ชุติมา คชพันธ์ ตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของคณะกรรมการและสำนักงาน ป.ป.ส. ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด หลังจากใช้งบประมาณจำนวนมากแต่ผลลัพธ์ยังไม่ชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้มีการประเมินผล วิเคราะห์สาเหตุลึก และดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยจากยาเสพติด
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากภาคใต้ค่ะ ดิฉันได้อ่านรายงานเล่มนี้แล้ว ดิฉันรู้สึกว่างบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทที่เสียไป กับผลงาน ที่ได้มายังไม่น่าพึงพอใจมากนัก ดิฉันไม่ได้ตำหนิเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นะคะ แต่กำลังพูดถึง คณะกรรมการ ป.ป.ส. ทั้งหมด คณะกรรมการชุดนี้ประกอบไปด้วยรัฐมนตรีหลายกระทรวง ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยอำนาจและความสามารถของทุกท่านรวมกันน่าจะทำ ได้ดีกว่านี้ เรื่องการนำเข้ายาเสพติดยังคงมีจำนวนมาก จำนวนคดีก็ยังมีมาก ผู้ติดยาก็ยัง มีมาก จะให้ดิฉันพอใจได้อย่างไร ไปจังหวัดไหน สส. ทุกเขตก็ล้วนแต่ต้องรับเรื่องร้องเรียน เรื่องนี้กันแทบทุกวัน วิสัยทัศน์ของสำนักงาน ป.ป.ส. คืออะไรคะ เป็นองค์กรนำในการพัฒนา และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศและอาเซียน เพื่อสังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด พี่น้องประชาชนคะ เพื่อนสมาชิกคะ ตอนนี้เรารู้สึกว่า ปลอดภัยแล้วหรือยัง ป.ป.ส. เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ จนถึงตอนนี้ ๔๗ ปีแล้วนะคะ มีอะไรที่จับต้องได้ว่าสังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติดแล้ว ดิฉันเห็นยาเสพติดยังล้นเมือง เลยค่ะ แปลความหมายได้ว่าการทำงานของ ป.ป.ส. ล้มเหลวหรือไม่ ภารกิจส่วนใหญ่ที่ทำอยู่ ดูเหมือนจะเน้นไปทางด้านรณรงค์ ให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชน ดิฉันไม่ติดขัดนะคะ ดิฉันไม่มีปัญหากับการรณรงค์ เป็นสิ่งที่ดีและควรจะทำ แต่คำถามก็คือมี KPI หรือมีมาตรวัด ที่สามารถบ่งชี้ได้หรือไม่ว่าการทำงานแบบที่ ป.ป.ส. ทำอยู่ทุกวันนี้มีผลสะท้อนผันแปร โดยตรงในเชิงปราบปรามยาเสพติดหรือทำให้ยาเสพติดลดลงหรือไม่ จำนวนเท่าไร ในส่วน ของการปราบปราม ดิฉันเข้าใจว่าท่านมีการปราบปรามด้วยนอกเหนือจากการรณรงค์ แต่ทาง ป.ป.ส. ได้มีการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงหรือไม่ ว่าสาเหตุที่แท้จริงของการเสพ ยาเสพติดนั้นที่จริงคืออะไร จะแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร ได้มีการ Update ข้อมูลบ่อยแค่ไหน ท่านจริงจังกับการแก้ปัญหานั้นเพียงใด ดิฉันได้อ่านผลการปราบปรามยาเสพติดจาก ป.ป.ส. ย้อนหลัง และจากที่ได้ยินรัฐมนตรีท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์บอกว่าตัวเลขผู้ต้องหาในคดี ยาเสพติดในปี ๒๕๖๔ มีจำนวน ๓๕๐,๐๐๐ กว่าคน ปี ๒๕๖๕ ลดลงแล้ว ลดลงเหลือ ๑๐๐,๐๐๐ คน โอ้โห อะไรจะขนาดนั้น และมีแนวโน้มลดลงตามลำดับ ข้อมูลนี้ดิฉันไม่ดีใจ เลยนะคะ ดิฉันไม่ได้ดีใจเลยว่าผู้ต้องหาจะลดน้อยลงจริง ๆ คำถามก็คือใช้วิธีไหนคิดคะ นี่คือ สิ่งที่ดิฉันได้ยิน ดิฉันสงสัยทันที และที่มาของตัวเลขคืออะไร เรื่องความเสียหายจากการ ติดยาเสพติดและเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องเดียวกัน ปัญหายาเสพติดมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยตรง ในแง่ต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคม จากปัญหายาเสพติดในประเทศไทยพบว่ารัฐ จะต้องเสียต้นทุนต่าง ๆ หลายด้าน ในปี ๒๕๖๔ มีการจัดสรรงบประมาณถึง ๖,๐๐๐ กว่า ล้านบาท ในแผนงานบูรณาการป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ประเทศ ต้องสูญเสียแรงงานในช่วงวัยที่เป็นกำลังสำคัญต่อการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ มูลค่าราว ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเลยนะคะ จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าปัญหายาเสพติดนั้น ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติและทำให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่าง มหาศาล นี่ดิฉันยังไม่ได้พูดถึงคดียาเสพติดที่พบว่าสูงเป็นอันดับหนึ่งของกรมราชทัณฑ์เสมอ และคดียาเสพติดทั่วประเทศในปี ๒๕๖๕ พบว่ามีนักโทษรวมทั้งสิ้นกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ราย ในรายงานของกระทรวงสาธารณสุขก็เช่นเดียวกัน ปีเดียวกันมีผู้เข้ารับการบำบัดรักษา ๑๓๐,๐๐๐ กว่าราย พบว่าร้อยละ ๒๕ เป็นเยาวชนด้วย และอยู่ในช่วงอายุประมาณ ๒๒-๒๕ ปี ก็มี และกว่าร้อยละ ๔๗ มีอายุระหว่าง ๒๕-๓๙ ปี ท่านเห็นอะไรไหมคะ นั่นคือช่วงอายุสำคัญของแรงงานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ ประเทศเลยนะคะ ทำไมดิฉันต้องพูดเรื่องนี้ คำถามก็คือสิ่งเหล่านี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า จะเป็นคณะกรรมการ ป.ป.ส. หรือ สำนักงาน ป.ป.ส. เองก็ตาม ดิฉันไม่ทราบว่าท่านได้นำมา คำนึงถึงเพียงใด ถ้ามีดิฉันขอทราบตัวเลขด้วย ถ้าท่านเคยมีสถิติเก็บไว้ ดิฉันทราบว่า คณะกรรมการ ป.ป.ส. ประกอบไปด้วยผู้มีคุณวุฒิมากมาย รัฐมนตรีหลายกระทรวงมา รวมกัน ความสามารถของทุกท่านดิฉันเชื่อว่าน่าจะแก้ปัญหาได้ และน่าจะทำได้ดีกว่าที่ผ่าน มาด้วย ข่าวลือที่เขาพูดกันบ่อย ๆ เวลาที่เราไปไหนมักจะมีคนบอกว่า ยาเสพติดมันจะแก้ได้ อย่างไร ในเมื่อเจ้าหน้าที่หรือคนใหญ่คนโตในประเทศนี้อยู่เบื้องหลังเสียเอง แก้ไม่ได้หรอก ขออย่าให้เป็นจริงเลยค่ะ ขออย่าให้ข่าวลือนั้นเป็นจริง ขออย่าให้เรื่องราวที่พูดกันขำ ๆ นั้น กลายเป็นเรื่องที่กัดกร่อนสังคมต่อไปเลย มันไม่ตลกเลยค่ะ มันไม่ตลกเลย ดิฉันขอฝากเสียง สะท้อนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอฝากเสียงจากประชาชนทุกพื้นที่ที่ดิฉันไปพบมา ขอให้มีการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ประชาชนก็บอบช้ำเต็มที พ่อแม่ต้องแจ้งความจับลูก ตัวเอง ญาติพี่น้องถืออาวุธทำร้ายกันเอง เพราะหลอนไปหมดแล้ว บางคนติดยาเสพติด ก็หลอนแบบหลอนจริง ๆ ก็มาทำร้ายคนในครอบครัว เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานไม่ทัน งานล้นมือ ตอนนี้ Workload นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ไปโรงพยาบาลแล้วค่ะ ส่งไปบำบัดได้ ๗ วันก็ปล่อยออกมา ท่านแก้ไม่ตรงจุดกันหรือเปล่า คนที่มีอาการเสพยาเดินเต็มเมือง ภาษาใต้ บ้านดิฉันเรียกว่า เชือน ตอนนี้เดินเชือนกันทั้งเมืองแล้วค่ะ เราจะสบายใจได้อย่างไร เราจะ ปล่อยให้ลูกหลานเราไปโรงเรียน แล้วพวกเราพ่อแม่มาทำงานอย่างโล่งใจกันได้อย่างไร ในเมื่อเราไม่มีทางรู้เลยว่าลูกเราที่ไปโรงเรียนเดินสวนกับใครบ้าง และคนที่เดินสวนลูก ๆ เรานั้นเป็นผู้เสพยาหรือไม่ ที่ผ่านมารัฐบาลเดินผิดทางหรือไม่ รัฐวางแผนถูกทางจริงหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่ประชาชนกังวลและดิฉันก็กังวลเช่นเดียวกัน ปัญหาต่าง ๆ ที่ผ่านมามันเป็นเรื่องที่ ซับซ้อนและทุกท่านก็ล้วนรู้ดีว่ามันเกิดจากอะไร แต่คำถามของดิฉันคือทำไมปัญหานี้ยัง เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีกตลอดมา เราพูดเรื่องนี้กันมาตั้งกี่ครั้งแล้ว เรามีหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง เรามีคณะกรรมการ ป.ป.ส. เรามีสำนักงาน ป.ป.ส. เราควรจะให้หน่วยงานที่มีอยู่นี้ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพใช่หรือไม่ ดิฉันขอฝากเป็นข้อท้วงติงไว้นะคะ และสุดท้ายนี้ ที่ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ทุกท่าน ดิฉันเข้าใจว่าท่านทำตามหน้าที่ ก็ขอฝาก ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องมีกำลังกายกำลังใจที่เข้มแข็งในการดูแลประชาชน ดูแลลูกหลานของพวกเรา ช่วยกันแก้ปัญหายาเสพติดต่อไปเพื่อให้ประเทศไทยปลอดยาเสพติดอย่างแท้จริง ขอบคุณค่ะ