สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ หารือเรื่องการส่งเสริมสิทธิและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง โดยเฉพาะกลุ่มมานิในจังหวัดพัทลุง และเรียกร้องการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พร้อมเสนอแผนการสร้างกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิและสนับสนุนวิถีชีวิตของกลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง รวมถึงการสร้างคณะกรรมการและสภาชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อประสานงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ. .... ที่เข้าพิจารณาพร้อมกันทุกฉบับในวันนี้ ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันที่เราได้ร่วมกันพิจารณากฎหมายหลายฉบับที่มีจุดประสงค์เหมือนกัน คือเพื่อ คุ้มครองและส่งเสริมสิทธิให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ให้พวกเขาได้มีโอกาสได้เข้าถึงสิทธิต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม ในพื้นที่ของผมมีพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์มานิอาศัยอยู่ในบริเวณเทือกเขาบรรทัด ของจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียงมาอย่างยาวนาน ซึ่งมานิ ก็แปลว่า มนุษย์ หรือคนเหมือนพวกเรานี่ละครับ แต่หลายท่านอาจจะรู้จักพวกเขา ในชื่อว่า เงาะป่าซาไก โดยปัจจุบันมีพี่น้องมานิอาศัยอยู่ประมาณ ๑๒ กลุ่ม ประชากร ประมาณ ๓๘๐ คน พี่น้องมานิก็มีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม หาของป่า ทั้งขุดมัน กินพืชและสัตว์ พวกเขาจะเคลื่อนย้ายไปตามแหล่งอาหาร และตั้งถิ่นฐานแบบถาวรในบางกลุ่ม การดำรงอยู่ ของพวกเขาสัมพันธ์กับความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ มีวิถีชีวิตที่เคารพ ธรรมชาติ มีภาษาและประเพณีที่เฉพาะ มีภูมิปัญญาอันน่าทึ่งในเรื่องของสมุนไพรและ ยารักษาโรคตามธรรมชาติ พวกเขามีการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีความเอื้ออาทร แต่ปัจจุบัน ก็ถือว่า เป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางอย่างมาก โดยพื้นที่ที่พี่น้องมานิอาศัย ในปัจจุบันเรียกว่า พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพืชพันธุ์และสัตว์ป่า มีน้ำตกและแหล่งท่องเที่ยวที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ ที่ตั้งขึ้นมาในปี ๒๕๑๘ โดยการมีอยู่ของชาวมานิในพื้นที่มาก่อนแล้ว ปัจจุบันพี่น้องมานิ มีบัตรประชาชน เป็นประชาชนคนไทย โดยได้มีหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้ช่วยดูแล ยกตัวอย่างในพื้นที่อำเภอป่าบอนและอำเภอกงหรา ก็ได้รับการดูแลให้เข้าถึงระบบการศึกษา ระบบสาธารณสุขและยังช่วยดูแลในด้านอื่น ๆ ซึ่งผมเองก็ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ แต่เรื่องที่ยังเป็นปัญหาก็ยังมี โดยพี่น้อง มานิได้เรียกร้องสิทธิในที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน โดยขอให้มีพื้นที่คุ้มครองให้สามารถดำรง วิถีชีวิต พึ่งพาตนเองได้ ไปจนถึงสิทธิด้านการศึกษา อาชีพ ด้านความมั่นคงทางอาหาร และ สวัสดิการอื่น ๆ ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้มากกว่าคนอื่น แต่เท่าเทียมกับคนอื่นในประเทศ

ท่านประธานครับ นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอยู่ มากถึง ๖๐ กลุ่มชาติพันธุ์ ประชากรกว่า ๑๐ ล้านคนที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งบนพื้นที่สูง ภูเขา ที่ราบ ริมทะเล ในเกาะและในป่า ปัจจุบันพวกเขายังเผชิญปัญหาที่ หลากหลายครับ บางกลุ่มไม่ได้รับสถานะทางกฎหมาย บางกลุ่มมีปัญหาการเข้าไม่ถึงสิทธิ ขั้นพื้นฐานและบริการของรัฐ ถูกเลือกปฏิบัติ หรือละเมิดสิทธิ บางกลุ่มได้รับผลกระทบจาก กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต ถูกกำจัดสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติตามวิถีดั้งเดิม ทำให้พวกเขาเกิดความไม่มั่นคงในชีวิต ที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน จนกระทั่งชนเผ่าพื้นเมือง และกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่มได้สูญเสียวัฒนธรรม และอาจสูญหายไปตามกาลเวลา วันนี้ผมจึง ขอสนับสนุนให้เรามีกลไกทางกฎหมาย เพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตของพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง โดยผมคิดว่ากฎหมายที่จะบังคับใช้ ควรที่จะประกอบ ไปด้วยประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ครับ

๑. กฎหมายนี้ควรกำหนดให้มีการคุ้มครองสิทธิของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ให้สามารถดำรงชีวิตตามวิธีและวัฒนธรรม มีการรับรองสถานะทางกฎหมาย พร้อมกับมี สิทธิขั้นพื้นฐาน ทั้งในด้านการเข้าถึงบริการของรัฐ ระบบสาธารณสุข การศึกษา ทรัพยากรธรรมชาติ ที่อยู่อาศัยและสิทธิในด้านอื่น ๆ ตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยจะต้องส่งเสริมให้เกิดการอยู่ ร่วมกันและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน

๒. กฎหมายนี้ควรกำหนดให้มีคณะกรรมการเพื่อมากำหนดนโยบายและ มาตรการในการคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อนำไปสู่ การปฏิบัติ โดยภาคส่วนต่าง ๆ จะต้องมีส่วนร่วม ทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการและประชาชน

๓. กฎหมายนี้ควรกำหนดให้มีสภาชนเผ่าพื้นเมือง โดยมีสมาชิกหรือตัวแทน ที่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการประสานงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน และ ให้มีการเสนอแนะ สะท้อนปัญหาและความต้องการต่อหน่วยงานของรัฐ และสร้างการมี ส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตและคุ้มครองสิทธิของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ต่อไป

๔. กฎหมายนี้ควรกำหนดให้มีพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อรับรอง ให้ชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มต่าง ๆ ได้มีพื้นที่ในการอยู่อาศัยตามวิถีชีวิตอย่างมั่นคง และใช้ประโยชน์ และรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

๕. กฎหมายนี้ควรกำหนดให้มีการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในประเทศไทย ทั้งข้อมูลในด้านวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และที่อยู่อาศัยของพวกเขา ยกตัวอย่างพี่น้องมานิ มีข้อมูลอีกมากมายเกี่ยวกับพวกเขาที่เราไม่ทราบ การจัดทำข้อมูล จะทำให้เกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดนโยบาย และมาตรการเพื่อการ อนุรักษ์ คุ้มครอง และส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ท่านประธานครับ วันนี้ผมจึงขอให้เราได้ร่วมกันลงมติเห็นชอบรับหลักการ กับร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองทุกฉบับ โดยที่เราจะนำความแตกต่างไปสู่การพิจารณาในวาระต่อ ๆ ไป เพื่อให้เกิดกลไกทางกฎหมาย ที่บังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าวันนี้เป็นวันที่ สำคัญ ที่เราจะยืนยันว่า สภาผู้แทนราษฎรของประชาชนแห่งนี้รับรู้ ยอมรับ และเห็น ความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ และจะส่งเสริมสิทธิที่เป็นธรรมให้กับ คนไทยทุกคน ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มใหญ่หรือชนกลุ่มน้อยในสังคม ไม่ว่าจะมี ความหลากหลาย หรือความแตกต่างทั้งด้านความคิด วิถีชีวิต อาชีพ เพศ ศาสนา หรือวัฒนธรรม วันนี้เราจะยืนยันว่า สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะสร้างกลไกทางกฎหมายเพื่อสร้างความเสมอ ภาคจากภาครัฐ และสร้างความเข้าใจจากสังคมที่จะไม่มองว่า พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์คือคนอื่น แต่เป็นมนุษย์และเป็นประชาชนที่เท่าเทียมกัน สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมขอกล่าวคำว่า ฮัมยิก ซึ่งเป็นภาษามานิที่แปลว่า ขอบคุณครับ