จรัส คุ้มไข่น้ำ อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยเน้นการขยายการคุ้มครองแรงงานทุกกลุ่ม แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะลูกจ้างเหมาบริการในภาครัฐที่ไม่ได้รับสิทธิเท่าเทียม พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขมาตรา 4 เพื่อให้แรงงานทุกประเภทได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและประกันสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๘ พรรคก้าวไกล วันนี้ ขออนุญาตร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลได้เสนอเข้าสู่สภา ท่านประธานที่เคารพ พระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้บังคับใช้มาแล้วกว่า ๒๕ ปี และได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม มาแล้ว ๘ ฉบับ แต่บทบัญญัติที่แก้ไขยังไม่ได้ครอบคลุมและคุ้มครองคุณภาพชีวิตของ พี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคน ซึ่งพรรคก้าวไกลเคยยื่นร่างแก้ไขเข้าสู่สภามาแล้วครั้งหนึ่ง สมัยสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ แต่ก็โดนปัดตกไป โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นร่างแก้ไขที่เกี่ยวข้องกับการเงินจึงไม่มีโอกาส ได้เข้าสู่สภา แต่มาวันนี้ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานได้เสนอเข้าสู่สภาอีกครั้ง โดยเฉพาะร่างแก้ไขของพรรคก้าวไกล ซึ่งดูแล้วมีความก้าวหน้าที่พี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกสาขา อาชีพต่างจะได้รับประโยชน์โดยถ้วนหน้ากัน ภายใต้การใช้บังคับของร่างแก้ไขฉบับนี้จึงทำให้ พวกเรารู้สึกว่ามีความหวังหลังจากที่เฝ้ารอมานานกว่า ๔ ปี ท่านประธานที่เคารพ ท่ามกลาง เศรษฐกิจที่ถดถอยพี่น้องผู้ใช้แรงงานกว่า ๓๘ ล้านคนทั่วประเทศต่างกำลังเผชิญกับ ความท้าทายที่ไม่เป็นธรรมจากสภาพการจ้างที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ ไม่มีความมั่นคง การกำหนดค่าจ้างที่ต่ำกว่ามาตรฐาน การทำงานเกินเวลา โดยไม่จ่ายค่าชดเชย สภาพ การทำงานที่ไม่ปลอดภัยเป็นอันตราย ซึ่งพี่น้องผู้ใช้แรงงานต่างได้รับผลกระทบจากลูกจ้าง หรือยุติการทำงานโดยการเลิกจ้างอันเนื่องมาจากการถูกทดแทนด้วยระบบ AI การถูก ลอยแพจากนายจ้างที่ปิดสถานประกอบกิจการ อีกทั้งหน่วยงานและกลไกของรัฐที่ยังขาด ประสิทธิภาพในการสนับสนุนดูแลพี่น้องผู้ใช้แรงงานอย่างจริงจังและจริงใจ เช่น การฝึกอบรมพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานเพื่อรับรองการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือการแก้ไขปัญหา เยียวยาความเดือดร้อนจากการถูกเลิกจ้าง การถูกลอยแพจากนายจ้าง ที่ปิดสถานประกอบกิจการโดยไม่จ่ายค่าชดเชยใด ๆ ผู้ประกอบการนายจ้างก็หลบหนี ลอยนวลอีกตามเคย นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน แต่ภาครัฐเอง ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้เลยครับท่านประธาน จากการติดตามข้อมูลเรื่อง ร้องเรียนร้องทุกข์ที่กระผมเคยนั่งกรรมาธิการการแรงงานมา ๒ สมัย ปัญหาเหล่านี้ ก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีเข้ามายังกรรมาธิการอยู่เหมือนเดิม ถัดมาครับท่านประธาน ขอพูดถึงความเหลื่อมล้ำในการจ้างงานของภาครัฐ พระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงานสามารถคุ้มครองได้เฉพาะแรงงานในระบบที่มีนิติสัมพันธ์ระหว่างนายจ้าง ลูกจ้างตามสัญญาจ้างเท่านั้น ส่วนแรงงานนอกระบบ แรงงานรัฐวิสาหกิจ แรงงาน ส่วนราชการไม่ได้รับการคุ้มครองครับท่านประธาน
ประเด็นสำคัญคือพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา ๔ ได้บัญญัติ ยกเว้นเอาไว้ว่า ห้ามมิให้ใช้บังคับกับลูกจ้างราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการ ส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๐ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๔ มติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๑ ได้มีมติเห็นชอบ ให้ลดกำลังคนภาครัฐ ลูกจ้างประจำ ซึ่งมีสาระสำคัญให้ยุบเลิกตำแหน่งลูกจ้างประจำที่ว่างลง และให้ส่วนราชการเร่งรัดการจ้างเหมาบริการตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หรือระเบียบการจ้างแบบพัสดุ นี่คือที่มาของรูปแบบการจ้างงานของส่วนราชการที่สามารถ นำไปใช้งานได้ทุกประเภทงานในส่วนราชการ ดังนั้นลูกจ้างภาครัฐกว่า ๘๐๐,๐๐๐ คน ทั่วประเทศ ไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานและ พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้นิยามลูกจ้างเหมาบริการหรือผู้รับจ้าง หมายถึง ลูกจ้างรายเดือน รายวัน และรายชั่วโมงที่ส่วนราชการจ้างไว้ปฏิบัติงานที่มีลักษณะชั่วคราวหรือกำหนดเวลาจ้าง แต่ทั้งนี้เวลาจ้างต้องไม่เกิน ๑ ปีงบประมาณ ลูกจ้างเหมาบริการมีฐานะเป็นผู้รับจ้างทำงาน ไม่ถือว่าเป็นบุคลากรของรัฐ จะไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ สวัสดิการที่พึงได้จากทางราชการ เช่นเดียวกับข้าราชการ ลูกจ้างราชการ และลูกจ้างประจำ เป็นเพียงผู้รับจ้างทำของ จึงไม่มี นิติสัมพันธ์กับรัฐในฐานะนายจ้าง ลูกจ้าง ตามนัยมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ หน่วยงานหรือส่วนราชการผู้ว่าจ้างจึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องนำส่งเงินสมทบ ในส่วนของผู้ว่าจ้างเข้ากองทุนประกันสังคม แต่ถ้าหากลูกจ้างเหมาบริการมีความประสงค์ ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมก็สามารถสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา ๔๐ ได้ครับท่านประธาน นี่คือความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจนในการจ้างงาน ในภาครัฐที่ลูกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรม เทียบเท่าและเท่าเทียมกับลูกจ้างแรงงาน ในระบบที่มีกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายประกันสังคมตามมาตรา ๓๓ ดังนั้น กระผมจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน และขอให้มีการแก้ไขยกเลิก บทบัญญัติในมาตรา ๔ เพื่อปลดปล่อยพี่น้องผู้ใช้แรงงานภาครัฐจะได้รับการคุ้มครองด้วย ขอกราบขอบคุณครับท่านประธาน