สุเทพ อู่อ้น หารือการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานสำหรับผู้ใช้แรงงานที่ทำงานมายาวนาน พร้อมเน้นความจำเป็นในการจัดตั้งระบบสวัสดิการที่ครอบคลุมทุกช่วงวัยตั้งแต่เกิดจนถึงวัยผู้สูงอายุ และเรียกร้องให้มีนโยบายด้านที่อยู่อาศัย น้ำ สาธารณูปโภค และการดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน ขอมีโอกาสส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานการพิจารณา เรื่อง การพัฒนาระบบ บำนาญพื้นฐานประชาชน ในฐานะที่เป็นคนใช้แรงงาน ทำงานมา ๓๐ กว่าปี ก็อยากจะ สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้น นั่นก็คือสิ่งที่ต้องการให้เกิดเรื่องของระบบรัฐสวัสดิการ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
คนเราเริ่มต้นจากการเกิด จะเห็น ได้ว่าเมื่อเราเกิดมามันจะต้องได้รับการดูแล การดูแลที่ดีก็คือต้องมีเงินอุดหนุน ของขวัญ วันเกิด ๓,๐๐๐ บาท เงินเดือนเด็กเล็ก เดือนละ ๑,๒๐๐ บาท ที่จะช่วยในการดูแล สิทธิการ ลาคลอด ๑๘๐ วัน และเรื่องของศูนย์ใกล้บ้านในการเลี้ยงดูเด็กเล็ก และที่ทำงาน สำหรับ ช่วงต่อไปคือช่วงของการเจริญเติบโต ดังนั้นเห็นว่าการเรียนจะต้องมีการเรียนฟรี อาหารฟรี รวมทั้งมีรถรับส่งที่ดีและปลอดภัย มีคูปองเปิดโลกเพื่อพัฒนาเยาวชน รวมทั้งเรื่องของ ผ้าอนามัยต้องมีแจกฟรีในโรงเรียน ในช่วงต่อไปจากเรียนเสร็จ เติบโตเป็นเรื่องของ การทำงาน ตั้งแต่การทำงานเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ ต้องมีค่าจ้างที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ดังนั้น ค่าจ้างที่ทำการวิเคราะห์มาแล้ว ผมในฐานะอดีตเป็นประธานกรรมาธิการการแรงงาน ได้มีงานวิจัยมาเสนอสภาแล้ว ค่าจ้างที่เพียงพอต่อการใช้จ่ายที่เกิดขึ้น บ้านเช่า ข้าวซื้อ รถผ่อน ลูกเรียน พ่อแม่ก็เลี้ยงดู ดังนั้นต้องมีค่าจ้างที่เพียงพอ เรื่องของสัญญาจ้างต้อง เป็นธรรม เรื่องของแรงงาน จะต้องมีการเปิดโอกาสให้มีการตั้งองค์กรสหภาพแรงงานให้ล้อ กับเรื่องของอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๘๗ และฉบับที่ ๙๘ มีระบบประกันสังคมที่ดีถ้วนหน้า วันนี้ระบบประกันสังคมยังแยกออกเป็น ๒ ส่วน แรงงานในระบบ มาตรา ๓๓ ดูแล ๗ กรณี แรงงานนอกระบบยังไม่มีมาตรฐานการดูแลขั้นพื้นฐานให้กับพี่น้องแรงงาน เรื่องของการเพิ่ม ทักษะให้กับแรงงาน เพื่อเพิ่มโอกาสเรื่องของการทำงานที่มีประสิทธิภาพและมีค่าจ้างเพิ่มขึ้น มาสู่เรื่องของหลังจากทำงานนะครับ วัยผู้สูงอายุที่คณะกรรมาธิการได้มีการศึกษาชัดเจน เรื่องบำนาญ จากตัวเลขที่ท่านประธานและคณะที่ศึกษา จะเห็นได้ว่าเส้นขีดค่าความยากจน อย่างน้อยต้องมี ๒,๗๐๐-๒,๘๐๐ บาท นั่นคือชีวิตที่คนจะต้องมีข้าวกิน ๓ มื้อ แต่เห็นได้ว่า ระบบการบริหารจัดการประเทศนี้กดทับมายาวนาน คน ๔๐ กว่าล้านคน คนที่ทำคุณงาม ความดีมา ๖๐ ปี ได้รับการดูแล ๖๐๐ บาท วันละ ๒๐ บาท ให้กินไข่ต้มวันละมื้อหรือครับ แต่เอาละครับ เมื่อกรรมาธิการเขาใช้ความพยายาม เพราะเข้าใจว่าถ้ามีการเสนอตัวเลขที่สูง จะไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาล จึงใช้ความพยายามที่จะใช้ตัวเลขที่ ๑,๒๐๐ บาท หวังว่า เป็นการปักธงให้กับผู้สูงอายุ เงินเหล่านั้นที่ได้ไป ในครอบครัวจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับ ครอบครัว เพราะผู้สูงอายุก็ไม่อยากเป็นภาระให้กับคนในครอบครัว วันนี้สิ่งที่หลาย ๆ ท่านพูดสะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนว่าวันนี้ประเทศไทยเราวัยผู้สูงอายุ เต็มรูปแบบ ถ้าไม่คิดจะทำเรื่องพวกนี้ให้กับคนที่เป็นวัยผู้สูงอายุแล้ว ในอนาคตวัยทำงาน อย่างพวกผม ซึ่งเคยบอกแล้วทำงานมา ๓๐ กว่าปีนี้ ต้องแบกภาระ ต้องทำงานมากกว่า ๘ ชั่วโมง เพื่อจะให้มีรายได้ที่จะต้องมาเลี้ยงดูผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรกระทำอยู่แล้วในฐานะ ที่เป็นคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย รวมทั้งคุณพ่อคุณแม่ แต่สิ่งเหล่านั้นสังคมนี้ไม่ได้ Design เพื่อรองรับ เกิด วัยเจริญเติบโต วัยทำงาน วัยผู้สูงอายุ และมีอีกสิ่งสำคัญนั่นคือขั้นพื้นฐาน PowerPoint สุดท้ายนะครับ เรื่องของทุก ๆ วัย จะต้องมีที่อยู่อาศัย ดังนั้นในเรื่อง การจัดเตรียมที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนเป็นเรื่องที่จำเป็น สำคัญกว่านั้นต้นทุนของคน ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทุกท่านตื่นมาหรือตั้งแต่เกิดนะครับ น้ำต้องมีการดื่ม ต้องกินต้องใช้ เมื่ออดีตสมัยก่อนน้ำฝนยังสามารถมาดื่มกินได้ วันนี้น้ำไม่มีคำว่าฟรี ดังนั้นต้องมีนโยบาย เรื่องน้ำฟรีในพื้นที่ด้วย ต่อด้วยเรื่องของการเติมเงินให้ท้องถิ่น อันนี้จำเป็นอย่างยิ่งนะครับ ถ้าเราไม่พัฒนาท้องถิ่น ไม่มีเงินให้ท้องถิ่นในการที่จะทำให้ท้องถิ่นนั้นพัฒนาและส่งเสริม ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในท้องถิ่น และจะสามารถพัฒนาได้อย่างไรครับ สำคัญ ยิ่งกว่านั้นในเรื่องของการสื่อสาร เราต้องจัดระบบการสื่อสาร วันนี้โลก Online นะครับ เราต้องเติมให้ทุกคน ได้มีอินเทอร์เน็ตฟรีอย่างน้อย ๑ กิกะไบต์ เพื่อจะได้สื่อสารกับทาง ราชการและสื่อสารกับหน่วยราชการต่าง ๆ เพื่อรองรับระบบการดูแลให้ทั่วถึงและทั่วหน้า มีอีก ๑ ส่วนนะครับ นั่นก็คือคนที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง มีจำนวนมากครับขณะนี้ และที่สำคัญ เมื่อมีผู้ป่วยติดเตียง ต้องสูญเสียบุคลากรในครอบครัว ๑ คนเลยครับไปดูแล แล้วคนเหล่านั้น เคยมีรายได้ รายได้กลับมาเป็น ๐ และเป็นภาระของครอบครัวต่อไป ในอนาคตต้องฝาก คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม ช่วยศึกษาพัฒนาโครงสร้างระบบราชการได้ในหลาย เรื่องซึ่งแม้เรื่องนี้ก็ต้องขอขอบคุณด้วยความตั้งใจที่ท่านพยายามจะดูแลผู้สูงอายุก่อน แต่ผม ขอฝากในพื้นฐานของการใช้ชีวิตตั้งแต่เกิด เติบโต เรียน ทำงาน และวัยผู้สูงอายุ รวมทั้ง สวัสดิการถ้วนหน้าที่จะต้องจัดให้กับพี่น้องประชาชนครับ