สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ปวิตรา จิตตกิจ หารือเรื่องคลินิกชุมชนอบอุ่นที่ปิดทำการอย่างไม่มีการแจ้งให้ทราบ และมีปัญหาการค้างจ่ายเงินตั้งแต่ปี 2565 ทำให้คลินิกชุมชนอบอุ่นขาดสภาพคล่องและประสบปัญหาขาดทุน ปวิตรา จิตตกิจ เสนอแนวคิดการลดเงินเบิกจ่ายให้กับคลินิกชุมชนในกรุงเทพมหานคร และเปลี่ยนรูปแบบการเบิกจ่ายให้เป็นแบบเหมาจ่ายรายหัว เพื่อช่วยคลินิกชุมชนอบอุ่นที่มีอยู่ทั้งหมด 276 แห่งในกรุงเทพมหานคร

นางสาวปวิตรา จิตตกิจ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ปวิตรา จิตตกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกอกใหญ่ ธนบุรี ภาษีเจริญ แขวงศิริราชและแขวงบางเชือกหนัง กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครที่ใช้สิทธิบัตรทองในการรักษาพยาบาล หากเจ็บป่วย ก็จะไปใช้บริการที่คลินิกบัตรทอง หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่าคลินิกชุมชนอบอุ่นค่ะ จึงถือได้ว่าคลินิกชุมชนอบอุ่น เป็นสถานพยาบาลขั้นปฐมภูมิพื้นฐานเบื้องต้นให้กับ พี่น้องประชาชนที่ใช้สิทธิบัตรทอง แล้วก็สำคัญอย่างมากต่อสุขภาพของคนกรุงเทพมหานคร แต่วันนี้ที่หน้าคลินิกชุมชนอบอุ่นเราจะพบเห็นป้ายสีดำมีตัวหนังสือโต ๆ เลยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

พร้อมข้อความประจาน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ขึ้นว่าบัตรทอง กทม. เงินไปไหนหมด ไม่มีเงินจ่ายคลินิกบัตรทองค่ะ ตามภาพเลยนะคะ ทำให้ประชาชนที่พบเห็นต่างก็ตระหนก ตกใจว่าจะได้รับการรักษาพยาบาลอย่างปกติหรือไม่ เกิดความปั่นป่วนในสังคมค่ะท่านประธาน รวมถึงบางคลินิกถึงกับต้องมีป้ายขอรับเงินบริจาค คนมารับบริการคลินิกชุมชนอบอุ่น ก็ไม่ได้มีสตางค์มากอยู่แล้ว แล้วต้องมานั่งคิดจะเอาเงินที่ไหนไปยอดกล่องบริจาคค่ะ ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ปัญหาที่กำลังประสบอยู่นี้ ก็คือ สปสช. ค้างจ่ายเงินคลินิกชุมชนอบอุ่นมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ จนทำให้คลินิกหลายแห่ง ขาดสภาพคล่องและประสบกับปัญหาขาดทุน ปัจจุบันคลินิกชุมชนอบอุ่นมีอยู่ทั้งหมด ๒๗๖ แห่ง ในกรุงเทพมหานคร แต่ละแห่งต้องดูแลพี่น้องประชาชนสิทธิบัตรทองประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าคนต่อแห่ง ซึ่งก็แออัดมาก จำนวน ๑ คลินิก ต่อ ๑๐,๐๐๐ กว่าคน เทียบกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล หรือ รพ.สต. ที่อยู่ต่างจังหวัด ดูแลประชาชน จำนวนประมาณ ๓,๐๐๐ คนต่อแห่ง อยู่ ๓ เท่าตัว ถ้าเทียบตามตัวเลขนะคะ ทุกวันนี้ กรุงเทพมหานครประสบกับปัญหาความแออัด ในการรับการรักษาพยาบาลในระดับปฐมภูมิ อยู่แล้ว และถ้ายังไม่แก้ไขปัญหานี้คลินิกชุมชนอบอุ่นจะทยอยปิดตัวไป จะเกิดปัญหา การรักษาพยาบาลของคนกรุงเทพฯ ทำให้ยุ่งยากซับซ้อนขึ้นค่ะ ท่านประธานนึกนะคะว่า คนเจ็บป่วยที่จะต้องพาร่าง พาสังขารตัวเองเดินทางไปไกลยังสถานพยาบาลที่ไกลขึ้นค่ะ โรงพยาบาลขนาดใหญ่ก็จะแออัดมากขึ้น เพราะว่าสถานพยาบาลเล็ก ๆ ปิดตัวไป แพทย์ก็มีเวลาตรวจวินิจฉัยโรคน้อยลง ผู้ป่วยวิกฤติที่รอคอยหมอก็ต้องประสบปัญหา รอคอยมากขึ้น บางท่านเจ็บป่วยร้ายแรงก็จะต้องรักษาเนิ่น ๆ ก็ไม่ได้รับการรักษา ต้องรอคอยให้โรคร้ายลุกลามบานปลายไป นั่นหมายถึงโอกาสรอดชีวิตของพี่น้องประชาชน และผู้เจ็บป่วยก็จะน้อยลงค่ะ ปัญหาเกิดจากการที่กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเขตพื้นที่ สุขภาพที่ ๑๓ มีรูปแบบการเบิกจ่ายเงินที่แตกต่างจากจังหวัดอื่น การเบิกจ่ายตามรายการ ที่มีอยู่ถึง ๔,๐๐๐ รายการ รวมถึงงานธุรการมากมาย เสี่ยงต่อการถูกจับผิด แตกต่างจาก จังหวัดอื่น ๆ ในประเทศนี้มีกรุงเทพมหานครเท่านั้นที่มีความพิเศษ รูปแบบการเบิกจ่าย แบบเหมาจ่ายรายหัวค่ะ แถม สปสช. ก็ยังจ่ายให้คลินิกชุมชนอบอุ่นแค่ร้อยละ ๗๐ จากราคาประเมิน แต่ด้วยระบบของการจ่ายเงินชดเชยค่าบริการที่มีหลักเกณฑ์ว่าหากปีใด มีผู้มาใช้บริการมากจนเกินวงเงินค่าบริการที่คลินิกชุมชนอบอุ่นจะได้รับนั้น ก็จะถูกลดลง ตามสัดส่วนค่ะ

นั่นหมายความว่าอย่างไรคะ คน กทม. เจ็บป่วยมากขึ้น แต่คลินิกก็ยังถูก ตัดเงินอีก น่าสงสารคนกรุงเทพฯ ในนาทีนี้ค่ะ นโยบายแบบนี้เท่ากับว่า สปสช. กำลังบีบ ให้คนกรุงเทพฯ ที่เจ็บป่วยถูกปฏิเสธการรักษาหรือต้องได้รับการรักษาแบบจำกัดจำเขี่ย ขัดกับหลักการของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างชัดเจน ที่ผ่านมา สปสช. อ้างว่า ต้องใช้รูปแบบการเบิกจ่ายแบบนี้กับเฉพาะกรุงเทพฯ เท่านั้น เนื่องจากว่าเคยมีคลินิกชุมชน บางแห่งทุจริต ดิฉันไม่ได้ปฏิเสธนะคะ แล้วก็ไม่ได้บอกว่าเราไม่ควรแก้ไขปัญหาการทุจริต เราควรแก้ไขปัญหาการทุจริตค่ะ แต่การบังคับให้คลินิกทุกแห่งในกรุงเทพมหานคร ต้องมาอยู่ในระบบการเบิกจ่ายที่เอารัดเอาเปรียบ ด้อยประสิทธิภาพ ไม่มีการดูแลอย่างทั่วถึง จะส่งผลกระทบกับคนที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร ซึ่งตอนนี้มีมากถึง ๑๐ ล้านคน เป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่คำนึงถึงประชาชนเหมือนเอาชีวิตของคนกรุงเทพฯ ไปแขวนไว้ -บนเส้นด้าย และเมื่อ ๑๖ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพที่ ๑๓ ก็ได้มีข้อเสนอแนะไปแล้วว่า ให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเบิกจ่ายให้เป็นแบบเหมาจ่ายรายหัว เหมือนที่ต่างจังหวัดเขาทำกัน แทนที่การเบิกจ่ายตามรายการ โดยเสนอให้มีผลบังคับ วันที่ ๑ มีนาคม ที่จะถึงนี้นะคะ แต่ทว่าจนถึงวันนี้แล้วยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเลยค่ะ ปัจจุบัน สปสช. ค้างจ่ายคลินิกชุมชนอบอุ่นทั้งหมดอยู่มากกว่า ๕๘๐ ล้านบาท และถ้าไม่แก้ไข ก็จะพอกพูนหนี้ไปเรื่อย ๆ สิทธิในการรักษาพยาบาลของคนกรุงเทพฯ ก็จะถูกลิดรอน ตกไปเรื่อย ๆ น่าสงสารคนกรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่งนะคะ จึงเป็นที่มาของคำถามที่ ๑ ค่ะ ท่านประธาน เมื่อวานวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ดิฉันทราบมาว่ามีการประชุมเรื่องนี้ในบอร์ด สปสช. ดิฉันจึงขอสอบถามค่ะท่านประธาน ว่าตกลงแล้ววันที่ ๑ มีนาคม ที่จะถึงนี้จะมีการ เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเบิกจ่ายเงินของคลินิกชุมชนอบอุ่นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นแบบรายหัวตามที่ผู้อำนวยการเขตสุขภาพที่ ๑๓ ได้เสนอหรือไม่ จะเริ่มเบิกจ่ายได้เมื่อไร และแหล่งงบประมาณมาจากที่ใด เพราะปัจจุบันนี้เงินเหลือจ่ายก็มีอยู่จำกัดมาก แล้วงบประมาณปี ๒๕๖๗ ก็ยังไม่แล้วเสร็จ รวมถึงไม่ได้มีการสำรองเงินไว้สำหรับ การเบิกจ่ายแบบรายหัว ดิฉันขอทราบรายละเอียดค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ