เซีย จำปาทอง หารือถึงความสำคัญของแรงงานในการพัฒนาประเทศ พร้อมตั้งคำถามต่อปัญหาค่าจ้างขั้นต่ำที่ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายรายวันเพื่อชี้ให้เห็นความเหลื่อมล้ำ และผลักดันร่างกฎหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
ขอบคุณครับท่านประธาน เราเรียกกฎหมายฉบับนี้ว่ากฎหมายเปลี่ยนชีวิตคนทำงาน คือทำงานพักผ่อน ใช้ชีวิต ผมขอ ย้ำอีกครั้งว่าการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้ก็เพื่อที่จะให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น ท่านประธานครับ ปัจจุบันประชากรไทยมีประมาณ ๖๖ ล้านคน เป็นผู้ที่อยู่ใน วัยแรงงาน ๕๘ ล้านคน ผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงาน ๔๐ ล้านคน ขอสไลด์ด้วยครับ ขออนุญาต ไปแล้ว ผมส่งตั้งแต่ประมาณ ๙ โมงครับ เป็นผู้ที่มีงานทำ ๓๙ ล้านคน ท่านประธานครับ แรงงานเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ แรงงานเป็นผู้สร้างโลก ประติมากรรมบนโลก ใบนี้ล้วนเกิดจากพลังงานทั้งสิ้น ตึกรามบ้านช่องใหญ่โต ถนนหนทางสวยหรู สะอาดตา รวมถึงสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ล้วนเกิดจากแรงงานทั้งสิ้น แต่แรงงานกลับถูกลืม ไม่ได้รับ การดูแลจากรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาปัญหาจึงสะสมมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการ ดูแลเยียวยาจากรัฐบาล อันนี้คือข้อเท็จจริง ท่านลองไปเปิดอ่านคำแถลงนโยบายของรัฐบาล แต่ละชุดที่ผ่านมาก็ได้ว่าได้กำหนดเนื้อหาสาระที่สำคัญเกี่ยวกับการแก้ปัญหาของพี่น้อง แรงงานไว้มากน้อยเพียงไร ท่านประธาน สไลด์ยังไม่มาครับ เบื้องต้นผมจะขอพูดถึง ปัญหาหลักของพี่น้องแรงงานของผมว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ จะมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกลหลายท่านจะได้ร่วมอภิปรายลงรายละเอียด ในเนื้อหาของกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ปัญหาค่าจ้างไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ เป็นปัญหาสำคัญลำดับต้น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาด้านอื่น ๆ อีกมากมาย
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
เมื่อวันที่ ๑ มกราคมที่ผ่านมา มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ๒-๑๖ บาท ค่าจ้างต่ำสูงสุด ณ ปัจจุบันอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต อยู่ที่ ๓๗๐ บาท ค่าจ้างขั้นต่ำที่ต่ำที่สุดอยู่ที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส อยู่ที่ ๓๓๐ บาท ล่าสุดเมื่อวันที่ ๑ มกราคมที่ผ่านมาปรับขึ้นแค่ ๒ บาท กรุงเทพมหานครและ ปริมณฑลอยู่ที่ ๓๖๓ บาท ค่าจ้างขั้นต่ำ ๓๐๐ กว่าบาทไม่พอใช้จ่ายในแต่ละวันหรอกครับ ท่านประธาน แค่ปัจจัย ๔ ในการดำรงชีวิตก็ไม่พอแล้วครับ ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา คณะกรรมการค่าจ้างแถลงว่าจะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำอีก ๑๐ จังหวัด แต่ก็ยัง ไร้วี่แววว่าจะปรับค่าจ้างให้ถึง ๔๐๐ บาทต่อวัน การปรับค่าจ้างขั้นต่ำในลักษณะนี้ต้องปรับ อีก ๒๔ ครั้ง ท่านประธานครับ ถ้าปรับค่าจ้างขั้นต่ำในลักษณะนี้ต้องปรับอีก ๒๔ ครั้ง ค่าจ้าง ขั้นต่ำถึงจะเท่ากับ ๖๐๐ บาทต่อวันในปี ๒๕๗๐ เท่ากับต่อจากนี้ไปจะมีการปรับค่าจ้าง ขั้นต่ำอย่างน้อยปีละ ๘ ครั้ง ลองจินตนาการดูก็แล้วกันว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านลองคิดดูว่าถ้าท่านทำงานแล้ว ท่านได้รับค่าจ้างวันละ ๓๖๓ บาท ท่านจะใช้ชีวิตอย่างไรในแต่ละวัน ผมจะลองพาท่านไปใช้ ชีวิตด้วยเงินเท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำดูว่าจะใช้กันอย่างไร ผมจะเริ่มจากปัจจัย ๔ ปัจจัยที่จำเป็น สำหรับมนุษย์ทุกคน คืออาหาร เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย แล้วก็ยารักษาโรค ปัจจัยที่ ๑ อาหาร อาหาร ๑ มื้อ ข้าวผัดกะเพรานี่ละครับท่านประธาน ข้าวผัดกะเพรา ๑ จาน ทุกวันนี้ ตกอยู่ที่ราคาจานละ ๖๐ บาทแล้ว น้ำดื่ม ๑ ขวด ๑๐ บาท เท่ากับ ๗๐ บาทแล้ว ค่าผลไม้ หรือนมอีก ๑ กล่อง ๑๕ บาท เท่ากับมื้อหนึ่ง ๘๕ บาทแล้ว วันหนึ่งเราต้องรับประทาน อาหารวันละ ๓ มื้อ ตกเท่ากับวันละ ๒๕๕ บาทแล้ว ปัจจัยที่ ๒ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เราจำเป็นต้องมีเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มสวมใส่เพื่อป้องกันอากาศหนาว อากาศร้อน จำเป็นต้องมี เสื้อผ้า กางเกง ชุดชั้นใน กางเกงอยู่บ้าน ถุงเท้า ผ้าเช็ดตัว ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เฉลี่ยตกวันละ ประมาณ ๒๕ บาทต่อวัน ปัจจัยที่ ๓ ที่อยู่อาศัย สำหรับแรงงานค่าเช่าห้องเล็ก ๆ ราคาถูก ๆ ก็ตกเดือนละประมาณ ๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน รวมค่าน้ำ ค่าไฟที่แพงขึ้นทุกวัน คิดว่าประมาณ เดือนละ ๗๐๐ บาท รวมแล้วเท่ากับ ๒,๗๐๐ บาท ๒,๗๐๐ บาทเฉลี่ยอยู่ ๒ คน สามี ภรรยา ก็แล้วกัน ตกวันละ ๙๐ บาท ๙๐ บาทเฉลี่ยต่อคนก็เท่ากับ ๔๕ บาทต่อวัน ปัจจัยที่ ๔ ยารักษาโรค ท่านประธานครับ แรงงานเป็นคนกลุ่มเดียวที่ต้องใช้จ่ายเงินรักษา ตนเอง คือจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคม ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาแรงงาน ต้องรับภาระมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ต้องซื้อ ATK ตรวจเพื่อจะให้ทราบว่าติดเชื้อหรือยัง ต้องซื้อ ฟ้าทะลายโจร กระชาย ตะไคร้ สมุนไพรต่าง ๆ อันนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่เฉลี่ยรวมกับการจ่ายเงิน เข้ากองทุนประกันสังคมและตกวันละ ๒๕ บาท ค่าอาหาร ๓ มื้อที่ผมคำนวณเมื่อสักครู่ ตกวันละ ๒๕๕ บาท ค่าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มเฉลี่ยวันละ ๒๕ บาท ค่าที่อยู่อาศัยเฉลี่ยวันละ ๔๕ บาท ค่ายารักษาโรคเฉลี่ยวันละ ๒๕ บาท แค่ปัจจัย ๔ รวมไปแล้ว ๓๕๐ บาทแล้วครับ ท่านประธาน ค่าจ้างขั้นต่ำ ๓๐๐ บาทหมดแล้ว ค่าจ้างขั้นต่ำไม่พอใช้ แล้วก็ในชีวิตประจำวัน ของแรงงาน ท่านประธานลองจินตนาการดูว่าถ้าท่านได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ ๓๐๐ กว่าบาท ท่านจะมีชีวิตอยู่อย่างไร มนุษย์ทุกคนมีความจำเป็นพื้นฐานเพื่อที่จะให้ตนเองมีชีวิตอยู่รอด เหมือนกัน แต่ที่ผ่านมาแรงงานไม่ได้รับการดูแลจึงเกิดปัญหาหนี้สินมากมายตามมาอย่างตลอด และต่อเนื่อง นอกจากปัจจัย ๔ ที่ผมกล่าวอ้างไปเมื่อสักครู่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นอีก ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ผมก็เชื่อว่าท่านประธานก็มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่นเดียวกับแรงงาน และแรงงาน ก็มีค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้แตกต่างจากท่านประธาน ผมจะขอเรียนท่านประธานและท่าน สมาชิกแห่งนี้ว่าเรายังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก เช่น ค่าพาหนะไปทำงาน ค่าใช้จ่ายทางสังคมหรือ เราเรียกว่าภาษีสังคม เช่น กฐิน ผ้าป่า งานบุญ งานบวช งานขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น ค่าเลี้ยงดู บุตร ค่าดูแลพ่อแม่ ถ้าเราไม่เลี้ยงดูบุตรแล้วจะมีแรงงานเกิดขึ้นในอนาคตที่จะมาทำงานได้ อย่างไรครับท่านประธาน พ่อแม่เราก็ต้องเลี้ยงดู นี่ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นอยู่ภายใต้ ค่าจ้างขั้นต่ำที่ทุกคนจำเป็นที่จะต้องใช้ ค่าใช้จ่ายในการศึกษาอบรม เรียนรู้ พัฒนาตนเอง ปัจจุบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพัฒนาไปไกล เราแรงงานก็จำเป็นที่จะต้องพัฒนาตนเอง ศึกษาหาความรู้ให้ทันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่พัฒนาไปข้างหน้า ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ตขาดได้ไหมครับ ทุกวันขาดไม่ได้ แฟ้บ สบู่ ยาสีฟัน แก๊ส กะปิ น้ำปลา นี่คือสิ่งจำเป็นสำหรับแรงงานและท่านประธานก็มีความจำเป็นต้องใช้สิ่งเหล่านี้ เช่นเดียวกัน เพราะค่าจ้างที่ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพจึงทำให้แรงงานต้องทำงานอย่างหนัก ผมอยากจะเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านว่าในปัจจุบันแรงงานทั้งที่ทำงานอยู่และ กำลังหางานทำ หากว่างานที่ทำอยู่ไม่มี OT เขาไม่ทำครับ เขาลาออกไปหางานใหม่ เขาไปหา งานที่มี OT ทำ เพราะอะไรครับ เพราะว่าทำแล้วค่าจ้างมันไม่พอต่อการดำรงชีพ มันไม่พอ เลี้ยงชีพในแต่ละวัน เพราะว่าต้องหาเงินให้ได้มากเพื่อพอค่าใช้จ่ายในครอบครัวของพวกเขา ท่านประธานครับ ท่านยังจำข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ได้หรือไม่ ข่าวที่มี พนักงานอาวุโสทำงานในวงการสื่อทำงานหนักจนเสียชีวิตคาโต๊ะทำงาน ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๖ ก็เช่นเดียวกัน มีพนักงานร้านสะดวกซื้อทำงานหนักจนเสียชีวิตหลังร้านสะดวกซื้อ นอกจากที่กล่าวมาแล้วยังมีข้อมูลยืนยันว่าแรงงานไทยทำงานอย่างหนัก ยกตัวอย่างเช่น บริษัทด้านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสภาวะการทำงานซึ่งได้เผยแพร่ข้อมูลผลสำรวจ ปี ๒๕๖๕ ชี้ว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองรั้งท้ายโลกด้านสมดุลการใช้ชีวิตครับท่านประธาน นี่เป็นแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้นที่แรงงานทำงานหนักเพื่อให้มีรายได้มาก เพราะรายได้ปัจจุบันไม่พอใช้จ่ายครับท่านประธาน ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับนี้ จึงกำหนดปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปรับไม่น้อยกว่าอัตราการขยายตัวของ เศรษฐกิจที่ประกาศโดยคณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรืออัตรา เงินเฟ้อตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ตามแต่อัตราใดมากกว่าเพื่อให้แรงงานมีค่าจ้าง ที่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นทุกปี หลักการส่วนนี้แบบง่าย ๆ ครับ ถ้าเราทำงาน เท่าเดิมเราต้องไม่จนลง แรงงานทำงานเท่าเดิมต้องไม่จนลง ถ้าข้าวผัดกะเพราปรับเพิ่มขึ้น ราคา ๕ บาท ค่าแรงขั้นต่ำก็ปรับเพิ่มขึ้น ๕ บาทด้วย ปรับตามอย่างสม่ำเสมอไม่ให้ ทิ้งห่างจากกันจนเกินไปครับ สำหรับพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของธุรกิจ พูดถึงธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ไม่ต้องห่วงเขาครับ รวยล้นฟ้าอยู่แล้ว ธุรกิจขนาดเล็ก ผมขอบอกว่าไม่ต้องกังวลใจ เพราะการปรับค่าจ้างขั้นต่ำแบบนี้จะมีความชัดเจนกว่าเดิม และคาดการณ์ได้ง่าย ในเมื่อ บอร์ดค่าจ้างต้องปรับอยู่แล้ว เราขอให้มีการปรับเป็นกิจวัตร ไม่มีการปรับแบบฉุดกระชาก ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าปรับค่าจ้างขั้นต่ำแต่ละครั้งจะปรับขึ้นเท่าไร ส่วนมาตรการการช่วยเหลือ ต่าง ๆ ของรัฐบาล รัฐบาลไม่ทิ้งท่านอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะรัฐบาลชุดต่อไปที่พรรคก้าวไกล จะเป็นรัฐบาลไม่ทิ้งพี่น้องธุรกิจขนาดเล็กอยู่แล้ว วันนี้หากแรงงานมีค่าจ้างขั้นต่ำที่มากพอ เศรษฐกิจจะดีขึ้นแน่นอน เพราะพี่น้องแรงงานก็จะเอาเงินที่มีไปซื้อของกินของใช้ จะมีเงิน หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น แต่วันนี้แรงงานไม่มีเงิน ในกระเป๋าครับ เศรษฐกิจจึงซบเซาเหมือนที่ท่านประธานเห็น ท่านประธานครับ นอกจากนี้ ยังมีแรงงานอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิความคุ้มครองทางกฎหมายคุ้มครอง แรงงานในปัจจุบัน เช่น ลูกจ้างที่ทำงานบน Platform พี่น้อง Rider แม่บ้าน หมอนวด หรือ คนทำงาน Freelance อย่างนักวาดภาพ นักออกแบบ นักเขียน และศิลปินต่าง ๆ เป็นต้น พี่น้องแรงงานเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิการจ้างงานที่เป็นธรรมได้ และไม่สามารถเข้าถึง สิทธิประกันสังคมในมาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๙ ได้ ยกตัวอย่างพี่น้องทำงาน Rider ขณะที่ พวกเขาไปส่งอาหารบ่อยครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ หลายครั้งที่บางคนถึงกับต้องสูญเสียอวัยวะ ที่ซ้ำร้ายกว่านั้นมีบางคนถึงขั้นเสียชีวิต แต่ทุกวันนี้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงสิทธิในกองทุน เงินทดแทนได้เลย เขาไม่มีสิทธิเข้าถึงกองทุนเงินทดแทนได้ และกองทุนเงินทดแทนนี้ถ้าเป็น ลูกจ้างภายใต้ความคุ้มครองตามกฎหมายจะดูแลลูกจ้างทุก ๆ คนเมื่อเกิดอุบัติเหตุจาก การทำงาน ดังนั้นแล้วกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับที่มีการแก้ไขอยู่นี้จะขยาย ความคุ้มครองดูแลครอบคลุมแรงงานเหล่านี้ด้วย ผมเรียนท่านประธานไปยังสมาชิกทุกท่าน นอกจากนี้แล้วกฎหมายฉบับนี้ยังมีการเสนอการปรับเปลี่ยนการจ้างงานจากรายวันเป็น รายเดือน และนิยาม ๑ เดือนเท่ากับ ๓๐ วันสำหรับลูกจ้างที่มีลักษณะงานเป็นประจำและ ทำงานเต็มเวลา เพราะที่ผ่านมามีปัญหาเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน แม้ลูกจ้าง ๒ คน จะทำงานในสถานประกอบการเดียวกัน มีลักษณะงานเหมือนกัน แต่การจ้างงาน ไม่เหมือนกัน ลูกจ้างรายวันจะมีค่าจ้างและสวัสดิการที่น้อยกว่าลูกจ้างรายเดือน แม้จะนั่ง ทำงานติดกัน อยู่ใกล้กัน แต่ค่าจ้างและสวัสดิการไม่เหมือนกัน ท่านประธานครับ ลูกจ้าง รายวันทุก ๆ วันอาทิตย์ที่เขาต้องหยุดงานตามกฎหมายเขาจะไม่ได้รับค่าจ้าง แม้ในวันหยุด หรือวันที่เขาเจ็บป่วยไม่สบาย ทุกคนจำเป็นต้องกินต้องใช้เช่นเดียวกันครับ จำเป็นต้องกิน ต้องใช้เหมือนเดิม ภาพนี้แตกต่างไปจากท่านประธานและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และลูกจ้าง ที่รับค่าจ้างรายเดือน แม้ไม่ได้ทำงานก็ได้รับค่าจ้างในวันนี้ไม่ได้มาทำงาน การจ้างงาน แบบรายเดือนในร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับนี้จะยืนยันสิทธิในวันหยุดต่าง ๆ ของ คนทำงาน รวมถึงทำให้แรงงานมีรายได้ที่แน่นอน สามารถวางแผนการจัดการทางด้าน การเงินของตนเองได้ดียิ่งขึ้นด้วยครับท่านประธาน นอกจากนี้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ฉบับนี้ยังเสนอแก้ไขการเลือกปฏิบัติต่อแรงงาน ต่อไปนี้ต้องเลิกแสดงออกถึงการกีดกัน แบ่งแยก จำกัดสิทธิ โดยเหตุแห่งความแตกต่างทางถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะทางบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ความเชื่อทางศาสนาและความคิดเห็นทางการเมือง เพื่อคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของ ทุกคนที่เป็นคนทำงาน ที่มีความหลากหลายและมีความเชื่อที่ต่างกัน ท่านประธานครับ การแก้ไขเวลาการทำงานสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน ๔๐ ชั่วโมง มีอยู่ในร่าง พ.ร.บ. คุ้มครอง แรงงานฉบับนี้ จากฉบับเดิมที่กำหนดไว้สัปดาห์หนึ่งไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง ให้ลูกจ้างมีวันหยุด ไม่น้อยกว่า ๒ วันต่อสัปดาห์ โดยวันหยุดประจำสัปดาห์ต้องห่างกันไม่เกิน ๕ วันเพื่อให้ ลูกจ้างมีเวลาพักผ่อน มีเวลาอยู่กับครอบครัว มีเวลาพบปะเพื่อนฝูง มีเวลาออกกำลังกาย มีเวลาศึกษาหาความรู้ยกระดับตนเอง หากแรงงานทำงานเกินกว่านี้ ต้องได้รับเงินค่าล่วงเวลา ครับท่านประธาน ควบคู่กับการกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาพักผ่อนประจำปี ๑๐ วันต่อปี สามารถสะสมได้ในปีต่อไปเป็นอย่างน้อย เพิ่มจากเดิมที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับ ปัจจุบันกำหนดไว้อย่างน้อย ๖ วัน ข้อสำคัญอีกอย่างที่ผมจะยกขึ้นมาก็คือร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับนี้จะบัญญัติข้อใหม่ให้ลูกจ้างสามารถลาไปดูแลบุคคลในครอบครัวได้ หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยในหรือ ผู้ป่วยที่มีความต้องการดูแลทางร่างกายและจิตใจปีหนึ่งไม่เกิน ๑๕ วันทำงาน นอกจากนี้ยังมี การแก้ไขเพิ่มเติมให้มีสถานที่เหมาะสมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อให้ลูกจ้างสามารถ ให้นมบุตรหรือบีบเก็บน้ำนมในที่ทำงานไม่น้อยกว่า ๒ ครั้งต่อวัน ครั้งละประมาณ ๓๐ นาที ในช่วงระยะเวลา ๘ ชั่วโมงในการทำงาน ตลอดระยะเวลา ๑ ปีหลังจากที่คลอดบุตรเพื่อให้ลูก ได้กินนมของแม่ นมของแม่เป็นนมที่มีประโยชน์สูงสุดนะครับ ท่านประธานครับ ที่ผมกล่าว มานี้เป็นส่วนหนึ่งของร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานที่ผมและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกลได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิด โอกาสให้แสดงความคิดเห็นในกฎหมายดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖ ถึงวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ โดยมีผู้สนใจเข้าไปเปิดอ่านกฎหมายฉบับนี้ ๕,๐๐๐ กว่าคน ณ ปัจจุบัน และมีผู้ที่ระบุว่าเห็นด้วยเกือบทั้งหมดครับ ท่านประธาน ต่อไปนี้จะต้องไม่มีใครทำงานหนัก แต่ตนเองจนลง สภาพร่างกายทรุดโทรมก่อนเวลาอันสมควรหรือมีเวลาใช้ชีวิตน้อยลง แต่ปัจจุบันนี้แรงงานส่วนใหญ่ไม่เคยมีทางเลือกจริง ๆ ครับท่านประธาน เมื่อท้องหิวก็ต้อง หางานทำ แม้จะรู้ว่างานที่ทำนั้นจะถูกกดขี่ ขูดรีด เอาเปรียบอย่างหนักก็ต้องทำเพื่อให้ได้เงิน มาซื้อข้าวกินประทังชีวิตของตนเองและครอบครัว แรงงานไม่มีทางเลือกจริง ๆ ครับ ดังนั้นวันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะร่วมกันกำหนดกฎหมายการจ้างงานที่เป็นธรรมเพื่อให้ มาตรฐานเป็นแรงผลักดันพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องแรงงาน เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต พี่น้องคนทำงานซึ่งก็คือคนส่วนใหญ่ของสังคม ร่างกฎหมายที่ผมอยากเชิญชวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านร่วมกันยกมือสนับสนุนกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ และกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับนี้ จะปกป้องสิทธิของพี่น้องแรงงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องแรงงานให้มีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น ท่านประธานครับ กฎหมายเปลี่ยนชีวิตคนทำงานฉบับนี้จะทำให้แรงงานมีเวลาทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับนี้จะพิทักษ์ไว้สำหรับสิทธิคนทำงานทุก ๆ อาชีพ แรงงานต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จริง ๆ ขอบคุณครับท่านประธาน