เกียรติคุณ ต้นยาง รายงานผลการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐาน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการเตรียมรับมือกับสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมชี้ให้เห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านสวัสดิการระหว่างข้าราชการกับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกรณีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ต่ำมาก รวมถึงปัญหาผู้สูงอายุกว่า 71,000 คนในนนทบุรีที่ยังไม่ได้รับสิทธิ จึงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงระบบเพื่อความเป็นธรรมและเท่าเทียมในการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม เกียรติคุณ ต้นยาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอบางบัวทอง อำเภอไทรน้อย พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปราย รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานประชาชนของ คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ทุกคนเกิดมาต้องทำงาน แต่ถ้าใครมี ความพร้อมนั่นหมายความว่าบั้นปลายชีวิตเขาก็จะมีความสุข แต่ว่าคนที่บั้นปลายชีวิตเขามี ปัญหาอุปสรรคใช่ว่าเป็นความผิดของเขา ความพร้อมในวัยทำงาน เขาเข้าถึงเรื่องสวัสดิการ หรือเปล่า วันนี้สิ่งที่ผมจะอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ดีอยู่แล้วเพียงแต่ผมขอ อนุญาตอภิปรายเสริมเพิ่มเติมเพื่อเป็นข้อมูลของท่านต่อไป ผมในฐานะที่เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรระบบเขต เขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะพี่น้องผมชาวอำเภอบางบัวทอง ชาวอำเภอไทรน้อย รวมถึงพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนนทบุรีเป็นตัวอย่างของประเทศไทย ได้นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านจะเห็นว่าองค์การสหประชาชาติ ได้แบ่งลำดับผู้สูงอายุไว้เป็น ๔ ขั้น ตามสไลด์นะครับ ขั้นแรก ที่เราผ่านพ้นมาแล้ว นั่นก็คือ ช่วงของผู้สูงอายุกำลังสู่สังคมผู้สูงอายุ มีช่วงวัยที่กำหนดอย่างชัดเจน ขั้นที่ ๒ คือสังคม ผู้สูงอายุ ตัวนี้เราก็เข้าสู่มาแล้วนะครับ อันดับที่ ๓ คือสังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์ และอันดับที่ ๔ ก็คือสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด สิ่งนี้ มันเป็นสิ่งที่ท้าทายของชีวิตเราทุกวันนี้ว่าสังคมของประเทศไทยเรานี้จะก้าวข้ามตรงนี้ไปได้ หรือเปล่า หรือว่าเราจะต้องติดกับดักกับการที่จะใช้เรื่องของบำนาญผู้สูงอายุ ใช้สวัสดิการ เพื่อผู้สูงอายุในวันข้างหน้า อีกไม่เกิน ๕ ปี อีกไม่เกิน ๑๐ ปี สไลด์อันนี้ก็จะเป็นความจริง เกิดขึ้น พวกเราในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมหรือยังครับ รัฐบาลชุดนี้ พร้อมหรือยังครับ ที่จะขับเคลื่อน ที่จะรองรับสังคมผู้สูงอายุที่จะเกิดขึ้น
สไลด์แผ่นที่ ๒ จะเห็นว่าระบบบำนาญในประเทศไทยชัดเจนสำหรับข้าราชการ ที่รับบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ แรงงาน ภาคเอกชนที่เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีระบบ บำเหน็จบำนาญเฉพาะ ครูโรงเรียนเอกชน พนักงานรัฐวิสาหกิจที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พวกนี้ถือว่าอนาคตบั้นปลายชีวิตมีความสุขแน่ สุขกายสุขใจ สุขทั้งสุขภาพร่างกายอนามัย เพราะเขามีเรื่องระบบสวัสดิการสูงวัยรองรับอยู่ ถ้านอกเหนือจากกลุ่มนี้สิครับ นั่นคือสิ่งที่เรา จะต้องขับเคลื่อนต่อไปใช่หรือไม่ครับ
สไลด์แผ่นที่ ๓ ผมขออนุญาตเปรียบเทียบนะครับ สิ่งที่ผมจะเปรียบเทียบนี้ พูดด้วยความจริงใจ ผมไม่ได้มีความหมายเรื่องของจะไปต่อว่าเรื่องสวัสดิการของข้าราชการ แต่อย่างใดนะครับ เพื่อจะมาเปรียบเทียบให้เห็นว่างบประมาณสวัสดิการข้าราชการทั้งหมด ๓๒๒,๗๙๐ ล้านบาท ใช้กับข้าราชการ จำนวน ๘๑๐,๐๐๐ คน ตกเฉลี่ยคนละ ๓๙๘,๕๐๖ บาทต่อคน แล้วมาดูเบี้ยผู้สูงอายุ มีทั้งหมด ๘๗,๕๘๐ ล้านบาท ให้กับผู้สูงอายุ จำนวน ๑๑,๓๐๐,๐๐๐ คน เฉลี่ยตกคนละ ๗,๗๕๐ บาท ข้อมูลนี้ทุกคนทราบดี ความห่างกันตั้ง ๕๐ เท่า ยินดีกับข้าราชการที่มีสวัสดิการ เพราะอะไร เพราะเขาทำงานมาตลอดทั้งชีวิต ครึ่งชีวิต บริการประชาชนมา สมควรแล้วครับที่ต้องได้รับสวัสดิการอย่างนั้น แต่พี่น้องประชาชน คนธรรมดาห่างไปตั้ง ๕๐ เท่า พวกเราจะทำอย่างไรที่จะให้เกิดความเสมอภาค ให้เกิดความ เท่าเทียม อันนี้เป็นสิ่งที่พวกเราต้องตระหนักและขับเคลื่อนให้ได้
สไลด์แผ่นถัดไป อันนี้คืออัตราเบี้ยยังชีพ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ จนถึงปัจจุบัน เมื่อปี ๒๕๓๕ อยู่ที่อัตรา ๒๐๐ บาท ปี ๒๕๔๐ เพิ่มมาเป็น ๓๐๐ บาท ปี ๒๕๔๙ เพิ่มมาเป็น ๕๐๐ บาท ปี ๒๕๕๔ จนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ ๖๐๐ บาท ถึง ๑,๐๐๐ บาท เป็นไปตามช่วงอายุวัย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่มาถึงจุดจบแล้วหรือยังที่เราต้องอดทนกับผู้เฒ่าผู้แก่ คนที่เขาสร้างประเทศนี้ มาเพื่อเรา คนที่เขาอยู่มาก่อนเรา เขาสร้างประโยชน์มาก่อนเราใช่ไหม ถ้าใช่แล้วเราจะปล่อย ให้เขาอยู่แบบเดือนละ ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท หรือ ๑,๐๐๐ บาท กินไข่วันละ ๑ ฟอง อย่างนี้ต่อไปหรือครับ
สไลด์แผ่นสุดท้ายครับ เมื่อผมเป็น สส. เขต อดรนทนไม่ได้จะต้องพูดถึง ข้อมูลที่จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง ข้อมูลของจังหวัดนนทบุรี ท่านจะเห็นว่ามีผู้สูงอายุที่ยัง ไม่ได้รับเบี้ยยังชีพ จำนวนผู้สูงอายุในจังหวัดนนทบุรี มีทั้งหมด ๒๘๓,๙๐๙ คน คิดเป็น ร้อยละ ๒๑.๗๐ ของจำนวนประชากรทั้งหมดของจังหวัดนนทบุรี มีผู้ได้รับเบี้ยยังชีพ จาก ๒๘๓,๙๐๙ คน มีผู้ได้รับเบี้ยยังชีพแค่ ๒๙๐,๓๑๕ คน คิดเป็น ๗๓.๗๒ เปอร์เซ็นต์ คนที่หายไปอีก ๗๑,๕๙๔ คน เขาหายไปไหนครับ ทำไมเขาไม่ได้ครับ นี่คือความเหลื่อมล้ำ หรือเปล่า ความเท่าเทียมมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าจังหวัดนนทบุรีเป็นอย่างนี้ผมเชื่อได้เลย ว่าอีก ๗๖-๗๗ จังหวัด ก็เป็นเหมือนกันไม่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นจังหวัดนนทบุรีของผม เป็นตัวชี้วัดได้ สิ่งที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานว่าอย่าให้เกิดความเหลื่อมล้ำเลยครับ ปรับให้มันเท่ากัน เสมอภาคและเท่าเทียมเพื่อความเป็นธรรมของทุกชนชั้น ขอบคุณครับ