สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ทรงยศ รามสูต หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการอนุมัติในเขตป่าสงวน อุทยาน และลุ่มน้ำ โดยเรียกร้องการลดขั้นตอนในการอนุมัติและแก้ไขปัญหาการขออนุญาตที่มีข้อกฎหมายและระเบียบต่างกัน พร้อมตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และยังหารือเรื่องงบประมาณของกรมป่าไม้เพื่อแก้ไขปัญหาการบูรณาการงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ และแก้ไขปัญหาในระยะยาวด้วยการแก้ไขตัวบทกฎหมาย

นายทรงยศ รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทยในฐานะผู้เสนอญัตติ ขอสรุปญัตติของผมในเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจังหวัดพื้นที่ในเขตป่าสงวน เพื่อลดขั้นตอนในการ อนุมัติของท่านอธิบดี

ซึ่งตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่แล้วจนถึงวันนี้มีเพื่อนสมาชิกทั้งที่เสนอญัตติ คล้ายคลึงกัน แล้วก็ที่มาอภิปรายก็พูดถึงปัญหา ก็คงจะทราบว่าตั้งแต่เราจะต้องเบิกงบประมาณ จะต้องเอาเอกสารของทางราชการมารองรับในเขตพื้นที่ป่า มีหลายพื้นที่ที่มีปัญหา ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ไม่ว่าจะเป็นป่าสงวน ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็น เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า แล้วบางครั้งก็มีในส่วนของป่าชายเลนและนิคมสร้างตนเอง ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็มีการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันนะครับ โชคดีจังหวัดน่านเมื่อวันศุกร์ วันเสาร์ ที่ผ่านมา พอดีท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านภูมิธรรม ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน มอบหมายให้ดูแล คทช. ท่านพาเจ้าหน้าที่ สคทช. ไปดูแลแก้ปัญหาที่เมืองน่านพร้อมกับ ทางทีมงานพาณิชย์โดยท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ ก็ไปแก้ไขปัญหาเรื่องสินค้า GI ซึ่งเป็น สินค้าที่จะบ่งชี้ที่ทางภูมิศาสตร์นะครับว่ามันมีต้นกำเนิดสร้างจากที่ไหน มีวิสัยทัศน์ที่จะ รีบแก้ปัญหา โดยจะใช้ คทช. แก้ เพราะถ้าไม่รีบแก้ ปีหน้าสินค้าประเภทไม้ กาแฟ ยาง โกโก้ น้ำมันปาล์มและถั่วเหลืองอาจจะไม่สามารถส่งไปที่ EU ได้ ถ้าเราไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้

นอกจากนี้พอ สคทช. มาผมก็เลยถือโอกาสได้ขอความรู้จากเขาว่า ญัตติของผม เข้าสภามันมีปัญหาเยอะมันจะแก้ไขอย่างไร เพราะว่าพยายามไปสืบถาม ไปสอบถามข้อมูล หลายครั้งก็ยังได้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ก็ได้รับข้อมูลมาว่าในการที่จะขออนุญาตแต่ละที่ มีข้อมูล มีข้อกฎหมาย กฎ ระเบียบที่แตกต่างกัน อย่างเช่น ในส่วนของเขตป่าสงวนที่เป็นพื้นที่ราบ หรือลุ่มน้ำระดับ ๓ ๔ ๕ เรื่องนี้ต้องขอตาม พ.ร.บ. ป่าสงวน มาตรา ๑๖ ซึ่งก็มีพื้นที่ทั้งหมด ที่ คทช. เขารับผิดชอบ ๑,๕๘๒ แปลงทั่วประเทศ ซึ่งตอนนี้ปัญหามันติดขัดอยู่ตรงในพื้นที่ ของที่ อบต. จะต้องสำรวจ ปัญหาใหญ่ก็คือในเรื่องของการทำขอบเขตที่ดินรายแปลง ซึ่งพอดีจังหวัดน่านเป็นจังหวัดต้นแบบ ก็เลยได้อนุมัติเยอะกว่าเพื่อน จะทำอย่างไรที่จะให้ จังหวัดอื่น ๆ ได้รับรู้ รับทราบข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้จะได้ไปแก้ไขปัญหา เพราะได้รับทราบว่า ในส่วนของ คทช. ถ้าหลังจากอนุมัติแล้ว สามารถไปดำเนินการซ่อมสร้างในพื้นที่ของ คทช. ได้เลย แล้วก็ได้ทราบว่าเขามอบหมายทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด โดยทางท้องถิ่นเสนอไปขอ ผู้ว่าได้เลย แล้วในส่วนของพื้นที่ป่าสงวนถ้าได้รับการอนุมัติแล้วก็จะมีผล ๓๐ ปี แต่ถ้าอุทยาน ๒๐ ปี ส่วนในลุ่มน้ำชั้น ๑ ชั้น ๒ ก็มีการขอแตกต่างกันไป โดยลุ่มน้ำ ชั้น 1A ชั้น 1B และชั้น ๒ จะต้องขอตาม พ.ร.บ. ป่าสงวน มาตรา ๑๙ อีกมาตราหนึ่ง โดยให้ หน่วยงานของรัฐที่ดูแล อบต. ขึ้นไปอีกที เป็นเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๙ ซึ่งเวลาจะขอ ก็จะต้องระบุพิกัดว่าจะทำอะไร พิกัดไหน เท่าไร ซึ่งหลังจากอธิบดีอนุมัติมาก็จะส่งเจ้าหน้าที่ มาตรวจสอบ นี่ก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง

ส่วนอุทยานแห่งชาติ พอดีผมอยู่กรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งท่านประธานก็ตั้งคณะทำงานเรื่องนี้ขึ้นมาเมื่อเดือนที่แล้ว แต่พอดีเรื่องนี้ ผมยื่นไปตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้ว เมื่อวานเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมา ทางอุทยานแห่งชาติ เขาบอกว่าเวลาจะขอเข้าไปทำโครงสร้างพื้นฐานในเขตพื้นที่ ถ้าเวลาไปซ่อมให้ขอตาม มาตรา ๒๒ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ถ้าสร้างให้ขอตามมาตรา ๒๓ จริง ๆ ทางอุทยาน เขาบอกใช้เวลาไม่นาน แต่ผมคุยกับเพื่อนสมาชิกหลายคนมันตรงกันข้าม หลายคนบอกว่า เป็นปีเลยยังไม่ได้ เราก็ต้องมาหาจุดว่าจะแก้ไขอย่างไร นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายเรื่อง

ฉะนั้นผมก็เลยคิดว่าเราควรจะต้องมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษา เรื่องนี้อย่างจริงจังที่จะแก้ไขปัญหา เพื่ออย่างน้อยไม่ว่าจะตั้งกรรมาธิการหรือจะมอบหมาย ให้กรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าไปพิจารณาก็ไม่มีปัญหา หรอกครับ อย่างน้อยเราจะได้วางแผนแก้ไขปัญหาระยะสั้นทำอย่างไร เช่น ให้ความรู้กับ อบต. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขาจะไปแก้ไขปัญหา เพราะหน่วยงานอื่นเขาขอโดยตรงจากภาครัฐตามมาตรา ๑๙ หรือตามข้อกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องได้ อย่างน้อยเราต้องให้ความรู้ว่าเขตเขาอยู่ในพื้นที่ไหน เขตป่า เขตอุทยาน ป่าสงวน ลุ่มน้ำไหน ควรขอแบบไหน มีกรณีตัวอย่างให้เข้ามาศึกษาวางแผนระยะสั้น

ระยะกลางเราจะต้องทำการดูว่าที่ผ่านมานี้ ที่ยื่น ๆ ไปมันติดขัดตรงไหน อย่างที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่า ของจังหวัดน่านได้เปรียบคือเราทำขอบเขตที่ดิน ขอบเขต รายแปลงเยอะ แล้วก็สมบูรณ์ถึงได้เปรียบ แล้วก็มาดูว่า อบต. ไหนที่ยังไม่เข้าใจ หรือขั้นตอนไหน ที่ติดขัดจะได้ดำเนินการให้ถูกต้อง แล้วก็ได้ทราบข่าวว่าหน่วยงานของรัฐก็พยายาม มอบหมายผ่องถ่าย อย่างเช่น ทางท่านอธิบดีก็ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ สำนักงาน จัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่มีอำนาจในการอนุมัติได้ ก็ถือว่าลดขั้นตอน แล้วก็ได้รับทราบว่า คทช. ก็บอกว่า ถ้าเขาอนุมัติแล้วทำเรื่องไปที่ผู้ว่าได้เลย

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายเรื่อง อย่างเช่น เรื่องของงบประมาณ เมื่อวานนี้ ทางกรมป่าไม้ได้มาชี้แจงที่กรรมาธิการ เขาบอกว่ามีเรื่องค้างอยู่เกือบทุกหมวด ขอไปทั้งหมด ๑๓๐,๐๐๐ เรื่อง เพิ่งพิจารณาได้ ๓,๐๐๐ เรื่อง อีกตั้ง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าเรื่อง เขากำลังเสนอ ของบว่า ขอสัก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็อาจจะได้อีกสัก ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ เรื่อง เพราะฉะนั้น ขั้นตอนนี้มันล่าช้าจะต้องแก้ไขอย่างไร วันที่ทาง สคทช. ไปที่จังหวัดน่าน ผมถามว่าน่าจะ บูรณาการกัน เขาบอกบูรณาการก็ต้องขอเป็นมติ ครม. แล้วต้องระบุในงบบูรณาการ ไม่อย่างนั้นแต่ละหน่วยงานก็ไม่สามารถจะของบประมาณพร้อม ๆ กันได้ นี่คือการติดขัด ที่ข้อกฎหมาย ข้อระเบียบ

นอกจากนี้การแก้ไขปัญหาในระยะยาว ก็ควรจะต้องมีแก้ไขตัวบทกฎหมาย เพราะเรื่องเกี่ยวกับที่ดิน เรื่องเกี่ยวกับการป่าไม้ กฎหมายจริง ๆ เขาเขียนห้ามไว้นะครับ รัฐบาลเองก็พยายามหาช่องว่าจะแก้ไขได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเรามีการตั้ง กรรมาธิการมาศึกษา เราจะรู้ว่าจะแก้ตรงไหน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ พ.ร.บ. ป่าสงวน พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ร.บ. อุทยาน แล้วก็ พ.ร.บ. ที่ดินอีก เพราะฉะนั้นถ้าเรามีกรรมาธิการขึ้นมา ศึกษา ก็จะพิจารณาแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ แล้วก็ต้องฝากมอบให้กรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานก็บ่นว่ารับมาหลายเรื่อง แล้วก็ช่วยโอน บุคลากรไปช่วยงาน แล้วก็โอนงบประมาณไปช่วยด้วย เพราะตอนนี้ของเรามีเกิน ๓ อนุแล้ว แต่ก็ยินดีทำงานนี้นะครับ เพื่อแก้ไขปัญหาก็ฝากเพื่อนสมาชิกได้พิจารณาตามข้อบังคับ การประชุมข้อที่ ๔๙ ขอบคุณครับ