นพพล เหลืองทองนารา หารือเรื่องน้ำท่วมในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานเรศวร จังหวัดพิษณุโลก โดยระบุสาเหตุของปัญหาน้ำท่วม เช่น วัชพืช ผักตบชวา การบริหารจัดการน้ำที่ไม่เหมาะสม และการประสานงานระหว่างโครงการชลประทานต่าง ๆ ที่ไม่ดี และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ กราบเรียนท่านรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมเองได้ขอยื่นกระทู้แยกเฉพาะในเรื่องของปัญหาน้ำท่วม ในโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานเรศวร ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก โครงการนี้ได้มีโครงการเริ่มมาตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๑๘ แล้วก็เรื่อยมา แล้วก็มาเต็มระบบเมื่อตอน ปี ๒๕๒๓ ท่านครับ ในโครงการนี้ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ท่าน ได้พระราชทานเขื่อนนเรศวร แล้วทำให้เกิดโครงการบำรุงรักษาและส่งน้ำนเรศวร ซึ่งโครงการนี้ มีพื้นที่ในโครงการทั้งหมด ๙๔,๗๐๐ ไร่ แต่ใน ๙๔,๗๐๐ ไร่นั้น มันจะเป็นที่ลุ่มต่ำ อยู่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้เกษตรกรทุกข์ทรมานในเรื่องของน้ำท่วม ผลผลิตก็ไม่ค่อยได้ แล้วตั้งแต่มีโครงการส่งน้ำมาผมเองก็คิดว่า ต้องใช้คำว่า คิดว่า นะครับ คิดว่าทางส่วนที่รับผิดชอบทางกรมชลประทานก็พยายามที่จะแก้ไข แต่ผลปรากฏว่าระยะเวลา ที่ผ่านมาตั้งแต่วันนั้นจนถึง ณ วันนี้ ปี ๒๕๖๗ แล้วนะครับ หลายอย่างมันไม่คืบหน้า ผมเอง ก็ด้วยความที่เกษตรกรอยู่ในพื้นที่ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานเรศวรนี้ ก็ได้มาปรึกษา แล้วผมเองก็พยายามปรึกษาหารือในสภาตั้งแต่เป็นผู้แทนเมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อนมาตลอด แต่ว่าการตอบสนองก็ยังไม่เท่าไร แต่ว่ามาถึงตอนนี้ยิ่งเศรษฐกิจยามนี้ชาวบ้านก็ค่อนข้าง จะมีปัญหา เพราะฉะนั้นผมเลยตัดสินใจที่จะยื่นกระทู้ถามแยกเฉพาะ เพื่อที่จะถามทาง ท่านรัฐมนตรี จะขอบารมีของท่านรัฐมนตรีได้ช่วยเหลือคนพรหมพิรามที่อยู่ในโครงการ ส่งน้ำนเรศวรนี้ด้วยนะครับ นั่นก็คือว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่เรื่องของน้ำท่วมนี้ จะมีปัญหาอยู่ ๔-๕ ประการ
ประการแรก ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าในพื้นที่ ๙๔,๗๐๐ ไร่นี้ จะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งจะเหมือนแอ่งกระทะ น้ำเข้ามาง่ายแต่ว่าออกยาก เหมือนแอ่งกระทะเลยแล้วลำดับต่อมาก็เกิดจากฝนในพื้นที่และนอกพื้นที่ของโครงการ ช่องทางที่น้ำจะสามารถท่วมได้ก็คือฝนตกในพื้นที่ ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ คือฝนน้ำ ที่ไหลบ่ามาจากทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ ของอำเภอวัดโบสถ์แล้วไหลลงมาในโครงการนี้ แล้วพื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมาจากอำเภอทองแสนขัน อำเภอน้ำปาด แล้วก็มาจากทางทิศเหนือ นั่นก็คือมาจาก อำเภอพิชัย อำเภอตรอน
สาเหตุต่อมาก็คือว่าในเรื่องของวัชพืชและผักตบชวาทั้งหลาย ซึ่งทำให้ กีดขวางทางน้ำ ทั้งที่มาจากตอนที่ฝนตกมาก ๆ แล้วมาตามลำน้ำสาขาที่จะมาลงคลองระบายน้ำ ของโครงการนี้ก็จำนวนมาก บวกกับผักตบชวาในพื้นที่ วัชพืชในพื้นที่ ก็ยิ่งทำให้มีปัญหา เข้าไปใหญ่ แล้วก็ไม่มีการที่จะดูแลรักษากันอย่างที่ควรจะเป็นไป ผมขออนุญาตใช้คำ ๆ นี้นะครับ
แล้วลำดับต่อมาที่ทำให้น้ำท่วมอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ในคลองระบายน้ำของ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานเรศวรนี้ มีคลองระบายน้ำเส้นหลักอยู่ ๑ เส้น แต่ว่ามีคลองซอย แยกสาขาของคลองระบายน้ำอยู่อีก ๒๐ สาย รวมแล้วเป็นระยะทาง ๑๑๒ กิโลเมตร ส่วนคลองส่งน้ำก็มี ๒ สาย มี PL.0 กับ PL.1 ซึ่งรวมแล้วยาวอยู่ ๔๒.๘ กิโลเมตร แล้วก็มี สาขาย่อย คลองซอยย่อย ๆ รวมแล้วอีก ๑๖ สาย รวมเป็นทั้งหมด ๗๔ กิโลเมตรกว่า ซึ่งตรงนี้ มีคลองระบายน้ำคลองเดียว เส้นเดียว แล้วทีนี้ลักษณะของคลองระบายน้ำสายนี้ มันเป็น ลักษณะที่ความลาดชันมันไม่ค่อยมีความลาดชันเท่าไร พอไม่มีความลาดชันเท่าไร ทำให้ การระบายน้ำค่อนข้างที่จะช้า
แล้วอีกสาเหตุหนึ่ง อันนี้จะว่าเป็นความรู้สึกตัวเองก็ใช่ครับ แต่ก็เป็นความรู้ ชาวบ้านบวกเข้าไปด้วยก็คือ การบริหารจัดการน้ำที่เกิดจากผู้รับผิดชอบในพื้นที่ ลักษณะ ที่เกิดขึ้นก็คือว่าการพร่องน้ำ ถึงเวลาที่ควรจะพร่องน้ำเพื่อจะรอรับน้ำใหม่ก็ไม่พร่อง ถึงเวลา ที่ควรจะต้องเก็บน้ำไว้ ก็จะปล่อย มีหลายครั้งที่ปล่อยจนกระทั่งแบบไม่มีน้ำเหลือในคลองเลย ผมเองก็ไม่เข้าใจหลักการนี้เหมือนกัน
แล้วสุดท้ายก็คือ ในเรื่องของการประสานงานระหว่างโครงการชลประทานต่าง ๆ ตรงนั้นมันจะมีฝายมะขามสูงอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นการประสานงานตรงนั้นผมเองก็อยากจะ ให้ช่วยดูแล ซึ่งมันเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ ผมขออนุญาตคำถามแรก เท่านี้ครับ