วิภาณี ภูคำวงศ์ หารือเรื่องการปราบปรามยาเสพติด โดยเน้นย้ำความสำคัญของการปราบปรามผู้ค้าและเครือข่ายการค้า และเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐและทุกหน่วยงานร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างถาวร
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๘ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขออนุญาตใช้สภาอันทรงเกียรติในการอภิปรายรายงานการปฏิบัติงานของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๕ ท่านประธานคะ จากที่ดิฉันได้รับฟังผลจากการรายงานเบื้องต้น ดิฉันได้รับทราบและได้รับรู้ ถึงผลกระทบและแนวทางแก้ไขป้องกันเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาภัย ที่เดือดร้อนที่ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ในประเทศไทยที่มี เรื้อรังมาตลอดจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ รายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พนักงาน ป.ป.ส. ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงกลไกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการ ดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในฐานะผู้บังคับใช้ กฎหมาย รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนราชการในการต่อสู้เอาชนะปัญหา ยาเสพติด เพื่อทำให้ปัญหายาเสพติดลดลงและหมดไป ซึ่งประเด็นที่ดิฉันให้ความสำคัญ และสนใจเป็นในส่วนของแผนปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในด้าน ของมาตรการการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายซึ่งประกอบไปด้วย ๒ แนวทางค่ะ
แนวทางที่ ๑ แนวทางการสกัดกั้นยาเสพติด ในการสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้มี การลักลอบและนำเข้าจากแหล่งผลิตยาเสพติด และที่สำคัญการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ใน การสืบสวนและสอบสวน
แนวทางที่ ๒ แนวทางการปราบปรามกลุ่มค้ายาเสพติดมุ่งเน้นผู้ค้าและ เครือข่ายการค้า ซึ่งดิฉันให้ความสำคัญด้านนี้เป็นอย่างมากค่ะ เพราะถ้าหากสามารถตัดไฟ ตั้งแต่ต้นลมป้องกันและปราบปรามให้สิ้นซาก นั่นก็คือการตัดวงจรที่เป็นปัญหาเรื้อรังมา อย่างยาวนานค่ะ และซึ่งพื้นที่ของดิฉันโดยเฉพาะอำเภอมัญจาคีรี อำเภอพระยืน และในเขต อำเภอเมือง เป็นปัญหาเรื่องยาเสพติดไม่น้อยกว่าพื้นที่ที่อื่นเลยค่ะ ปัญหาเหล่านี้ส่งผล กระทบไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้ค้าและผู้เสพ เด็กและเยาวชน ซึ่งสามารถเข้าถึงในการซื้อยาเสพติด ได้อย่างง่ายดาย ที่ตอนนี้เป็นปัญหารายวันมีการจับกุมทุกวัน ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหา ต่อเนื่อง นำมาสู่ปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านครอบครัว สุขภาพและ การใช้ชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมที่เรายังคงต้องเผชิญและอยู่กันอย่าง หวาดระแวง จากข้อมูลสถิติในการจับกุมยาเสพติดประจำปี ๒๕๖๕ ยาบ้า ๕๓๐ ล้านเม็ด ไอซ์ ๔,๗๒๗ กิโลกรัม เฮโรอีน ๘๔๙ กิโลกรัม โคเคน ๕๐ กิโลกรัม กัญชาแห้ง ๕,๒๐๐ กิโลกรัม กัญชาสด ๗๕๒ กิโลกรัม พืชกระท่อม ๕๑ กิโลกรัม และยังมีผู้ต้องหา ๔๒๓ คน ยึดทรัพย์สินโดยประมาณ ๑,๕๔๐ ล้านบาท และยังมีการลักลอบส่งไปยังต่างประเทศ พบทั้ง ยาไอซ์ ยาอี Ketamine และกัญชา ถือว่าเป็นจำนวนมากที่ยังคงต้องควบคลุมและจับกุม จากสถิติผลการจับกุมจะเห็นได้ว่า ยาบ้ามีสัดส่วนที่ถูกจับกุมมากที่สุดและคาดว่าจะมากขึ้น เรื่อย ๆ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันยาบ้าหาได้ง่ายและราคาถูก และดิฉันได้มีโอกาส พูดคุยกับพี่น้องประชาชน เสียงสะท้อนได้บอกว่าราคาถูกจริง ๆ จนน่าตกใจ เม็ดละ ๓ บาท ๕ บาท ๗ บาท หาซื้อได้ทุกที่ ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Online ใช้ขนส่งเอกชนหรือ ขนส่งสาธารณะ สะดวกทุกช่องทาง ดิฉันจึงมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทางตรงและทางอ้อม ยกตัวอย่างในพื้นที่ของดิฉันมีทั้งผู้เสพและผู้ป่วย ผลกระทบจากการ เสพยาบ้าส่งผลให้ผู้เสพมีอาการคลุ้มคลั่ง เผาบ้าน ตีพ่อตีแม่ ฆ่าพ่อฆ่าแม่ ลักเล็กขโมยน้อย ปัญหาที่เกิดขึ้นประเมินค่าไม่ได้เลยค่ะ ดิฉันได้ลงพื้นที่และพูดคุยได้พบว่าจากปัญหาเล็ก ๆ ส่งผลให้เป็นปัญหาใหญ่ ไม่ได้เดือดร้อนแค่ตนเองยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างเดือดร้อนถึง คนอื่นโดยตรง จากผลการรายงานปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จะเห็นว่ามีการปราบปราม หลากหลายรูปแบบค่ะ ทั้งมาตรการการปราบปรามและใช้กฎหมาย รวมถึงมาตรการ ความร่วมมือระหว่างประเทศ ดิฉันขอเสนอแนวทางเพิ่มเติม แก้ไขปัญหายาเสพติด ขอให้ หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเชิงรุก เข้าถึงประชาชนผู้ที่เผชิญปัญหาโดยตรง บำบัด ผู้ติดยาเสพติดอย่างทั่วถึง เปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วย คืนลูกหลานให้กับครอบครัว สนับสนุน ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหา สร้างพื้นที่ปลอดภัย ร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างถาวร สุดท้ายนี้ยาเสพติดถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติ แต่ถ้าหากเราสามารถร่วมกันแก้ไข ปัญหาทั้งภาครัฐและทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้การนำของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย นายกเศรษฐา ทวีสิน ดิฉันเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดให้ลดลงและหมดไป ได้ค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ