มนพร แจงน้ำท่วมซ้ำสงขลา ชี้ปัญหาจราจร-เดินหน้าแก้ด้วยสะพานลอย-ไฟอัจฉริยะ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๗ มีนาคม ๒๕๖๗

มนพร เจริญศรี ชี้แจงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่แยกน้ำกระจายในจังหวัดสงขลา ซึ่งเกิดจากภัยธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างรุกล้ำทางน้ำ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขทั้งระยะสั้น กลาง และยาว โดยความร่วมมือของกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคม รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ทางยกระดับ สัญญาณไฟอัจฉริยะ และการพิจารณาสร้างสะพานลอยที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชนทั้งสองฝั่ง โดยระหว่างรอการก่อสร้างได้มีการติดตั้งระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะและปุ่มกดข้ามทางม้าลายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ทางแล้ว

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมค่ะ วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากทางท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากทั้ง ๒ ท่านติดภารกิจในการเดินทางไปประชุมที่ต่างประเทศ ต้องขอบคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านสรรเพชญ บุญญามณี ที่ได้ตั้งคำถาม กระทู้ถามที่เป็นปัญหาแล้วก็เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนที่จังหวัดสงขลาค่ะ

คำถามแรกของท่านสมาชิกว่าปัญหาของที่บริเวณแยกน้ำกระจายที่มีปัญหา เรื่องของน้ำท่วม แล้วก็เรื่องของการสร้างสะพานลอย ซึ่งดิฉันขอแยกประเด็นคำถาม ซึ่งมีทั้ง เรื่องของปัญหาการจราจร น้ำท่วมซ้ำซาก เรื่องของรถโดยสารสาธารณะ เรื่องของการสร้าง สะพานลอยให้ของประชาชนสัญจรไปมา กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวง ตามที่ท่าน สมาชิกได้พูดสักครู่ว่าบริเวณห้าแยกน้ำกระจายตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัด สงขลา แล้วก็เป็นบริเวณจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข ๔๐๗ ขอขึ้นสไลด์ เพื่อให้ ท่านสมาชิกได้เห็นภาพแล้วก็พี่น้องประชาชนได้เห็นภาพค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เป็น ทางหลวงสาย ๔๐๘ รวมทั้งทางหลวงสาย ๔๑๔ ถนนลพบุรีราเมศวร์ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมระหว่าง อำเภอหาดใหญ่สู่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งสามารถใช้เส้นทางดังกล่าวทั้ง ๒ เส้นทาง ทั้ง ๔๐๗ แล้วก็สาย ๔๑๔ และเป็นจุดเชื่อมโยงไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัด ปัตตานี โดยใช้เส้นทางผ่านเส้นทางหมายเลข ๔๐๘ ท่านประธานที่เคารพค่ะ บริเวณแยก น้ำกระจายเป็นจุดแยกที่สำคัญที่เข้าสู่ตัวเมือง ลักษณะกายภาพของบริเวณดังกล่าวพบว่า บริเวณดังกล่าวเป็นที่ราบลุ่มเป็นเชิงเขา เมื่อบริเวณดังกล่าวเป็นที่ราบลุ่มฝนตกทุกปีก็จะเป็น จุดที่น้ำไหลผ่านก็จะเป็นจุดบริเวณที่น้ำไหลผ่านไหลไปสู่ทะเลสาบสงขลา และโดยจะมี คลองน้ำกระจายเป็นเส้นทางระบายน้ำสายหลักและใช้เป็นพื้นที่รับน้ำสู่คลองวงและไหลสู่ ทะเลสาบสงขลาตามลำดับที่ดิฉันได้เห็นภาพ ซึ่งบริเวณแยกน้ำกระจายดังกล่าวก็มีการ พัฒนา ปกติแล้วจากที่เป็นภาพถนนเดิมวันนี้พี่น้องประชาชนเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ก็ทำให้สังคมเมืองมีการปลูกสร้างบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ก็ทำให้สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ ในบางส่วนไปปิดกั้นทางเดินของน้ำที่จะไหลไปสู่ทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีระยะห่างประมาณ ๓ กิโลเมตร ซึ่งจะไม่สามารถระบายน้ำไปสู่ทะเลสาบสงขลาได้เลย ก็จะทำให้อาจเกิดปัญหา น้ำท่วมหรือที่พวกเราเรียกว่า น้ำรอระบายค่ะ มาดูสไลด์ที่ ๔ เพื่อจะเห็นภาพชัดเจน การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากโดยกรมทางหลวงได้กำหนดการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวค่ะ มาดูระยะสั้น เราก็จะมีการขุดลอกคลองระบายน้ำทั้งหมด ซึ่งได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้วเพื่อให้สามารถระบายน้ำในช่วงระยะสั้นให้น้ำไหลลงไป ไม่มีบริเวณน้ำท่วมขัง หันมาดูระยะกลาง กรมทางหลวงเราขอรับงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ ซึ่งได้ผ่านงบประมาณในชั้นอนุกรรมาธิการไปเรียบร้อยแล้ว ในวงเงิน ๙.๕ ล้านบาท ก็ขอความร่วมมือท่านสมาชิกนะคะว่าขอยกมือผ่านในร่างงบประมาณในวาระที่ ๒ ที่ ๓ ที่จะเข้าสู่สภาในวันที่ ๒๐-๒๒ ในเดือนนี้นะคะ ซึ่งในงบประมาณดังกล่าวก็จะสามารถแก้ไข ปัญหาทั้งระยะสั้นแล้วก็ระยะกลางได้นะคะเพราะว่าไปเราจะสามารถรับปริมาณน้ำ ได้ประมาณ ๒๐๐ มิลลิเมตรต่อวัน แต่ในการแก้ไขปัญหาระยะยาวค่ะท่านประธาน กรมทางหลวงเราเล็งเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่เป็นเขตเมืองแล้วก็มีตัวอย่างที่จะต้องมี การขยาย เรายังคิดว่าเราจะต้องมีการจัดการปัญหาน้ำท่วมอย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีการก่อสร้าง Box Culvert ขนาด ๒.๑๐ เมตร คูณ ๒.๑๐ เมตรจำนวน ๒ แถว ความยาวประมาณ ๒๐๐ เมตร ลอดใต้ถนนเพื่อให้น้ำไหลไปสู่คลองนะคะ ซึ่งสามารถเป็นสาขาย่อย ลงไปสู่ทะเลสาบสงขลา โดยแนวทางดังกล่าวก็จะมีช่วงระบายน้ำฝนได้ประมาณ ๒๐๐ มิลลิเมตรต่อวัน พอมาดูข้อมูลย้อนหลังค่ะท่านประธาน ๑๐ ปีย้อนหลัง ปรากฏว่าปริมาณ น้ำฝนที่อยู่บริเวณนี้ ปริมาณอยู่ที่ ๑๖๐-๒๐๐ มิลลิเมตรต่อวัน แต่เมื่อปี ๒๕๖๖ ที่เกิดพายุฝน อย่างหนักที่จังหวัดสงขลา ปรากฏว่ามีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นถึง ๔๐๐ มิลลิเมตรต่อวัน ซึ่งทำให้ดังในภาพที่ท่านสมาชิกได้โชว์สักครู่ว่าทำให้บริเวณแยกน้ำกระจาย มีน้ำท่วมขังถึง ๔ ชั่วโมง กรมทางหลวงก็จึงใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่เรามีอยู่ โดยไม่ได้ใช้ งบประมาณไป ระบายน้ำออกภายใน ๔ ชั่วโมงก็สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวในบริเวณแยกน้ำกระจายได้ค่ะ นอกจากนั้นค่ะขออนุญาตเรียนให้ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า ตรงจุดบริเวณ แยกน้ำกระจายเป็นจุดที่มีการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก จึงมีการแก้ไขปัญหา โดยมีการ ก่อสร้างทางยกระดับห้าแยกให้สามารถเดินทางสะดวกเข้าสู่ตัวเมืองสงขลาอย่างรวดเร็ว จากสภาพปัจจุบันก็จะเห็นว่าโครงข่ายถนนมีหลายจุด มีแยกสัญญาณไฟต่อเนื่องกันแล้วก็ นอกจากนั้นเมื่อมีแยกไฟแดงในหลาย ๆ จุดแล้ว ในบริเวณดังกล่าวดิฉันโชว์ให้เห็นว่า จากแยกไปจนถึงเส้นทางถนน จากจุดที่ ๑ ไปถึงจุดที่ ๒ มีระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร เป็นจุดที่ว่าเรียกว่าจุดวิกฤติ ซึ่งเราเรียกว่าแยกสำโรง นอกจากนั้นแล้วทางกรมทางหลวง เราจึงได้มีการก่อสร้างทางแยกระดับบริเวณดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันตัวเมืองสงขลาที่นำเรียนว่า เกิดปัญหาบริเวณแยกสำโรง เราก็ได้มีการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกเรียกว่า Overpass ในพื้นที่เขตทางจำกัด และในสภาพชุมชนที่ประชิดอยู่ทางเขตเมือง รวมแล้วระยะเวลา ก่อสร้างอาจจะมีปัญหาต่อชุมชนเมืองและวิถีการดำรงชีวิตของพี่น้องชาวสงขลา แต่ถึงกระนั้นเราก็ได้มีการพิจารณาการแก้ไขปัญหาการจราจรในรูปแบบอื่น ในงบประมาณ ที่สอดคล้องกับงบประมาณของกรมทางหลวง โดยเรามีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ หรือว่า AI โดยสัญญาณอัจฉริยะปกติเราก็จะเห็นในต่างประเทศ แต่วันนี้กรมทางหลวง ก็ได้เอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วย เช่นการเชื่อมสัญญาณไฟจราจรนั้นจะต้องมี ความสัมพันธ์กัน เพราะว่าในบริเวณดังกล่าวมีสี่แยกไฟแดงสัญญาณ ไฟจราจรหลายจุด เพื่อให้รถสามารถได้ มีสัญญาณสัมพันธ์กัน แล้วก็ให้รถมีโอกาสรับสัญญาณไฟเขียวอย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องนี้เราก็ได้รับงบประมาณสัญญาณไฟอัจฉริยะนี้อีกจุดหนึ่ง ในงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ วงเงิน ๑๐,๕๐๐,๐๐๐ บาท ขออนุญาตนำเรียนต่อในสไลด์ที่ ๖ บริเวณจุดจอด รับ-ส่ง ผู้โดยสารที่ท่านสมาชิกได้ถามในคำถามแรกก็อยู่ในเนื้อคำถามนี้ เรื่องของจุดรับ-ส่ง ผู้โดยสาร จะเห็นว่าจุดรับ-ส่ง ผู้โดยสารบริเวณแยกน้ำกระจาย ที่จะต่อรถไปฝั่ง นครศรีธรรมราชแล้วก็อยู่บริเวณทางหลวงสายที่ ๔๐๘ แล้วก็สายที่ ๔๐๗ หรือหน้าไปรษณีย์ พะวง จะทำให้พี่น้องประชาชนได้มีการร้องขอจุดรับ-ส่ง ปกติแล้ว ณ จุดรับ-ส่ง ก่อนจะไปถึง ห้าแยกน้ำกระจายระยะทางประมาณ ๙๕ เมตรอยู่บริเวณหน้าตลาดเบญจพรที่ตำบลพะวง แต่เมื่อเราพิจารณาดูแล้วตามหลักของวิศวกรรมจุดจอดรับ-ส่ง ผู้โดยสารควรจะอยู่ห่างจาก แยกไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ เมตร ในจุดรับ-ส่งดังกล่าว เราจึงไม่สามารถอนุญาตให้มีจุดรับ-ส่งรถ เนื่องจากรถมาด้วยความเร็วแล้วก็จะเกรงว่าจะเกิดอันตรายนะคะ

นอกจากนั้นท่านสมาชิกได้ถามถึงเรื่องของสะพานลอย ในพื้นที่ดังกล่าว มีประชาชนร้องขอเรื่องโครงการก่อสร้างสะพานลอย ขออนุญาตนำเรียนอย่างนี้นะคะว่า กรมทางหลวงนี้ได้ศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้างสะพานลอย การก่อสร้างสะพานลอย จะต้องได้รับความยินยอมของพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ฝั่งนะคะ การก่อสร้างสะพานลอยก็ยัง เกิดปัญหาเมื่อประชาชนไม่ยินยอมก็ไม่สามารถสร้างได้ แต่ในขั้นตอนของการก่อสร้างที่ ไม่มีสะพานลอยแล้ว อย่างที่กราบเรียนแต่แรกว่าเราก็ยังใช้ระบบ AI ก็คือ ระบบของ สัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ เช่น เวลาคนจะข้ามถนนเห็นไหมคะตอนนี้ติดอยู่แล้ว ผู้จะ ข้ามถนนต้องมายืนรอข้ามก็ตรงทางม้าลาย แล้วพี่น้องประชาชนก็ต้องกดปุ่ม เมื่อกดปุ่มแล้ว ก็จะส่งสัญญาณเพื่อรอให้มีสัญญานข้ามก่อน ประชาชนถึงจะสามารถข้ามได้นะคะ ซึ่งวิธีการ เหล่านี้ทางเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงก็ได้มีโอกาสไปแนะนำ แล้วก็ชี้แจงให้พี่น้องประชาชน เข้าใจ