สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ หารือเรื่องปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างกว้างขวางในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว และเรียกร้องการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายเพิ่มเติม โดยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการเสพติด 3 ประการ คือ การเปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วย การคืนลูกหลานให้ครอบครัว และการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง เพื่อแก้ไขปัญหาการเสพติดและสร้างระบบสังคมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขอร่วมอภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงาน ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ ค่ะ ท่านประธานคะ ประเด็นปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นในทั่วทุกหัวระแหงในปัจจุบันเป็น ปัญหาใหญ่ของสังคมไทยที่ได้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความเป็นปกติสุข ของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน โดยแนวโน้มของการแพร่ระบาดของยาเสพติดท่ามกลาง กระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกในยุคศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งการ เปลี่ยนแปลงในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีที่มี พลวัตสูงและส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในทุกมิติ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การลักลอบขนส่ง และรูปแบบการค้า เพราะกลุ่มอาชญากรยาเสพติดมีการปรับตัว ปรับตัว เพื่อหลบหนีการปราบปราม โดยใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย และรวดเร็ว จึงทำให้สารเสพติดในปัจจุบันนี้มีราคาถูกลงและหาง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งยาบ้าค่ะ ในพื้นที่ของดิฉันซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดชายแดนประเทศลาวก็มีปัญหาในการ ลักลอบนำเข้า-ส่งออกยาเสพติดข้ามชายแดนอยู่บ่อยครั้ง ข่าวการจับกุมลักลอบขนส่ง ยาเสพติดทั้งทางบกและทางน้ำตามแนวต่อชายแดนไทย-ลาว ซึ่งมีแม่น้ำโขงกั้นกลาง ๒ ประเทศเกิดขึ้นจนชินตา มีทั้งที่ลักลอบเข้ามาโดยเส้นทางธรรมชาติและซุกซ่อนอำพราง ยาเสพติดตามร่างกายโดยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองค่ะ อย่างไรก็ตามแม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ ทราบกันดีและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยติดตามเพื่อสกัดปราบปรามและลำเลียงยาเสพติด อยู่ตลอด แต่การลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติไม่มีท่าทีที่จะลดลงเลย มิหนำซ้ำเครือข่าย อาชญากรรมยาเสพติดข้ามชาติยังได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ๆ และยังลักลอบนำเข้า ส่งออกยาเสพติด ไม่เว้นแต่ละวัน จากที่ดิฉันได้ดูสถิติผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติดในรายงานผลการดำเนินงาน ตามแบบบำบัดรักษาของกระทรวงสาธารณสุขในปี ๒๕๖๕ พบว่ามีผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมด ๑๓๑,๐๔๗ คน ซึ่งจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดรักษาแยกตามอายุ แต่ที่ดิฉันตกใจค่ะ คือผู้ที่ ได้รับการบำบัดในขณะนี้ที่เป็นวัยรุ่น ช่วงอายุ ๑๘-๒๔ ปีถือว่าเป็นอนาคตของชาติ มีร้อยละ ๑๘.๓๕ ของทั้งหมดค่ะ หรือจำนวนประมาณ ๒๔,๐๐๐ รายในปัจจุบันเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ จากที่เห็นมากมายขนาดนี้เนื่องจากเพราะตอนนี้ยาเสพติดมีราคาถูกทำให้วัยรุ่นที่ยังไม่มี งานทำสามารถซื้อได้ จับต้องได้ ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชนเกิดขึ้นง่าย และเป็นวงกว้าง ลูกหลานติดยาเสพติดเท่ากับพ่อแม่ตกนรกทั้งเป็น โดยวันนี้จากรายงานผล การปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะเห็นว่ามีมาตรการปราบปรามหลายรูปแบบ ทั้งมาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศ การปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย แต่ดิฉัน ขอเสนอแนวทางมาตรการแก้ไขปัญหายาเสพติดเพิ่มเติมค่ะ
ประการแรก คือเปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วย บำบัดผู้ติดยาเสพติดอย่างทั่วถึง นำการบำบัดทางจิตวิทยาที่ทันสมัยมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการกลับไปใช้ ยาเสพติดอีกครั้ง มอบโอกาสให้ผู้เสพที่สมัครใจเป็นผู้ป่วยได้รับการบำบัดโดยไม่มีประวัติ อาชญากรรมติดตัว
ประการที่ ๒ คืนลูกหลานให้ครอบครัว โดยใช้การสื่อสารอย่างเข้าใจ สร้าง จุดมุ่งหมายร่วมกันเพื่อเป็นพลังสำคัญในการหยุดยั้งการกลับไปเสพยาเสพติดซ้ำ โดยใน ระหว่างการบำบัดจะได้รับการส่งเสริมอาชีพเพื่อคืนชีวิต มอบโอกาสให้กับตัวเขาค่ะ
ประการที่ ๓ เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง สนับสนุนชุมชนเป็นศูนย์กลางในการ แก้ไขปัญหา มุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ปลอดภัย สร้างสุขสู่ชุมชน เป็นการปลุกพลเมืองในสังคม ให้ตื่นตัวต่อปัญหา รู้เท่าทันและปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปค่ะ สามารถร่วมกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างระบบสังคมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะเพื่อดึงคนออกจากวงจร ค้ายาเสพติดอย่างถาวร ท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือจากทั้งตนเอง ผู้เสพ ครอบครัวสังคม ชุมชน หรือภาครัฐ ต่าง ๆ ที่เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะปัญหายาเสพติดถือเป็นปัญหาระดับชาติ เป็นบ่อเกิด ของอาชญากรรม รวมถึงเป็นปัญหาเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งด้วยสถานการณ์ปัญหา การแพร่ระบาดของยาเสพติดที่ทุกประเทศต่างทุ่มเททรัพยากรและงบประมาณในการ ควบคุมปัญหาก็ส่งผลทำให้ประเทศไทยเช่นเดียวกันที่ต้องสูญเสียงบประมาณในการแก้ไข ปัญหาปราบปรามยาเสพติดอย่างมากในทุกวันนี้ หากเราสามารถสร้างสังคมที่ทุกคนมี ส่วนร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันได้จริง ๆ นั้น ดิฉันเชื่อมั่นว่าลูกหลานเยาวชน จะกลับคืนสู่ครอบครัว ประเทศชาติจะกลับมาสดใสอีกครั้ง ทุกชีวิตมีรอยยิ้มคืนสู่สังคมค่ะ ขอบพระคุณค่ะ