ลิณธิภรณ์ ชี้หนี้นอกระบบซับซ้อน ตั้งคำถามสัดส่วนเจ้าหนี้-ลูกหนี้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๖

ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ หารือปัญหาหนี้นอกระบบในฐานะวาระแห่งชาติ พร้อมชื่นชมรัฐบาลที่ให้ความสำคัญ แต่ตั้งข้อสังเกตจากข้อมูลการลงทะเบียนที่พบว่าจำนวนเจ้าหนี้สูงกว่าลูกหนี้ในหลายพื้นที่ ซึ่งสะท้อนปัญหาหนี้ซ้อนและความไม่สมดุลในระบบ พร้อมตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่รัฐ เรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างจริงจังและเสนอให้รัฐบาลดำเนินมาตรการเป็นรูปธรรมทั้งการคุ้มครองผู้กู้ การจูงใจเจ้าหนี้ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากเพื่อตัดวงจรหนี้และคืนความหวังให้ประชาชน

นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยค่ะ ก่อนจะเข้าสู่ประเด็นคำถามในการตั้งกระทู้สดในวันนี้ ดิฉันต้องขอชื่นชม รัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับปัญหาหนี้สินของพี่น้องประชาชน และได้ดำเนินการแก้ไข และประกาศจนเป็นวาระแห่งชาติในการแก้ไขหนี้นอกระบบ แต่การขับเคลื่อนปัญหาเรื่องนี้ อย่างจริงจัง ดิฉันอยากจะนำเรียนให้ท่านประธานทราบถึงข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้ ทราบที่มาที่ไปของปัญหาว่าทำไมดิฉันถึงตั้งกระทู้ถามสดในวันนี้ จริงอยู่ว่าปัญหาหนี้สินเป็น ปัญหาเรื้อรังที่มีมาอย่างยาวนานและเป็นเรื่องใหญ่ของคนไทยจำนวนมาก เคยได้ยินคำกล่าว ใช่ไหมคะ ถ้าเรามีหนี้ก็ไม่มีสิทธิที่จะฝัน ดังนั้นปัญหาหนี้สินจึงเป็นปัญหาที่เป็นจุดเริ่มต้น ของปัญหาอื่นที่ตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผู้มีอิทธิพลในสังคมไทย หรือนำไปสู่ ปัญหาการก่ออาชญากรรม ในการติดตามทวงถามหนี้ที่เราปรากฏเห็นตามข่าวอยู่ทุกวัน รวมกระทั่งถึงปัญหายาเสพติด หลายคนค้าขายยาเพื่อมาจ่ายหนี้ และปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ก็คือปัญหาด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้จึงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข อย่างจริงจัง ท่านประธานคะ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายนที่ผ่านมา พวกเราทราบดีแล้วว่า รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ว่ามันส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนอย่างไร โดยเริ่มเปิดช่องทางให้ประชาชนที่ประสบปัญหาเข้ามาลงทะเบียน แจ้งหนี้ได้ ๕ ช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการผ่าน Website ผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม ๑๕๖๗ ที่ว่าการอำเภอ รวมถึงสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานครทุกแห่ง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

จากสถิติจะเห็นได้ว่า หลังจากเปิดการลงทะเบียนมาตั้งแต่วันที่ ๑ จนถึงวันที่ ๑๒ ธันวาคม มีผู้มาลงทะเบียน สูงสุดถึง ๘๘,๙๕๔ ราย โดยเป็นการลงทะเบียนออนไลน์กว่า ๘๐,๐๐๐ คน และในจำนวนนี้ ลงทะเบียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ๘,๕๐๐ คน มีเจ้าหนี้มาลงทะเบียนด้วยถึง ๘๕,๙๔๗ ราย รวมมูลค่าหนี้ ณ ปัจจุบันคือ ๔,๘๐๐ ล้านบาท แต่ที่น่าสนใจอยู่ตรงนี้ค่ะท่านประธาน รายละเอียดสัดส่วนของลูกหนี้ สถิติการลงทะเบียนของหนี้นอกระบบตั้งแต่วันที่ ๑-๑๒ ธันวาคม เราจะเห็นได้ว่า ๕ จังหวัดแรก ผู้มาลงทะเบียน ๕,๗๐๐ คน ในกรุงเทพมหานคร เป็นเจ้าหนี้อยู่ ๔,๕๐๐ คน จังหวัดนครราชสีมาเป็นผู้มาลงทะเบียน ๓,๗๐๐ คน เป็นเจ้าหนี้อยู่ ๒,๘๐๐ คน จังหวัดสงขลามาลงทะเบียน ๓,๕๐๐ คน เป็นเจ้าหนี้อยู่ ๒,๔๐๐ คน จังหวัดนครราชสีมา ๓,๕๐๐ คน เป็นเจ้าหนี้อยู่ ๒,๐๐๐ คน และจังหวัดขอนแก่น มาลงทะเบียน ๒,๒๐๐ คน เป็นเจ้าหนี้ ๑,๖๐๐ คน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนอะไรคะ ท่านประธาน ดิฉันอยากจะขอตั้งคำถามแบบนี้ค่ะ ทำไมตัวเลขจึงเป็นเช่นนี้ ทำไมสัดส่วน ของผู้มาลงทะเบียนเจ้าหนี้กับลูกหนี้ถึงมีจำนวนเจ้าหนี้มากกว่าลูกหนี้ มันสะท้อนว่าอะไรคะ มันสะท้อนว่าลูกหนี้ ๑ คน มีเจ้าหนี้มากกว่า ๑ ราย ใช่หรือไม่ ดังนั้นสิ่งนี้คือคำถาม

อันที่ ๒ ทำไมตัวเลขของมูลค่าหนี้ ณ ปัจจุบันคือมีอยู่ประมาณ ๔,๙๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลได้ประเมินว่าหนี้นอกระบบจะมีมูลค่ากว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเท่ากับมูลค่า ของหนี้ ณ วันนี้ยังไม่สอดรับกับการประเมิน ทำให้ดิฉันตั้งข้อสังเกตและตั้งสมมุติฐาน หลายประการดังนี้ ๑. อย่างแรกเจ้าหนี้เป็นผู้มีอิทธิพลใช่หรือไม่ ๒. ผู้มีอิทธิพลเป็นเจ้าหนี้ เกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐด้วยใช่หรือไม่ และ ๓. เพราะเป็นแบบนี้ใช่หรือไม่ จึงทำให้ลูกหนี้ ไม่กล้าที่จะออกมาแสดงตน นี่คือข้อสมมุติฐานของดิฉัน จากการตั้งข้อสมมุติฐานเหล่านี้ เราปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าระบบหนี้นอกระบบเกี่ยวพันกับปัญหาของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ข้าราชการที่เข้าไปพัวพันกับผลประโยชน์จากปัญหานี้ สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องทำ คือการตรวจสอบติดตามเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างแท้จริง สิ่งนี้คือปัญหาใหญ่นะคะท่านประธาน ถ้าลูกหนี้ ๑ คน มีเจ้าหนี้มากกว่า ๑ ราย เจ้าหนี้ ๑ คน และสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่การกระทำโดยการกู้ยืม แบบธรรมดา แต่เป็นกระบวนการค่ะ ดิฉันจะขออธิบายให้ท่านประธานเห็นภาพสั้น ๆ อย่างนี้ค่ะ ว่ากระบวนการของการเกิดหนี้นอกระบบและทำให้เจ้าหนี้เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิต ของลูกหนี้ก็คือ เมื่อมีการกู้หนี้จากเจ้าหนี้ ๑ ราย ลูกหนี้ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ก็จะเกิด เจ้าหนี้รายใหม่ที่มายื่นข้อเสนอให้มีการเข้าไปกู้หนี้ เพื่อนำเงินไปใช้ดอกเบี้ยกับเจ้าหนี้รายแรก กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นจากเจ้าหนี้รายใหญ่ ดังนั้นวัฏจักรเหล่านี้มันไม่ใช่ความโหดร้าย แค่อัตราดอกเบี้ย ไม่ใช่ความโหดร้ายแค่การติดตามทวงถามหนี้ แต่มันคือกระบวนการ จัดการให้เกิดการปล่อยกู้หนี้อย่างเป็นกระบวนการ ซึ่งรัฐบาลต้องเข้าไปจัดการ

ท่านประธานคะ ปัญหาหนี้นอกระบบแม้วันนี้รัฐบาลจะพยายามที่จะแก้ไข แต่มันจะถูกตัดวงจรไปไม่ได้เลย ถ้าหนี้ในระบบไม่ถูกแก้ไขไปด้วย หลายคนเลือกที่จะ กู้หนี้นอกระบบ เพราะหนี้ในระบบแก้ไขไม่ได้ ดังนั้นหนี้ในระบบตอนนี้รัฐบาลประเมิน ว่ามีสูงถึง ๑๖ ล้านล้านบาท หากตามดูตัวเลขการจัดกลุ่มลูกหนี้ที่รัฐบาลแบ่งมา ก็ถือว่า เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ค่ะ เพราะค่อนข้างที่จะมีความชัดเจนและดูควบคุมและช่วยเหลือ สภาวะหนี้ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ กลุ่มลูกหนี้ที่มีรายได้ประจำ มีภาระหนี้เกินศักยภาพ และกลุ่มลูกหนี้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน และกลุ่มลูกหนี้เสียที่คงค้างกับสถาบันการเงิน ซึ่งกระบวนการและวิธีการช่วยเหลือปัญหา หนี้ในระบบของรัฐบาลดูมีเป้าหมายที่ชัดเจนค่ะ ดิฉันหวังว่าเป้าหมายที่วางไว้จะเป็นไปตามที่ รัฐบาลคาดหวัง ทั้งนี้เพราะปัญหาเหล่านี้มันพัวพันกันไปหมดค่ะ ถ้าหนี้ในระบบกู้ไม่ได้ ก็นำไปสู่หนี้นอกระบบ ท่านประธานคะ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากตัวเลขที่ดิฉันสะท้อนนำไปสู่ คำถามที่ดิฉันอยากจะถามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อจะตอบคำถาม ถึงความชัดเจนสำหรับพี่น้องประชาชน ดังนี้

คำถามแรก ก็คือเราจะแก้ปัญหาลูกหนี้ที่ไม่กล้ามาลงทะเบียน เพราะกลัว อิทธิพลของเจ้าหนี้ได้อย่างไรคะ ปัจจุบันแม้จะเปิดรับลงทะเบียนที่อำเภอ แต่กระบวนการ ไม่ได้หยุดลงค่ะ เจ้าหนี้ยังคงส่งคนไปตามหนี้ ไปเก็บดอกเบี้ยกับประชาชน ดังที่เพื่อนสมาชิก ของดิฉันจากจังหวัดอุตรดิตถ์ได้นำเรียนในที่ประชุมสภาแห่งนี้ไปเมื่อตอนหารือในช่วงเช้าค่ะ ดังนั้นรัฐบาลจะมีหลักประกันอะไร ในความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้เป็นผู้กู้หนี้นอกระบบ

คำถามข้อ ๒ การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบต้องมีความพร้อมใจกันทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ ดิฉันขอถามว่ารัฐบาลมีมาตรการและแรงจูงใจอย่างไร ให้เจ้าหนี้ และลูกหนี้ร่วมกันแก้ปัญหาหนี้ด้วยกัน

ปัญหาสุดท้าย ปัญหาไม่ว่าจะเป็นทั้งนอกและในระบบเริ่มต้นจากปัญหา เศรษฐกิจและปากท้อง ไม่มีใครอยากเป็นหนี้ถ้ามีกินค่ะ คำถามของดิฉันก็คือนอกจาก แนวทางแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบแล้ว รัฐบาลมีมาตรการทางเศรษฐกิจอื่น ๆ อย่างไรบ้าง ที่จะช่วยตัดวงจรของการเป็นหนี้ให้กับประชาชน

ท้ายที่สุดค่ะท่านประธาน วันนี้พ่อค้า แม่ค้าร้านตลาดฝากดิฉันมาเป็น กระบอกเสียงค่ะ ฝากขอบคุณรัฐบาลที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง แล้วหวังว่ารัฐบาลจะทำให้เศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชนดีขึ้น เพื่อคืนเกียรติ คืนศักดิ์ศรี คืนความหวัง คืนความฝันให้ประชาชนคนไทยทุกคน ขอบคุณค่ะท่านประธาน