเหนือลงภาคกลางออกอ่าวไทย มันไม่มีทางหยุดที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำกับการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเค็ม น้ำเสีย เราจะต้องร่วมมือกัน หน่วยงาน สทนช. กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากร น้ำบาดาล จะต้องร่วมมือกัน จะด้วย MOU ก็ดี ข้อตกลงร่วมกันก็ดี หรือประสานงานกัน ภายในภายนอกก็ดี จะต้องร่วมมือกัน ไม่อย่างนั้นไม่มีทางแก้ไขปัญหา เพราะว่า ๑ ลุ่มน้ำ กินหลายจังหวัด และแต่ละจังหวัดจะสะเปะสะปะไม่ได้ ผมยกตัวอย่างเช่น คุ้งบางกะเจ้ามี ๖ ตำบล คุ้งบางกะเจ้าต้องการน้ำจืด แต่ทิศตะวันตกเปิดน้ำเค็มเข้าทิศตะวันออกไปเปิดให้ น้ำจืดเข้า น้ำเค็มมันก็เข้าอยู่ที่เกาะ มันก็ไม่ออกไป พอไม่ออกไปก็ทำให้ดินเค็ม ดินเค็มก็ ปลูกพืชไม่ได้ พอปลูกพืชไม่ได้ แต่ภาษีที่ดินเก็บเท่าเดิมครับ มันจึงเป็นปัญหาที่วนเวียนอยู่ เช่นนี้ จึงเป็นแนวทางที่ผมจะนำเสนอคือ หน่วยงานรัฐต้องไร้พรมแดน ทุกหน่วยงานต้อง บูรณาการร่วมกัน คำว่า บูรณาการร่วมกัน มีอยู่ในกฎหมายหลายฉบับในหลายโครงการ แต่มันไม่ได้บูรณาการจริง ๆ หากมันบูรณาการจริง ๆ ประเทศไทยไปได้ไกลกว่านี้ ไปได้เร็ว กว่านี้แน่นอน ต้องระดมผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ เข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหา ใช้งบประมาณ อย่างมีประสิทธิภาพ และสุดท้ายที่สำคัญที่สุด นอกจากหน่วยงานราชการร่วมมือกันแล้ว ต้องให้ภาคประชาชนมี ส่วนร่วมในการตัดสินในการตัดสินใจในการทำนโยบายหรือโครงการต่าง ๆ ด้วย เพราะรัฐ ไม่สามารถตัดเสื้อ Size เดียว แล้วให้ประชาชนทุกคนในประเทศนี้ใส่ได้ ความต้องการของ แต่ละภูมิภาค ความต้องการแต่ละลุ่มน้ำไม่เหมือนกัน หน่วยงาน สทนช. กรมชลประทาน จะต้องลงไปดูแลพื้นที่เพื่อพูดคุยกับประชาชน แล้วก็ทราบความต้องการของเขา แล้วก็นำ ความต้องการของเขามาออกแบบเพื่อให้ได้เสื้อที่ใส่พอดีกับทุก ๆ คน อย่างไรผมขออนุญาต ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานรัฐบาลด้วยนะครับว่า ต้องให้หน่วยงานร่วมมือกันเพื่อแก้ไข ปัญหาให้กับประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ