ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ หารือเรื่องการปราบปรามยาเสพติด โดยขอขอบคุณรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่ช่วยปราบปรามยาเสพติดในจังหวัดนครพนม และเรียกร้องให้รัฐบาลปราบปรามทั่วประเทศ พร้อมขอความช่วยเหลือจากภาครัฐในการบำบัดผู้ติดยาเสพติด
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครพนม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย กระผมขอขอบคุณท่านรองเลขาธิการ ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ พนักงาน ป.ป.ส. ทุกท่านที่ให้เกียรติทางสภาผู้แทนราษฎร ได้มารายงานผลการปฏิบัติงาน ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ ก่อนอื่น ผมขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ที่ท่านได้สนใจใส่ใจ สั่งการให้ เร่งปราบยาบ้ายาเสพติดและน้ำกระท่อม ซึ่งทำให้พี่น้องประชาชนของเราได้อุ่นใจมากขึ้น และขอขอบพระคุณเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ภาค ๔ ที่รับผิดชอบทางจังหวัดนครพนม แม่ทัพภาคที่ ๒ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ตลอดจนตำรวจ ทหาร ทหารบก ทหารเรือ นรข. ทุกท่านครับที่ได้ช่วยกัน ปราบยาบ้า ยาเสพติดน้ำกระท่อมที่จังหวัดนครพนม จับได้แทบทุกวัน ปัจจุบันนี้ยาบ้าที่ข้าม แม่น้ำโขงมาจากประเทศเพื่อนบ้านต้องหลบเลี่ยงหนีไปเข้าที่จังหวัดอื่น ๆ ผมก็อยากฝาก รัฐบาลและ ป.ป.ส. ต้องปราบทั่วประเทศเพื่อให้ลูกหลานของเราห่างไกลยาเสพติดครับ ตามที่เป็นข่าวพี่น้องเราสับสนว่ายาบ้า ๑ เม็ด ๒ เม็ด หรือครอบครองได้ถึง ๕ เม็ด ไม่จับ นั่นคือทำให้เจ้าหน้าที่หลายคนก็สับสน แต่หลายหน่วยงาน กระทรวงสาธารณสุข สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ส. ทุกท่านก็ได้ออกมาชี้แจงแล้ว
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผู้ค้า ผู้ขาย มีพฤติการณ์ที่เป็นผู้ขาย ผู้ค้ายาบ้า ๑ เม็ดก็จับ เช่น ที่อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ภาพนี้ท่านแม่ทัพภาคที่ ๒ ส่งมาให้ผม แล้วก็มี ๒ เม็ดที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนมบ้านเกิดผม ก็จับนะครับ นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลต้องปราบผู้ค้า ผู้ขาย ยาบ้า ยาเสพติดให้หมดไปตามนโยบายของพรรค เพื่อไทยของรัฐบาล หลายท่านยังสงสัยว่าไม่จับนั่นไม่ถูกต้องนะครับ และตามตัวเลขที่มี ผู้ติดยาบ้าของกระทรวงสาธารณสุข ที่ติดยาเสพติดทั่วประเทศ ๑,๙๐๐,๐๐๐ คน อาการ ไม่หนัก ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน อาการหนักคลุ้มคลั่งหรือเป็นประเภทสีแดง ประสาทหลอน คิดว่า คนอื่นจะมาฆ่าตัวเอง จะไปฆ่าคนอื่นหรือทำร้ายร่างกายมีอยู่ ๔๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งตัวเลขจะ ต่างจากของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของกระทรวงสาธารณสุขมีผู้ป่วยสีแดงที่คลุ้มคลั่ง ๔๐๐,๐๐๐ คน ส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีเพียง ๓๒,๐๐๐ คน ฝากท่าน ป.ป.ส. ท่านรองเลขาธิการได้ช่วยตรวจสอบตัวเลขว่ามีผู้ป่วยอาการหนัก อาการคลุ้มคลั่งสีแดง มีจำนวนเท่าไรกันแน่ ตามสายข่าวของตำรวจและ ป.ป.ส. บอกยาบ้ามาจากทางภาคเหนือ มาจากทางภาคใต้ แต่พี่น้องประชาชนในจังหวัดนครพนมได้เสนอความเห็นว่าส่วนมากผลิต ที่ประเทศเพื่อนบ้านและข้ามแม่น้ำโขงมา เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อนไม่ได้ข้ามที่จังหวัดนครพนม แต่ไปข้ามที่จังหวัดบึงกาฬของท่าน สส. นิพนธ์ คนขยัน ๑๕ กระสอบ กระสอบใหญ่ ๆ ถ้าเป็นข้าวสารก็ประมาณ ๑๐๐ กิโลกรัม บรรทุกรถ Pickup รถกระบะ ๑๕ กระสอบเต็ม ท้ายรถ เต็มใน Cab รวมแล้ว ๖ ล้านเม็ด นั่นคือสิ่งที่หลายคนสงสัยว่าต้องผลิตประเทศ เพื่อนบ้านอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกันแน่นอน แล้วก็ปัจจุบันนี้เราปราบได้มาก จับได้มาก มีการ ยึดทรัพย์ ยึดบ้าน ยึดที่ดิน ยึดรถ แต่ปัญหาที่ตามมาคือเราไม่มีการบำบัด ลูกหลานของเรา ไม่มีการบำบัดผู้ติดยาเสพติด เป็นเพราะรัฐบาลที่ผ่านมาตัดเงินงบประมาณด้านการบำบัด ออกไป ๓ ปีเต็ม ๆ งบประมาณในการบำบัดตัดออกเหลือน้อยมาก ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ๓ ปีที่ผ่านมาลูกหลานของเราที่ติดยาเสพติดไม่ได้รับการบำบัด มีเต็มในหมู่บ้าน ยกตัวอย่างที่ตำบลนางัว อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ซึ่งข้อมูลของทางตำรวจและ ป.ป.ส. ตรงกัน มีผู้ค้า ผู้ขาย ผู้ติดยาเสพติดกันมาก โดยเฉพาะคนที่ป่วยอาการหนัก ที่คลุ้มคลั่ง ประเภทสีแดง ป่วยทางจิตเวชมีถึง ๒๖ คน แต่โรงพยาบาลอำเภอ จังหวัด โรงพยาบาลจิตเวช รพ.สต. แม้กระทั่งศูนย์มินิธัญญารักษ์ก็ไม่มีเตียงที่จะรับผู้ป่วยอาการหนัก อาการคลุ้มคลั่ง ๒๖ คนในตำบลนางัวก็เลยต้องไปรับเพียงแต่ยาที่ รพ.สต. มารับประทานมากินที่บ้าน บางคนอาการคลุ้มคลั่ง ตำรวจไปจับ ตำรวจโดนจอบฟันที่หน้า นั่นเป็นปัญหาให้พี่น้อง ประชาชน ผู้ปกครองและตำรวจเป็นอย่างมาก จึงอยากให้ ป.ป.ส. และทุกหน่วยงานได้เพิ่ม เงินงบประมาณ เงินงบประมาณที่หายไป ๓ ปีเต็ม ๆ ได้กลับมารักษาลูกหลานของเราที่ติด ยาบ้า ยาเสพติดครับ กราบขอบพระคุณครับ