อนุสรณ์ ชูสำเร็จ 30 บาทรักษาทุกโรค หนุนสปสช. ดูแลสุขภาพเท่าเทียม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือถึงความสำเร็จของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในรอบ 22 ปี โดยยกย่องนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค และระบบสาธารณสุขไทยที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ พร้อมเน้นย้ำบทบาทของ สปสช. ในการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างเท่าเทียม ทั้งด้านโรคเรื้อรังอย่างไตและมะเร็ง รวมถึงเสนอให้ปรับระบบเบิกจ่ายเงินออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สนับสนุนการรับยาเสริมธาตุเหล็กเพื่อส่งเสริมสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธุ์และเพิ่มอัตราการเกิด พร้อมเรียกร้องให้สื่อสารโครงการให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและดำเนินระบบสุขภาพอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมภายใต้การบริหารชุดใหม่

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๕ โดย สปสช. ซึ่งต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า ขอให้กำลังใจแล้วก็ เป็นรายงานที่เห็นถึงอนาคต เห็นถึงความเชื่อมั่นของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ของประเทศไทยของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยนั้น ติดอันดับ ๑ ของอาเซียน บางช่วงเป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย และบางครั้งของการจัดอันดับนั้น เคยขึ้นไปเป็นอันดับ ๒ ของโลก นโยบายที่ถือเป็นเรือธงต้นแบบที่ไม่พูดไม่ได้ก็คือ นโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เป็นหนึ่งในปฐมบทต้นแบบของนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ของโลก ชนิดที่องค์กรระดับโลกมากมาย รวมถึง UN ได้ยกย่องให้เป็นโครงการต้นแบบ การวางระบบสาธารณสุขของโลก

ท่านประธานครับ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ๒๒ ปีครับ กับระบบหลักประกัน สุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทย และเป็นความโชคดีครับ วันนี้เรามีผู้บริหารกระทรวง สาธารณสุข ๒ ท่าน ท่านแรกหมอชลน่าน ขออนุญาตเอ่ยนามครับ อีกท่านเป็นหมอสันนะครับ ไม่ใช่หมอศัลยแพทย์ หรือศัลยศาสตร์ หมอสันติ พร้อมพัฒน์ ก็เป็น ๒ ประสาน ในการ ร่วมด้วยช่วยกันขับเคลื่อนบริหาร รวมถึงให้หลักประกันในการสร้างระบบหลักประกัน สุขภาพถ้วนหน้า ผมได้เห็นปรัชญาหลักคิดสำคัญของ สปสช. ก็คือระบบหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้าจะเป็นการบริการด้านสุขภาพของรัฐ ที่ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนทุกส่วน ทุกคนในสังคมควรได้รับการประกันสุขภาพอย่างเท่าเทียมกัน นี่เป็นปรัชญาและเป็นหลักคิด สำคัญของ สปสช. จาก ๓๐ บาทรักษาทุกโรคในวันนั้น ยกระดับสู่ ๓๐ บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนเพียงใบเดียว ผมมีโอกาสได้ไปร่วมเป็นสักขีพยาน ในพิธีเปิดเฟส ๑ เป็นโครงการนำร่อง บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ ๔ จังหวัด ก็คือจังหวัดแพร่ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดนราธิวาส และเฟส ๒ ตามมาติด ๆ ครับ นั่นคือ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดพังงา ผมได้เห็นงานหลายงานนะครับ ได้เห็นโครงการหลายโครงการที่เป็นความริเริ่ม ความพยายามที่จะเติมเต็มให้กับระบบ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ได้สามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง

ผมไปดูโครงการเกี่ยวกับเรื่องของโรคไต คนไทยเป็นโรคไตเยอะนะครับ แล้วก็ถ้าไม่มีการยกระดับในการป้องกันรักษาอย่างมีนัยสำคัญ ปริมาณคนเป็นโรคไตจะเพิ่ม สูงขึ้น สปสช. ไปริเริ่มโครงการครอบคลุมทุกสิทธิ พิชิตโรคไต ใส่ใจการใช้ยา แล้วก็มีงาน วันไตโลก ไปริเริ่มเรื่องของมะเร็งครบวงจร เป็นมะเร็งไม่ต้องตกใจครับ สปสช. ยืนเคียงข้าง พี่น้องประชาชน แต่ประเด็นที่เป็นข้อห่วงใยก็มีนะครับ ไม่นานมานี้ สปสช. แถลงยืนยันครับ ว่าภาระทางการเงินและหนี้สินของ สปสช. นั้น ณ ปัจจุบันไม่ได้มีหนี้สินคงค้างกับองค์การ เภสัชกรรมครับ องค์การเภสัชกรรมทำอะไร ก็ผลิตยา ขายยา บริหารจัดการเรื่องยา ร่วมกับ สปสช. ซึ่ง สปสช. ยืนยันว่าไม่มีหนี้คงค้างกับองค์การเภสัชกรรม แต่ผมจะถามเพิ่ม นะครับว่าท่านมีหนี้กับโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลในกำกับของมหาวิทยาลัยหรือไม่ เพราะก็มีการตั้งคำถามในประเด็นนี้ในหลายช่องทาง สปสช. ไปริเริ่มโครงการที่สำคัญ เรียกว่าคลินิกชุมชนอบอุ่น แล้วก็นำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีการปรับรูปแบบ การจ่ายเงินค่าบริการตามข้อเสนอ มีการเบิกจ่ายงบผู้ป่วยนอกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านระบบ Online ก็ต้องขอเรียนครับว่าระบบนี้ถ้าคนใช้เป็น ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ด้านอินเทอร์เน็ตให้บริการได้ทั่วถึงนั้น ก็จะช่วยลดภาระทั้งของ สปสช. และของ พี่น้องประชาชน

นโยบายสำคัญอีก ๑ เรื่อง ที่ผมถือว่าเป็นอีก ๑ เรือธงของนโยบาย ด้านสาธารณสุขของรัฐบาล ภายใต้การนำของรัฐมนตรีนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว คือถ้าคนไทยโดยนโยบายสาธารณสุขไม่ทำอะไรเลย ภายในอีก ๖๐ ปีข้างหน้า คนไทย จะเหลือเพียงแค่ ๓๓ ล้านคน ดังนั้นจึงมีแนวคิดว่าทุกการเกิดคือการให้ สปสช. ไปทำ โครงการเพิ่มช่องทางการรับยา เพื่อเสริมธาตุเหล็กหนุนหญิงวัยเจริญพันธุ์ให้ตั้งครรภ์ อย่างมีคุณภาพ ผมคิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี แต่ว่าเราจะทำอย่างไรที่จะสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนได้เข้าถึงมากกว่านี้ ท่านประธานครับ ท้ายที่สุดผมต้องขอกราบเรียนว่า ผมไม่ได้เป็นหมอครับ แต่ผมเป็นห่วง แล้วก็ขอให้กำลังใจกับผู้บริหาร สปสช. เจ้าหน้าที่ บุคลากรทุกภาคส่วน รวมถึงทราบว่ากำลังจะมีการคัดสรร สรรหาเพื่อที่จะตั้งบอร์ดชุดใหม่ ไม่ว่าชุดเก่าใครจะได้ไปต่อ หรือชุดใหม่ใครจะมาก็ขอให้ท่านได้เดินหน้า และขอเปลี่ยน จากหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่บอกว่าทุกคนในสังคมควรได้รับ ผมขอเปลี่ยนเป็นทุกคน ต้องได้รับการประกันสุขภาพอย่างเท่าเทียมกัน และผมเชื่อมั่นนะครับว่านโยบายที่เป็น ต้นแบบของโลกแบบนี้เราทำมา ๒๒ ปีดีอยู่แล้ว และจะก้าวต่อไปอย่างมั่นใจ เพื่อเป็น หลักประกันให้กับคนไทยทั้งประเทศ ขอบคุณครับ