ณพล แจงความคืบหน้าแก้ยาเสพติด เสนอโครงการจังหวัดสีขาวและกอดบำบัด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๗ มีนาคม ๒๕๖๗

ณพล เชยคำแหง หารือความคืบหน้าการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดย ป.ป.ส. พร้อมเสนอให้เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินงานให้รวดเร็วและใกล้ชิดชุมชนมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่บ้านเป้าหมายกว่า 13,945 แห่ง ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น กองทุนแม่ของแผ่นดินและ To Be Number One รวมถึงผลักดันโครงการ "จังหวัดสีขาว" เพื่อป้องกันปัญหายาเสพติดและความรุนแรงในสังคม พร้อมเน้นการดูแลผู้ป่วยจิตเวชผ่านระบบชุมชนบำบัด ทีมพิทักษ์ และจิตอาสา รวมถึงการจัดทำข้อมูลครอบครัวอย่างเป็นระบบ และเสนอแนวทาง “กอดบำบัด” เพื่อฟื้นฟูเยาวชนด้วยความรักจากครอบครัวและชุมชน โดยย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของรัฐบาลและ ป.ป.ส. ในการนำประเทศผ่านวิกฤติร่วมกับภาคีทุกภาคส่วน

นายณพล เชยคำแหง หนองบัวลำภู

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายณพล เชยคำแหง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด หนองบัวลำภู นครเขื่อนขันธ์ กาบแก้วบัวบาน เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ผมได้อ่านการ ดำเนินงานและการบูรณาการป้องกันและปราบปราม และการบำบัดรักษาผู้ที่ติดยาเสพติด ของหน่วยงาน ป.ป.ส. ไปแล้ว แล้วก็ขอให้กำลังใจกับทีมงานของ ป.ป.ส. ทุก ๆ ท่านด้วย หน่วยงานของท่านเป็นกำลังหลักในการปราบปรามยาเสพติด มีการคืนคนดีเข้าสู่สังคม หลังจากที่หลงผิดเข้าไปในกระบวนการติดยาเสพติด หน่วยงาน ป.ป.ส. ของท่านดำเนินการ มาก็คืบหน้าไปได้พอสมควรครับ แต่ว่ายังไม่ถูกใจ ยังไม่ทันใจของชาวบ้านในพื้นที่นะครับ ในโครงการยาเสพติดนั้นจะเห็นว่าจากตัวชี้วัดร้อยละ ๕๐ ของเครือข่ายผู้ที่ถูกจับกุมหรือถูก อายัดทรัพย์สินนั้น ถูกยึดดำเนินคดีไปถึงร้อยละ ๕๐ ซึ่งก็เป็นเป้าหมายของการปราบปราม ยาเสพติดให้โทษ ประเภทของอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งจะเห็นว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่ ระดับที่ใกล้กับประชาชนมากที่สุดก็คือหมู่บ้านครับ หมู่บ้านหรือชุมชนซึ่งมีเป้าหมาย อยู่จำนวนถึง ๑๓,๙๔๕ หมู่บ้าน มีการดำเนินการป้องกันปราบปรามยาเสพติด และซ่อมแซม ส่งเสริมผ่านกองทุนต่าง ๆ เช่น กองทุนแม่ของแผ่นดิน หรือแม้แต่การสนับสนุนโครงการ To Be Number One ซึ่งก็เป็นโครงการหนึ่งที่ห่วงใยเยาวชนและเป็นพระราชดำริของ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ก็กำหนดว่าเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่ง ยาเสพติด

(เจ้าหน้าทีดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

อันนี้ก็เป็นโครงการที่ดีนะครับ หรือโครงการชุมชนสีขาว ซึ่งมีเกิดขึ้นในแต่ละจังหวัด ผมได้เห็นตัวแบบการปฏิบัติงานผ่าน โครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานท่านเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเป้าประสงค์ที่ชัดเจน แต่ก็มี การตั้งคำถามมามากมายผ่านสังคมออนไลน์หรือสังคมระหว่างในพื้นที่ว่ายาเสพติดเหล่านั้น จะมีกระบวนการปราบปรามมากมาย แต่ทำไมถึงยังมีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดให้เห็นอยู่ทุกวัน แล้วก็เกิดความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมขอแชร์ประสบการณ์ของผมนิดหนึ่ง เป็น Story ที่ไม่อยากจะพูดถึง แต่ก็อดที่จะลืมไม่ได้ เป็นภาพที่จารึกอยู่ในสมองน้อย ๆ หัวใจน้อย ๆ ของผมมาตลอด ก็คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งในเขตพื้นที่ ของผม เหตุกราดยิง ๓๖ ต่อมาเสียชีวิตอีก ๒ ก็เป็น ๓๘ ศพ ในตำบลอุทัยสวรรค์ อันนั้น ก็เป็นวิกฤติทางสังคมและเรื่องของปัญหายาเสพติดอย่างมาก ผมขออนุญาตนำปัญหาตรงนั้น มาพูดถึงในวันนี้ในเชิงสร้างสรรค์สักหน่อย เพราะว่าเป็นที่ทราบกันดีว่าตอนนั้นก็ดังไปทั้งโลก จังหวัดหนองบัวลำภูเมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ก็ได้มีแนวทางป้องกัน โดยที่หน่วยงาน ป.ป.ส. ของท่านได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการหนองบัวลำภูต้นแบบสีขาวขึ้น ผมเข้าใจว่าเป็นจังหวัดแรก หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น ซึ่งตอนนั้นก็ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากท่านปลัดกระทรวง ท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ ท่านนายแพทย์ โอภาส ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็พ่อเมืองผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดหนองบัวลำภู ท่านสุวิทย์ จันทร์หวร ทั้ง ๓ Party นี้ก็ได้ร่วมกันกำหนดเป็นมาตรการขึ้นมาในจังหวัดตอนนั้น เรียกว่า หนองบัวลำภูต้นแบบจังหวัดสีขาวปลอดยาเสพติด ในระยะเวลาเร่งด่วน ๓ เดือนของ จังหวัดหนองบัวลำภู หลังจากนั้นจากเหตุการณ์ก็ครอบคลุมมาตรการป้องกันปราบปราม บำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพทางสังคมโดยออกเป็นมาตรการขึ้นมา ได้แก่

มาตรการที่ ๑ การแก้ปัญหาด้วยแนวคิด Change for Good โดย ๕ เสือ พาพี่น้องทำความดี ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และคุ้มนะครับ

มาตรการที่ ๒ เราจัดทำตู้ราชสีห์ผ่านระบบ QR Code กระจายทุกหมู่บ้าน ทั้งตลาด ชุมชน สถานที่ราชการในทุกอำเภอ เพื่อประชาชนสำหรับผู้ที่ร้องเรียน ร้องทุกข์ และแจ้งเบาะแสการกระทำผิด

มาตรการที่ ๓ จัดชุมชน จัดชุดกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. รพ.สต. ตำรวจ อาสา ตำรวจ และกรรมการหมู่บ้าน รวมไปถึง อสม. ด้วยที่ผ่านการอบรมแล้ว เข้าไปใกล้ชิดดูแล ผู้ป่วย ซึ่งมีระยะของการเสพไม่มาก ไม่นาน ที่เรียกว่า ชุมชนบำบัด โดยมีทีมผู้พิทักษ์ ทีมชุด นาคาพิทักษ์เข้าระงับเหตุกรณีที่เกิดเหตุคลุ้มคลั่งขึ้นมาได้ทันที เป็นเหตุของส่วนหน้าที่ ใกล้ชิดกับชาวบ้าน

มาตรการที่ ๔ ได้จัดทำ Family Folder ก็คือรวบรวมข้อมูลปัจจัยเพื่อเลิก ยาเสพติด เป็นการช่วยเหลือและเป็นการให้ข้อมูลกับครอบครัว ครอบคลุมทั้งสุขภาพ รายได้ ข้อมูลอื่น ๆ พร้อมทั้งส่งเสริมบทบาทหมู่บ้านของชุมชนที่มีส่วนร่วม ด้วยกองทุนแม่ของ แผ่นดิน ทั้งหมดมี ๒๗๒ กองทุน กองทุนหมู่บ้านยั่งยืนอีก ๖๗ หมู่บ้าน เชื่อไหมครับ ท่านประธานจากการเอกซเรย์ข้อมูลในพื้นที่หลังจากเกิดเหตุนั้นเพียง ๓ เดือน ก็พบว่าในพื้นที่ จังหวัดหนองบัวลำภูมีผู้เสพยาเสพติด ๒,๐๔๔ คน พบว่าเป็นผู้ค้า ๓๘๙ คน มีผู้ป่วยจิตเวช ๓๒๐ คน แล้วก็ได้คัดกรองประชาชนอายุระหว่าง ๑๒-๖๕ ปีในชุมชนพบว่าเป็นผู้เสพถึง ๗๐๑ คน เข้ารับการคัดกรอง จำแนกให้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มสีแดงเพื่อที่จะเข้าบำบัดใน โรงพยาบาล ขณะเดียวกันก็ยังมีกลุ่มที่น้อยกว่านี้ซึ่งเราจัดจำแนกว่าเป็นกลุ่มสีเหลือง กลุ่มสีเขียวเหล่านี้ให้บำบัดโดยชุมชนหรือมินิธัญญารักษ์ในพื้นที่ สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิต การเป็นผู้แทนราษฎรของกระผมก็คือผมได้เห็นสังคมมีส่วนร่วมในการแสดงออกในความ ห่วงใยต่อลูกหลาน นั่นก็คือชาว ชรบ. ก็คือจิตอาสาของหมู่บ้าน ซึ่งในเขตของผมมี ชรบ. อย่างน้อยแต่ละหมู่บ้าน ๘-๑๔ คน หน่วยนี้เป็นหน่วยจิตอาสาครับ ป้องกันเฝ้าระวังเหตุเบื้องต้นก่อน สามารถจะประเมินผู้ป่วยได้ แล้วมีวิธีการฝึกในการจัดการ กับผู้ป่วยที่เป็นจิตเวช เช่น ใครคลั่งขึ้นมาก่อนกลุ่มนี้จะเข้าไปจัดการได้ก่อนที่จะมีเหตุ อันตรายเกิดขึ้นครับ

สุดท้ายครับท่านประธาน ในโอกาสนี้ผมขอใช้เวทีสภาอันทรงเกียรตินี้ชื่นชม หน่วยงานที่บูรณาการทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันต่อต้านปัญหายาเสพติด และผมเชื่อมั่นว่า ทั้ง ป.ป.ส. และรัฐบาลยุคของท่านเศรษฐา ทวีสิน จะสามารถนำพาบ้านเมืองฝ่าวิกฤติของ ยาเสพติดไปได้นะครับ ซึ่งทุกวันนี้เยาวชนของเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีและปลอดภัยห่างไกลจาก ยาเสพติดมากขึ้นแล้ว ผมหวังว่าต่อไปคุณภาพชีวิตจะดีขึ้นแล้วกลับมาเป็นที่รักของพ่อแม่ พี่น้องชุมชนในพื้นที่ต่อไป ผมขอเชิญชวนผู้ที่ติดยาเสพติดทั้งหลายให้กลับมาสร้างอนาคตใหม่ ไปด้วยกัน ท่านคิดผิดแล้วแต่เชื่อเถอะครับว่าสังคมให้อภัยให้ท่านกลับเข้ามา สุดท้ายจริง ๆ ผมขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องและผู้นำชุมชนในแต่ละพื้นที่ทุกคน ผู้บริหารพื้นที่ ผู้บริหารชุมชน มาร่วมใจรณรงค์ครับ ด้วยวิธีกอดบำบัดครับ การกอดไม่ต้องมีการลงทุนอะไรเลยครับ ไม่มี ค่าใช้จ่าย ความหมายของการกอดคือให้ความรักให้ความอบอุ่นกับลูกหลานของท่าน อันนี้ ก็เป็นพื้นฐานเบื้องต้นที่ทุกคนจะทำได้และทำได้เลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เหล่านี้เรารณรงค์ เรื่องแบบนี้ก็จะช่วยให้เยาวชนที่หลงผิดไปแล้วได้กลับมาคิดได้ เพราะพวกเขาเหล่านั้น ขาดความอบอุ่นขาดความรักจากบุคคลรอบข้างครับ สุดท้ายก็ขอให้กำลังใจท่าน ป.ป.ส. คณะทำงานทั้งหมดให้ช่วยกันผลักดันต่อไป ปัญหามันใหญ่โตเหลือเกินครับ แต่วันนี้มันก็มี ช่องทางที่เห็นแล้วว่ามันจะมีการแก้ไขไปในทางที่ดีขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ