จุลพันธ์ แจงแผนแก้หนี้นอกระบบ เสนอเจรจา-ปรับโครงสร้าง-ใช้รัฐวิสาหกิจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๖

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นถึงกว่า 90% ของจีดีพี และเน้นความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขหนี้ทั้งระบบ โดยเสนอแนวทางลดภาระหนี้ ทั้งการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ การยุติการทวงถามและคำนวณดอกเบี้ยเมื่อมีร้องเรียน รวมถึงผลักดันให้เจ้าหนี้นอกระบบผันตัวเป็นสถาบันการเงินขนาดเล็กภายใต้การกำกับ เช่น PICO Finance พร้อมผลักดันมาตรการสร้างรายได้และฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการดึงการลงทุน การท่องเที่ยว และ Digital Wallet เพื่อลดภาระหนี้ในระยะยาว รวมถึงเร่งปลดล็อกหนี้ให้เกษตรกร เอสเอ็มอี และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างเป็นระบบ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอบพระคุณท่านลิณธิภรณ์ที่ได้สอบถามในประเด็นที่มีความสำคัญ แล้วก็ปัจจุบันทันด่วน เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน เอง ได้เพิ่งแถลงในเรื่องของการเดินหน้า การแก้ไขหนี้สินทั้งระบบไปเมื่อ ๒ วันที่แล้ว ซึ่งได้นำเสนอต่อสังคม ต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็ทางสมาชิกทุกท่านด้วย ในการแถลงในเรื่องของการแก้ไขปัญหาหนี้ให้ครบวงจร เพราะว่าตั้งแต่วันแรกที่เราเดินเข้าสู่การเป็นรัฐบาล ปัญหาเรื่องของหนี้สินเป็นปัญหา ซึ่งคาราคาซัง แล้วก็กดทับกับพี่น้องประชาชนอย่างหนัก สถานการณ์ของประเทศไทย ในตอนนี้ ภาครัฐเองตัวเลขหนี้สาธารณะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แต่ในส่วนของหนี้ ภาคครัวเรือนมีตัวเลขที่ค่อนข้างสูงอยู่ที่ระดับ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของ GDP โดยที่พี่น้อง ประชาชนไม่มีกลไกในการที่จะหารายได้ใหม่ ๆ ไม่มีกำลังเพียงพอที่จะหารายได้ เพื่อมา ชดเชยชดใช้กับภาระหนี้สินที่ปรากฏอยู่ ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ แน่นอนครับว่าของรัฐบาล ส่วนหนึ่งในการที่เราจะต้องเดินหน้าหากลไกที่จะรองรับในการที่จะปรับลดภาระหนี้สินส่วนนี้ และสร้างรายได้ใหม่ ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อที่จะนำไปลดภาระค่าครองชีพ ลดภาระ ในเรื่องของหนี้สินของตนเอง

ประเด็นแรกผมต้องเรียนต่อท่านผู้ถามดอกเตอร์หญิงนะครับ ต้องเรียน อย่างนี้ครับว่าสำหรับมุมมองของรัฐบาลการมีหนี้มันไม่ใช่ผิดบาปนะครับ อันนี้เป็นสิ่งซึ่งต้อง ยืนยันให้ตรงกันก่อน หากประเทศใดก็ตามไม่มีกลไกเครื่องมือในการก่อหนี้ ในการที่จะ นำหนี้มาประกอบอาชีพ นำหนี้มาสร้างรายได้ใหม่ ๆ ประเทศนั้นไม่มีโอกาสที่จะเจริญ รุดหน้า แล้วก็ไม่มีโอกาสที่จะมีอัตราการเจริญเติบโตที่จะเพียงพอรองรับกับพี่น้องประชาชน ภายในประเทศ เพียงแต่ว่าหนี้ที่มีนั้นก็คือควรจะต้องอยู่ในระบบ อยู่ในกติกาที่เป็นธรรม และอยู่ในระดับที่พี่น้องประชาชนจะสามารถสร้างรายได้ เพื่อที่จะบริหารจัดการกับชีวิต ตัวเองได้ อันนี้เป็นสิ่งซึ่งทางรัฐบาลต้องเรียนแจ้งต่อท่านสมาชิก แล้วก็พี่น้องประชาชน ทุกคน คำถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าด้วยคำถามเองมีอยู่ ๓ คำถาม ๒ คำถามแรกค่อนข้างมีความเกี่ยวเนื่องกัน ในเรื่องของการที่ว่าเราจะทำอย่างไร เพื่อที่จะยืนยันว่าลูกหนี้กับเจ้าหนี้มาแจ้งกับทางอำเภอแล้ว จะสามารถเดินหน้าภารกิจ ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้ คำถามที่ ๒ ก็คือจะจูงใจอย่างไรเพื่อให้เขาเข้ามา แล้วดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ร่วมกัน ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ในเบื้องต้นเลยช่องทางที่ ท่านสมาชิกได้เรียนต่อท่านประธาน อันนี้ถูกต้องแล้วครับ มีอยู่ราว ๕ ช่องทาง ช่องทางที่ ๑ ก็คือการไปแจ้งในเรื่องของหนี้นอกระบบ ผ่านทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์ป้องกัน ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ หรือสายด่วน ๑๕๙๙ ช่องทางที่ ๒ คือผ่านศูนย์ดำรงธรรม สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ หรือการโทรสายด่วน ๑๕๖๗ อันนี้ฝากบอกพี่น้องประชาชนด้วยครับ ช่องทางที่ ๓ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรีหรือสายด่วน ๑๑๑๑ ช่องทางที่ ๔ ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งอยู่ในกำกับของกระทรวงการคลัง ด้วยเลขหมายสายด่วน ๑๓๕๙ และช่องทางสุดท้ายผ่านทาง Web Site www.debt.dopa.go.th ซึ่งเป็น Website ของกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ กลไกนี้เราได้ สร้างระบบ เพื่อที่จะรองรับในเรื่องของการแจ้งหนี้นอกระบบเหล่านี้กับภาครัฐ โดยพี่น้อง ประชาชนทุกคนที่แจ้งท่านจะได้รับสิ่งที่เรียกว่า Tracking Number เป็นเลขหมายทะเบียน ติดตาม เพราะว่าเมื่อแจ้งมาแล้วเราจะต้องเอายอดการแจ้งทั้งหมดมากระทบยอด และไม่ให้ เกิดการทับซ้อน และที่สำคัญพี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อนจากปัญหาหนี้นอกระบบจะสามารถ ติดตามในเรื่องปัญหาของท่านได้อย่างตลอดครบวงจร ตั้งแต่ต้นจนแก้ไขปัญหาเสร็จ เรียบร้อย กระบวนการที่เราทำในเบื้องต้นเลยอยู่ที่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้เป็นหนี้นอก ระบบที่จะต้องแจ้งเข้ามายังศูนย์แจ้งต่าง ๆ เมื่อแจ้งมาแล้วเป็นระบบ ในเบื้องต้นเขาเรียกว่า ระบบสมัครใจ หมายความว่า ๑. ผู้เป็นหนี้ ลูกหนี้ต้องมีความสมัครใจจะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของตน ๒. เมื่อแจ้งมาแล้ว เราจะทำการติดต่อไปยังเจ้าหนี้นอกระบบต่าง ๆ เพื่อให้เข้ามาและ มาพูดคุยทำความเข้าใจ ปัญหาหนี้นอกระบบนั้นพวกเราที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรารู้ ปัญหาดีครับว่า วันนี้หลาย ๆ คนโดนหนี้ในระดับที่ไม่สามารถที่จะหารายได้มาได้ทัน ดอกร้อยละ ๒๐ เราก็เคยได้ยิน ดอกเบี้ยแค่ ๒ เดือน สามารถมาทบต้นได้ เหตุการณ์เหล่านี้ ก็เกิดขึ้นมาเป็นประจำ มีการติดตามทวงหนี้ด้วยความรุนแรง มีการติดตามทวงหนี้โดยการ โทรหาบุคคลรอบตัว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเกิดขึ้นจนกระทั่งเราอยู่กับมันจนเป็นความคุ้นชิน ซึ่งเป็นความคุ้นชินที่รัฐบาลรับไม่ได้ครับ วันนี้เราจะต้องมาแก้ไขปัญหานี้ให้มันเป็นรูปธรรม กลไกที่จะเกิดก็คือเมื่อโทรเข้ามาแล้วผู้ที่จะดำเนินการคือฝ่ายปกครอง นั่นก็คือทางอำเภอเอง หรือทางตำรวจจะต้องเป็นผู้ที่จะนัดหมายทั้ง ๒ ฝ่าย มาเจรจาไกล่เกลี่ย โดยใช้หลักการ ทางเศรษฐศาสตร์ หมายความว่าอะไร เราจะนำตัวเลขยอดหนี้ เราจะนำตัวเลขการชำระคืน ที่ผ่านมาทั้งหมด เราจะดูตัวเลขในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้มันอยู่ในกรอบของกฎหมาย ที่เป็นธรรม หากลูกหนี้เดินเข้ามาพร้อมเจ้าหนี้แล้ว เราตรวจสอบแล้วว่าสิ่งที่ท่านได้ชำระ ผ่านมา ในอดีตที่ผ่านมาทั้งหมดท่านอาจจะเป็นหนี้มา ๒ ปี ๓ ปี ที่ชำระผ่านมามีแต่ดอกเบี้ย แต่ยอดมันเกินกว่าเงินต้นแล้ว และชำระจนถึงจุดที่คุ้มค่ากับเงินต้นที่เจ้าหนี้นอกระบบ ได้ให้ยืมมาในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม เราก็จะมีการเจรจาพูดคุยเพื่อที่จะยุติปัญหา ยุติยอดหนี้นี้ทั้งหมด สิ่งซึ่งจะจูงใจพี่น้องประชาชนให้เข้ามาแจ้ง ในเบื้องต้นอย่างที่ ท่านสมาชิกได้เรียน อันนี้เป็นข้อเท็จจริงผมก็ยอมรับครับ ทางรัฐบาลเองก็รับทราบและเรา ก็คาดหมายอยู่แล้วว่าในช่วงต้นของการดำเนินการ ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนั้น เราจะต้องเจอปัญหา นั่นก็คือพี่น้องประชาชนจะลังเล จะไม่กล้า จะเป็นห่วงในเรื่องของ สวัสดิภาพของชีวิตความเป็นอยู่ก่อนที่จะเข้ามาแจ้งกับทางศูนย์ต่าง ๆ ที่เราได้กำหนดขึ้น ยอดตัวเลขที่เราเห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยอดหนี้ ซึ่งยังอยู่ในระดับพันล้าน หลายพันล้าน ไม่ว่าจะเป็นยอดของผู้แจ้งซึ่งอยู่ในระดับหลายหมื่นล้านก็ตาม เป็นตัวเลข ซึ่งต่ำกว่าที่เราคาดหมาย และต่ำกว่าตัวเลขจริงอยู่จำนวนมาก ในขณะนี้พี่น้องประชาชน กำลังเริ่มที่จะทยอยตัดสินใจว่าจะเข้ามาขอความช่วยเหลือจากศูนย์ต่าง ๆ ที่เราได้กำหนด ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนี้หรือไม่อย่างไร ต้องยอมรับครับว่าเราเพิ่งเริ่มมา เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคมที่ผ่านมาเพียงแค่ ๑๐ กว่าวัน พี่น้องประชาชนก็ยังต้องการความชัดเจน จากรัฐบาล สิ่งที่เราจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป คือการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม การจริงจังและจริงใจในการเข้าไปแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบ ซึ่งกลไกที่ภาครัฐ โดยรัฐบาลจะดำเนินการในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนั้น จะเป็นตัวยืนยันกับพี่น้อง ประชาชน ในอดีตที่ผ่านมาเราเคยแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบหลายครั้ง ครั้งหนึ่ง ได้ประสบความสำเร็จอย่างสูงอยู่ในช่วงปี ๒๕๔๐ กว่า ในช่วงของรัฐบาลท่านทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้นเราได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบด้วยกลไกใกล้เคียงกันครับ วันนั้น ใช้ฝ่ายปกครองก็คืออำเภอ ใช้ตำรวจ แล้วก็เติมในส่วนของฝ่ายความมั่นคงคือกลุ่มทหารด้วย ทั้งหมดนี้เข้ามาร่วมกันในการเจรจากับเจ้าหนี้และลูกหนี้ ประสบความสำเร็จด้วยดี แต่ผม ก็จะเรียนแจ้งต่อท่านสมาชิกว่าในช่วงต้นนั้นเราก็ประสบปัญหาเดียวกัน นั่นก็คือพี่น้อง ประชาชนลังเลว่ารัฐบาลเอาจริงหรือไม่ ว่าฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจจะสามารถคุ้มครอง ความปลอดภัยให้เขาได้หรือไม่ แต่ด้วยสัญญาณที่ชัดเจนของรัฐบาล และด้วยความจริงใจ ที่เราจะเดินหน้า ผมเชื่อว่าปัญหานี้จะสามารถแก้ไขได้นะครับ เราก็เชื่อว่าในที่สุดพี่น้อง ประชาชนซึ่งเป็นหนี้นอกระบบจะไหลเข้ามาสู่ภาครัฐ เพื่อที่จะหาหนทางแก้ไข

ในส่วนของเจ้าหนี้เองผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า สิ่งที่ท่านได้ดำเนินการ ในส่วนของเจ้าหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะการเก็บอัตราดอกเบี้ยที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นความผิดทางอาญานะครับ หมายความว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการเมื่อเรา รู้ตัวแล้ว เรารู้จุดแล้ว เราต้องการแก้ไขปัญหาด้วยความละมุนละม่อม ก็คือเชิญมาพูดคุย เพื่อหาความตกลงร่วมกัน หากตัวเลขที่ลูกหนี้ของท่านได้ชำระคืนท่าน มันเป็นตัวเลข ที่เหมาะสมแล้ว เราก็ควรจะต้องยุติยกเลิกกันไป ในขณะเดียวกันถ้าตัวเลขที่ลูกหนี้ของท่านชำระคืนท่าน ยังไม่ถึงจุดที่จะเป็นตัวเลขที่มีความเหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องของอัตราดอกเบี้ย เรื่องของ ผลตอบแทนต่าง ๆ เราก็ควรจะต้องมานั่งโต๊ะ แล้วก็มาเจรจาจัดสรรโครงสร้างเรื่องของการ ชำระเสียใหม่ เพื่อให้มันเป็นไปตามในกรอบของกฎหมายนะครับ อันนี้เป็นสิ่งซึ่งเราพยายาม ที่จะดำเนินการ แล้วเราเชื่อว่าด้วยกลไกของรัฐเราสามารถที่จะพูดคุยทำความเข้าใจ แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีการใช้คำว่า ลองของ ก็ได้นะครับ มีเจ้าหนี้บางรายไม่ยอมรับ ต่อกระบวนการเจรจา สุดท้ายสิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือกระบวนการที่ภาครัฐจะต้องดำเนินการ ตามกฎหมายเพื่อเอาผิดกับกระบวนการปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด การทวงถามที่ขัดต่อกฎ ต่อกฎหมาย ต่อระเบียบที่มีความเหมาะสม มีการลองของที่ว่า ก็คือมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนที่มีเจ้าหนี้ไปทวงถาม แล้วก็มีลูกหนี้ไปแจ้งต่อ ศูนย์ดำรงธรรม สุดท้ายมีการใช้กำลังเข้าไปข่มขู่คุกคาม วันนี้ถูกภาครัฐดำเนินการ ตามกฎหมายเรียบร้อย เพราะฉะนั้นวิธีการที่เราจะแก้ไขในเรื่องของหนี้นอกระบบนี้ ผมเชื่อว่าเป็นทิศทางที่มีความเหมาะสม และเราจะสามารถดึงเอาหนี้นอกระบบเหล่านี้ กลับเข้าสู่ระบบ เพื่อที่จะแก้ไขให้เป็นรูปธรรมต่อไปได้สำเร็จนะครับ

แน่นอนครับว่ากลไกการแก้ไข อย่างแรกก็คือการเจรจา อย่างที่ ๒ ภาครัฐเอง เรามีเครื่องมือกลไก โดยเฉพาะสถาบันการเงินของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่าง เช่น ธนาคารออมสิน หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งมีความพร้อมในการที่จะเข้าไปรองรับ ในเรื่องของยอดหนี้ที่มีอยู่ หากเจรจากันแล้วลูกหนี้และเจ้าหนี้สามารถตกลงกันได้ โยกเอา ภาระหนี้สินเข้ามาสู่สถาบันการเงิน ซึ่งจะเป็นภาครัฐกำกับเอง หรือจะเป็นธนาคารพาณิชย์เอง ก็ตาม ก็สามารถทำได้ เพื่อที่จะปรับโครงสร้างให้เป็นลักษณะของหนี้ที่อยู่ภายใต้การกำกับ ของกฎหมาย อันนี้เป็นแนวทางที่จะต้องดำเนินการต่อไป และในส่วนของเจ้าหนี้เอง มีเพิ่มเติมนะครับ วันนี้มันมีทางเลือกในการที่จะแก้ไขปัญหาโครงสร้างของหนี้นอกระบบ เหล่านี้อีกวิธีการหนึ่ง นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า PICO Finance คือการเป็นสถาบันการให้กู้ ในระดับเล็ก ซึ่งกำกับโดยกระทรวงการคลังนะครับ การยื่นขอใบอนุญาตเรื่องของสินเชื่อ PICO Finance กับกระทรวงการคลัง เงื่อนไขเบื้องต้นก็คือต้องมีทุนจดทะเบียนอย่างต่ำ ๕ ล้านบาท สามารถปล่อยสินเชื่อได้รายละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท เรียกเก็บดอกเบี้ยได้ ไม่เกินร้อยละ ๓๓ ต่อปี ในกรณีที่มีหลักประกัน ในกรณีที่ไม่มีหลักประกันสามารถเรียกเก็บ อัตราดอกเบี้ยได้ถึง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นแนวทางหนึ่งในการที่เราจะสร้างเครื่องมือกลไก การเงินในขนาดเล็ก เพื่อที่จะรองรับกับเรื่องของหนี้นอกระบบต่าง ๆ โดยเจ้าหนี้นอกระบบ เหล่านี้สามารถผันตัวเองโดยการขอใบอนุญาตกับทางกระทรวงการคลัง เพื่อที่จะสามารถ ปล่อยกู้ได้ตามกฎหมาย มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ มีอัตราดอกเบี้ยที่จะมี รายได้เพียงพอกับต้นเงินของท่าน แต่พี่น้องประชาชนจะไม่เดือดร้อน ลูกหนี้จะไม่เดือดร้อน เพราะอยู่ภายใต้การกำกับของส่วนงานของรัฐ นี่ก็เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา หนี้นอกระบบอย่างที่ได้เรียน

ประเด็นหนึ่งที่ท่านได้เรียนต่อที่ประชุม รวมถึงการหารือของเพื่อนสมาชิก จากจังหวัดอุตรดิตถ์ อันนี้เป็นประเด็นสำคัญ ภาครัฐเองต้องเรียนด้วยความเคารพนะครับ วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีแถลง เราไม่ได้พูดคุยถึงประเด็นในเรื่องของการมาเจรจา ความกันแล้วระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้นอกระบบ เราจะดำเนินการในส่วนของอัตราดอกเบี้ย ณ ปัจจุบันทันด่วนนั้นอย่างไร ซึ่งตรงนี้ผมได้รับทราบประเด็นปัญหาจากท่านสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นท่านลิณธิภรณ์ จะเป็นทางสมาชิกจากอุตรดิตถ์เองก็ตาม ขอบพระคุณท่าน ที่สื่อสารมายังรัฐบาล ผมเองจะนำเรียนประเด็นปัญหานี้เพื่อที่จะนำเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรี และเร่งในเรื่องของการดำเนินการแก้ไขวิธีการ หมายความว่าอะไร สิ่งที่ผมจะนำเรียน ต่อท่านนายกรัฐมนตรี ก็คืออยากจะให้มีการปรับเปลี่ยน เมื่อมีคนมาแจ้งในเรื่องของ หนี้นอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นที่อำเภอ ไม่ว่าจะเป็นที่ศูนย์ดำรงธรรมหรือที่ใดก็ตาม

๒๖/๑ สิ่งที่เราจะต้องดำเนินการเป็นสิ่งแรกก็คือยุติในเรื่องของดอกเบี้ย ยุติในเรื่องของการให้ลูกหนี้ ต้องชำระทันที เพื่อที่การเจรจาจะได้สามารถเดินหน้าพูดคุยกันสำเร็จแล้ว ถ้าเลิกแล้วต่อกัน ถ้าแก้ไขปัญหาปรับโครงสร้างหนี้สินเหล่านั้นได้ก็เดินหน้านะครับ แต่สิ่งที่จำเป็นที่สุด คือการยุติการทวงถามที่ขัดต่อกฎหมาย ยุติการคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่ขัดต่อกฎหมาย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องหยุด ณ วันที่มีการแจ้งต่อภาครัฐทันทีนะครับ ขอเวลาอีกเล็กน้อย นะครับท่านประธาน

ประเด็นคำถามที่ ๓ มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบแล้ว มีมาตรการ ทางเศรษฐกิจอื่น ๆ อย่างไรบ้าง ในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อันนี้น่าจะ ใช้เวลาพอสมควร เดี๋ยวผมจะรวบรัดนะครับ เรียนอย่างนี้ครับว่าในเรื่องของการแก้ไข ปัญหาหนี้ หนี้แน่นอนครับมันมี ๒ ปีก ๑. ก็คือหาเงินไปชำระ ๒. ก็คือการเติมเงินให้กับ พี่น้องประชาชนเพื่อที่จะสร้างศักยภาพ เติมอาชีพให้เขา เพราะฉะนั้นนโยบายกลไก ของภาครัฐที่เราได้เดินมาทั้งหมด สามารถตอบคำถามของท่านสมาชิกได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกลไกในเรื่องของการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ วันนี้มีบริษัทใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น AWS หรือ Amazon Web Service ไม่ว่าจะเป็นบริษัทอย่างเช่น Google บริษัทอย่างเช่น Tesla ที่กำลังหมายตาการลงทุนในประเทศไทย ต่อรายเป็นแสนล้าน เหล่านี้จะสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยในระยะยาว ในเรื่องของ การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว การปรับ Visa ฟรีให้กับหลายประเทศ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศไทย เพื่อเป็นรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยเช่นเดียวกัน กลไกในเรื่องของการที่รัฐบาลจะเดินหน้านโยบายเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่าน Digital Wallet อันนี้ก็ตอบโจทย์เดียวกัน นั่นก็คือสร้างกำลังให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย สร้างเม็ดเงิน หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการหมุนเวียน ก็ตอบคำถามของ ท่านสมาชิกได้เช่นเดียวกัน กลไกทั้งหมดเมื่อประกอบรวมกันเข้าจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ ที่สำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ในการที่จะผลักดันเศรษฐกิจ ในการที่จะสร้างให้เกิด การหมุนเวียนของเม็ดเงิน สร้างให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ที่มากขึ้น การแก้ไขปัญหา หนี้สินด้วยรายได้เป็นฟังก์ชันและเป็นกลไกที่สำคัญในการที่รัฐบาลจะสามารถให้พี่น้อง ประชาชนประคับประคองสถานการณ์ภาระหนี้สินต่อไปได้ในอนาคตนะครับ

หนี้สินในส่วนอื่น ๆ ขออนุญาตได้เรียนต่อท่านสมาชิก เช่น ในเรื่องของ ภาคการเกษตรนั้นก็มีกลไกในการพักหนี้ เช่น ในเรื่องของ กยศ. เองก็เป็นไปตามกฎหมาย ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาผ่านความเห็นชอบในสมัยประชุมที่แล้ว ในสมาชิก ชุดก่อนหน้าได้มีการผ่านความเห็น โดยเฉพาะในเรื่องของการกำหนดอัตราดอกเบี้ยของ กยศ. ที่ไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ เมื่อรัฐบาลเข้ามาเราเห็นถึงปัญหาครับว่ายังไม่ได้มีการปฏิบัติ ตามกฎหมายที่ได้ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร และวันนี้เราได้แก้ไขเรียบร้อยแล้วนะครับ ก็จะสามารถปลดล็อกให้กับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก

ในเรื่องของ SME การแก้ไขปัญหา SME มีราว ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ราย ที่เกิดปัญหาในช่วงของโควิดถูกปรับเข้าไปอยู่ในสถานะของ NPL หรือหนี้ที่ไม่เกิดรายได้ ในส่วนของ NPL เขาเรียกว่ารหัส ๒๑ นะครับ ซึ่งวันนี้รัฐบาลกำลังเดินหน้าและน่าจะ เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาของรหัส ๒๑ ของกลุ่ม SME นะครับ นอกจากนั้นในสัปดาห์หน้าเช่นเดียวกันก็จะมีการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ของประชาชนอีกราว ๑ ล้านกว่าราย เป็นประชาชนซึ่งเกิดสภาพ NPL จากในช่วงของ เหตุการณ์โควิดเช่นเดียวกันนะครับ โดนปรับเข้าไปอยู่ในรหัส ๒๑ อันนี้เป็นรายบุคคล อีกราว ๑ ล้านกว่าราย ซึ่งกลไกของภาครัฐเราก็จะดำเนินการแก้ไขผ่านทางมติ ครม. ในสัปดาห์หน้าเช่นเดียวกัน ก็ขอให้ท่านสมาชิกได้ติดตามการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สิน ของรัฐบาลต่อไป ก็เป็นกลไกที่ขออนุญาตนำเรียนต่อท่านสมาชิกนะครับ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ทั้งระบบ ท่านเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการติดตามการทำงานของภาครัฐ ในการนำแนวทาง การแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สินเหล่านี้จากภาครัฐไปสู่ประชาชน ขอให้เราได้ร่วมมือกัน ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนให้ลุล่วงต่อไป ขอบพระคุณครับ