สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๗

วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ หารือเรื่องร่าง พ.ร.บ. ที่มีผลกระทบต่อแรงงาน และเรียกร้องการพิจารณาอย่างรอบคอบและค่อยเป็นค่อยไป

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายในมุมมองต่าง ๆ ทั้งในส่วนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เกี่ยวกับทั้ง ๓ ร่าง พ.ร.บ. ที่ทางผู้เสนอได้เสนอไป โดยส่วนตัวผมเองผมอยากที่จะขอบคุณ แล้วก็อยากจะชื่นชมผู้เสนอร่างทุกท่าน เพราะว่าวันนี้เรามีเป้าหมายเดียวกันก็คืออยากจะให้ แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับร่างใด อยากจะบอกว่า เราต้องมองให้ครบทุกด้านให้ละเอียด มองไปถึงเรื่องผลกระทบที่มันกำลังจะเกิดขึ้นด้วย เพราะเราเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่ใช่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ท่านประธานครับ ถ้ามันมีผลกระทบในเชิงลบกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไปก็เท่ากับว่ากฎหมายที่พวกเรา ออกนี้มันก็จะเป็นกฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพทันที เมื่อสักครู่ผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายหลายท่านแล้วมีประเด็นหนึ่งที่ผมชอบและผมค่อนข้างสนใจก็คือเรื่องของ AI Disruption หรือว่าเรื่องของการแทรกแซงของ AI ในโลกปัจจุบัน ผมอยากให้ทุกคน Set Zero ครับ เอาความคิดเห็นของทุกคนออกไปก่อน อยู่บน Fact อยู่บนสถานการณ์เดียวกันก็คือวันนี้ AI มาแล้ว และมันกำลังขยายตัว รวมไปถึงผลกระทบนี้ ออกไปเป็นวงกว้างเรื่อย ๆ หลายธุรกิจเริ่มนำ AI เข้ามาทดแทนในสายงานที่สามารถทำได้ เพื่อปรับตัวเองให้เปลี่ยนไปตามโลกที่มันวิ่งไปเร็วขึ้น รวมไปถึงเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ในกลุ่มธุรกิจ เมื่อนำมาผูกกับร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ฉบับที่เรากำลังจะพิจารณา แน่นอนครับ ทุกร่างล้วนแล้วแต่มีจุดประสงค์ที่อยากจะให้พี่น้องแรงงานมีสวัสดิการที่ดีขึ้น แต่ก็ต้อง ยอมรับว่าทุกร่างเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการเช่นกัน รวมทั้งร่างของผมเองด้วย ไม่มาก ก็น้อยไป ภาระตัวนี้ที่จะมาเป็นตัวเร่งทำให้ AI มันขยายตัวได้เร็วและกว้างมากขึ้น ผมเชื่อ แบบนี้ว่าในทุกธุรกิจ ทุกกิจการ ทุกนายจ้างจะ Support ให้กับลูกน้องตัวเอง ให้ลูกจ้าง ตัวเองมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดถ้าเขาสามารถทำได้ คำถามต่อไปก็คือแล้วถ้าภาระค่าใช้จ่าย ที่เขาต้องรับเพิ่มขึ้น เขารับไม่ไหวละครับ หลายคนบอกว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ไม่ว่าฉบับไหนก็ตามคุณกำลังอุ้มนายทุน แต่ผมอยากจะบอกว่านี่แหละมันจะเป็นข้ออ้าง ข้ออ้างให้บริษัทที่เขาสามารถที่เขาจะปรับตัว ที่เขาจะเปลี่ยนแปลงได้ขยับไปใช้ AI มากขึ้น นี่คือสิ่งที่พวกเราต้องคิดให้ดี บริษัทใหญ่ ๆ ถ้าเกิดว่ามันมีค่าใช้จ่ายที่เขาต้องแบกรับ มากเกินไปมันจะมีอยู่ ๒ กรณี กรณีที่ ๑ ถ้าเป็นบริษัทที่สามารถปรับตัวได้เขาก็จะ Shift ไปใช้ AI มากขึ้น ไปใช้เทคโนโลยีมากขึ้น สิ่งที่ตามมาจากตรงนี้ก็คือพี่น้องก็จะตกงาน มีบริษัทใหญ่ ๆ หลายที่ที่ผมได้ไปคุย เขาก็มี Plan อยู่แล้วที่จะเอา AI เข้ามา แล้วไปเร่ง เข้าไปอีก มันก็จะมีคนตกงานเพิ่มขึ้นในระยะเวลาอันสั้นแล้วเราจะปรับตัวไม่ทัน ในส่วนของ บริษัทหรือธุรกิจที่เขารับไม่ได้เขาก็จะไปเพิ่มราคาสินค้าหรือบริการเพื่อให้มัน Cover กับ ต้นทุนที่เขาจะต้องรับเพิ่มขึ้น สุดท้ายผลกระทบมันก็ตกลงมาสู่ผู้บริโภคอีกนั่นล่ะ ผู้บริโภค ก็คือพวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ในนี้ รวมไปถึงพี่น้องแรงงานทุกคน และคนทุกคนในประเทศไทยด้วย ท่านประธานครับ สิ่งที่เราต้องคิดต่อไปก็คือแล้วเราพร้อม พร้อมที่จะรับผลกระทบที่กำลังจะ เกิดขึ้นนี้แล้วหรือยัง และเรามีแผนที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้แล้วหรือยัง นี่คือสิ่งที่ทุกคน ต้องคิดให้ดี ผมชอบคำพูด ชอบประโยค ๆ หนึ่งที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไว้ในวันนี้ แล้วผมก็อยากจะเห็นมันในสักวันหนึ่ง ก็คือว่าทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต แต่ถ้าเกิดมันมี ผลกระทบในเชิงลบมากเกินไปผมกลัวครับ กลัวว่ามันจะกลายเป็นทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต (ถ้าไม่ตกงาน) ท่านประธานครับ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องแรงงานเป็นสิ่งที่ สำคัญมากและพวกเราต้องทำ แต่ในการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เราจะต้องพิจารณาแล้วจะต้องทำ ให้มันเกิดขึ้นก็คือในการเปลี่ยนแปลงนี้จะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้ ส่วนที่ได้รับผลกระทบได้มีเวลาในการปรับตัว การเปลี่ยนแปลงนี้จะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลง ที่ยั่งยืนและคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาไม่ว่าจะเป็นในทางตรงและในทางอ้อม และการ เปลี่ยนแปลงนี้จะต้องเท่าเทียม เท่าเทียมที่ต้องยุติธรรมครับ ขอบพระคุณครับ