สัญญา สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

สัญญา นิลสุพรรณ หารือร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมเห็นด้วยกับการจัดตั้งสมัชชาชาติพันธุ์ และเรียกร้องให้รัฐบาลส่งเสริมสิทธิและโอกาสให้กลุ่มชาติพันธุ์ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างเท่าเทียม โดยย้ำความสำคัญของการรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้เอกลักษณ์ความเป็นไทย

นายสัญญา นิลสุพรรณ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์นะครับ สืบเนื่องจากจริง ๆ เมื่อสมัยที่แล้วผมก็ได้มีโอกาสได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ว่าเมื่อครั้งที่แล้ว ปลายสมัย แล้วก็ปิดสมัยไปก่อน แล้วก็ได้ทราบว่าทางคณะรัฐมนตรีชุดที่แล้วก็ได้มี การมอบหมายให้ทางกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์นี้ให้ไปเตรียมร่าง แล้วก็วันนี้ก็ดีใจที่คณะรัฐมนตรีเองได้นำร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวนี้เข้ามาให้สภาพิจารณาในวันนี้ ผมจึงถือโอกาสนี้ได้ร่วมอภิปรายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งที่แล้วเองยังไม่ได้ครอบคลุมในเรื่อง ของรายละเอียดในพระราชบัญญัตินี้ ก็เลยไม่ได้ลงรายละเอียดในการอภิปรายเยอะ แต่ในสัปดาห์ในครั้งนี้เอง ในร่างของคณะรัฐมนตรีผมเห็นด้วยในหลายประเด็นครับ ท่านประธาน ในเรื่องของร่างมาตรา ๕ ในเรื่องของการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิต ในหลาย ๆ เรื่องที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วผมคงไม่อภิปรายซ้ำ อันนี้เป็น เรื่องที่ดีมาก แล้วก็เรื่องของการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ แล้วก็มีเรื่อง ของการจัดตั้งสมัชชากลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย ซึ่งผมคิดว่าตอบโจทย์ของพี่น้องกลุ่ม ชาติพันธุ์ ในพื้นที่ผมเอง ๓ อำเภอ อำเภอบรรพตพิสัย อำเภอเก้าเลี้ยว อำเภอชุมแสงมีพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์อยู่ทั้ง ๓ อำเภอ มีพี่น้องไทยทรงดำ ลาวครั่ง ผมเองมีโอกาสได้ร่วมงานกับ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์แทบจะทุกงานที่มีประเพณีที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ มีโอกาสได้ต้อนรับสมัชชากลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย มีโอกาสเลี้ยงต้อนรับกัน มีโอกาส ได้พูดคุย เมื่อปลายสมัยที่แล้วตอนที่มีการหาเสียงเลือกตั้งก็มีการได้พบปะพูดคุยกับ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้มีการนำความต้องการของพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เข้ามาเพื่อประมวลผลในการที่จะขับเคลื่อน วันนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมาย ที่ดีที่คณะรัฐมนตรีและคณะประชาชนอีก ๓ ร่างที่ยื่นเข้ามาในวันนี้ ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยเป็นประชารัฐ อันนี้เขาเรียกว่าเป็นกุศโลบายของบรรพบุรุษของเรา ในการที่แต่งเพลงชาติไทยไว้ ความหมายชัดเจนครับว่าประเทศไทยนี้รวมเชื้อชาติหลาย เชื้อชาติมารวมกันเป็นประเทศไทย ทุกคนที่เกิดบนผืนแผ่นดินไทยถือว่าเป็นคนไทย แต่เราต้องยอมรับที่ผ่านมาในอดีตพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ห่างไกลก็อาจจะได้รับการดูแล ที่ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ท่านลองย้อนนึกไปเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วเราจะเห็นว่าพี่น้องที่อยู่ตาม กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ นี้ก็จะมีปัญหา เราคงไม่พูดซ้ำเติม แต่ว่าพูดกันแค่อดีตว่าเรื่องของ ยาเสพติด เรื่องของฝิ่น เราจะเห็นภาพนั้น แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว ปัจจุบันพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐ จากองค์กรต่าง ๆ องค์กรภาคเอกชนต่าง ๆ ได้เข้าไป ช่วยทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ของพี่น้องชาติพันธุ์ได้เข้าถึงการพัฒนาเป็นอย่างดี วันนี้ก็ถือว่าเป็น อีกก้าวหนึ่งที่จะก้าวต่อไปที่จะส่งเสริมให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ได้มีโอกาสเข้าถึงงบประมาณ ของรัฐได้มากขึ้น ได้เข้าถึงสิทธิที่จะเป็นคนไทยอย่างเต็มตัวได้มากขึ้น ผมคิดว่าพี่น้อง กลุ่มชาติหลาย ๆ ท่านที่ผมได้พูดคุยก็มีความคิดเดียวกันว่าไม่อยากให้รู้สึกว่าเขาเป็น คนต่างชาติหรือต่างภาษาหรืออะไร ทุกคนอยากจะเป็นคนไทยเพราะเราภูมิใจในความเป็น คนไทย และเรารักกันไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ใดก็ตาม อันนี้ผมว่าเป็นเสน่ห์ที่ประเทศไทย มีไม่เหมือนประเทศไหน อันนี้ที่เราจะต้องช่วยกันรักษาไว้ ผมคิดว่าทางคณะรัฐมนตรีเอง หน่วยงานต่าง ๆ เอง ก็คงจะได้กลั่นกรองทุกอย่างมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิทธิ มนุษยชนและความมั่นคงของรัฐ ผมจึงเชื่อมั่นใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ที่ตอบ โจทย์มากที่สุด เพราะอย่าลืมว่าบางครั้งถ้าเราทำอะไรที่มากเกินไปอาจจะมีผลกระทบ ตามมาได้ อันนี้ผมอาจจะมองในแง่ร้ายไว้นิดหนึ่ง เพราะว่ามันมีตัวอย่างให้เห็นในหลายประเทศครับ ท่านประธาน ไม่ว่าจะประเทศบ้านเราเอง ใกล้ ๆ เราเองนะครับ แล้วก็มีอีกหลายประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็มี การที่เราไปแบ่งแยกจนเกินไปในเรื่องของการเป็นตัวตน ของชาติพันธุ์นั้น ชาติพันธุ์นี้ จะทำให้มันจะเกิดเหมือนแบ่งพรรคแบ่งพวกกันไปเอง แต่การที่ผมมองว่าถ้าเราร่วมกันเราเป็นคนไทย แล้วก็มีคณะกรรมการและร่วมกัน แต่ท่านก็ สามารถมีคณะกรรมการหรือมีสมัชชาได้ผมว่าตอบโจทย์ อันนี้เป็นข้อคิดในชั้นกรรมาธิการ ถ้ามีการตั้งผมก็อยากจะฝากเป็นข้อสังเกตให้ทุกท่านนะครับ ท่านศักดิ์ดา แสนมี่ เอง ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ผมก็ได้เคยมีโอกาสได้โทรศัพท์พูดคุยและได้ทราบถึง ความต้องการของท่านเอง แล้วพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในหลายพื้นที่ผมก็คิดว่าทุกอย่างต้อง เดินไปด้วยกันทั้งภาครัฐและภาคประชาชน ผมก็ขอสนับสนุนนะครับร่างพระราชบัญญัติ สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยที่ได้นำเสนอเข้าสู่สภาในวันนี้ครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ