
ปรีติ เจริญศิลป์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน โดยหารือปัญหาการจัดการหมู่บ้านจัดสรรในนนทบุรีที่มีทั้งหมู่บ้านที่ยังไม่มี กำลังจะมี หรือเคยมีนิติบุคคลแต่หมดอายุลง ซึ่งส่งผลต่อการบริหารจัดการและภาระค่าส่วนกลาง พร้อมเสนอให้แก้ไขกฎหมายเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถเข้าดูแลพื้นที่และบริการสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงติดตามกรณีที่ดินสาธารณะที่ถูกเรียกคืนหลังใช้ต่อเนื่องเกิน 10 ปี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนผู้เสียภาษี
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๕ ผมขอสนับสนุน การแก้ไขกฎหมายร่าง พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน ตามที่ได้มีการเสนอไป แต่ส่วนหนึ่งก็แอบเสียดาย ที่ร่างของคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไม่ได้นำเข้ามาด้วย จึงไม่แน่ใจว่าจะแก้ปัญหาที่ผมจะ นำเสนอได้หรือไม่นะครับ ขอสไลด์ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนพื้นที่ในจังหวัด นนทบุรี เขต ๕ ของผม พื้นที่ส่วนใหญ่พื้นที่หมู่บ้านจัดสรร วันนี้นนทบุรีมีประชากรประมาณ ๑.๒๙ ล้านคน มีรายได้ต่อครัวเรือน ตอนนี้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย สิ่งที่ตามมา คือจะมีหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมาก ผมจะชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันโครงการจัดสรรในจังหวัด นนทบุรีมี ๑,๗๓๗ โครงการ มีบ้านทั้งหมด ๓๓๖,๓๙๑ หลัง ผมอยากจำแนกให้เห็นว่า หมู่บ้านต่าง ๆ นี้ ที่ผมจำแนกตามปัญหาที่เกิดขึ้นตามการจัดสรรนิติบุคคลเป็นอย่างไร มี ๔ ประเภท
อย่างแรก คือหมู่บ้านจัดสรรที่ยังไม่มีนิติบุคคลกรณีนี้จะเป็นหมู่บ้านที่เพิ่ง สร้างใหม่กำลังขายหรือขายเสร็จแล้วแต่ยังตั้งไม่ได้
อย่างที่ ๒ หมู่บ้านจัดสรรที่มีนิติบุคคลแล้ว ก็เป็นหมู่บ้านทั่วไปที่มีการบริหาร จัดการได้ดี และยังมีนิติบุคคลต่อเนื่องไป
อย่างที่ ๓ เป็นปัญหาหลักเลยที่เกิดขึ้นที่ผมได้เจอ คือหมู่บ้านจัดสรรที่เคยมี นิติบุคคล แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว เพราะว่าเป็นหมู่บ้านที่เรียกว่ามีอายุนาน เช่น ๒๐ ปี ๓๐ ปี ความเป็นนิติบุคคลก็หาย การจ่ายค่าส่วนกลางไม่มีครับ แต่เขาก็มีการจัดตั้งกรรมการ หมู่บ้านขึ้นมาแทน ซึ่งผมจะบอกในลำดับถัดไปว่าต่างกันอย่างไร
อย่างที่ ๔ หมู่บ้านที่อยู่ในการดูแลของหน่วยงานรัฐ เช่น ของการเคหะ แห่งชาติในพื้นที่ผม ซึ่งมีพื้นที่เคหะชุมชนจังหวัดนนทบุรี ๑ อยู่ด้วย ในพื้นที่เขต ๕ ของผมมี โครงการจัดสรรประมาณ ๓๐๐ โครงการ เฉลี่ยแล้วมีบ้านเรือนเกือบ ๕๐,๐๐๐ หลังเกิดขึ้น โดยเฉพาะในเส้นถนนชัยพฤกษ์และราชพฤกษ์ที่เกิดมามีหมู่บ้านจัดสรรขึ้นมากมาย ถ้าเรา ไม่รีบแก้ไขกฎหมายตัวนี้ในอนาคตหมู่บ้านเหล่านี้จะเป็นหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้างได้ในอนาคตและ เป็นหมู่บ้านที่อาจจะไม่มีนิติบุคคล ในอีกประมาณ ๑๐ ปี ๒๐ ปีข้างหน้า ความแตกต่างของ การมีนิติบุคคลกับกรรมการหมู่บ้านคืออะไร ผมพยายามคิดครับ ทำไมต้องมีนิติบุคคล ทำไม ไม่ใช้กรรมการหมู่บ้าน ความเป็นที่มีนิติบุคคลเขาจะมีสาธารณูปโภคที่ดีกว่า ถนน ไฟ ส่วนกลาง มีการบำรุงรักษา มีการจัดการบริหารที่ดี แต่ส่วนหนึ่งที่ต้องแลกมาคือก็ต้องมี การจ่ายค่าส่วนกลาง ซึ่งปัจจุบันหมู่บ้านใหม่ ๆ ค่าส่วนราชการตารางวา ๑ อย่างน้อย ๔๐ บาท ขึ้นไปแล้วในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ส่วนกรณีที่มีนิติบุคคลนี้เขามีสภาพบังคับทาง กฎหมายเหมือนกัน ถ้าหากคุณมีบ้านอยู่ในโครงการจัดสรรคุณต้องการขายบ้าน คุณต้องไป ขอใบปลอดหนี้ก่อนจากนิติบุคคล ไม่อย่างนั้นสำนักงานที่ดินเขาไม่โอนให้ นี่คือความผูกพัน ทางกฎหมายส่วนหนึ่ง ที่ความเป็นนิติบุคคลผูกมัดให้คุณต้องจ่ายค่าส่วนกลาง และคน ในหมู่บ้านที่มีนิติบุคคลก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเพียงแค่กรรมการหมู่บ้าน ผมขอ ยกตัวอย่างปัญหาในพื้นที่ของผม อันนี้เป็นหมู่บ้านพญาไทวิลเลจ ในตำบลปากเกร็ดเป็น หมู่บ้านเก่าที่ปัจจุบันนี้ก็มีพยายามจัดตั้งกรรมการหมู่บ้านขึ้นมา ผมเคยเข้าไปร่วมฟัง ร่วมประชุมกับเขาครับ เขามีปัญหาน้ำท่วมขังเมื่อเวลามีฝนตก แต่สิ่งที่ยังแก้ไม่ได้คือเทศบาล ไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่เอกชนได้ นี่คือปัญหาหนึ่งที่ผมก็รับมา ผมคิดว่าสิ่งที่ผู้แทนราษฎร ในบทบาทที่เราทำได้คือการแก้ไขกฎหมาย แล้ววันนี้ก็ถึงโอกาสที่ผมจะได้ทำสิ่งที่ต้องแก้ไข ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนครับ อันนี้หมู่บ้านดิเอมเมอรัลพาร์ค 3 อยู่ในตำบลบางพลับ หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเก่าครับในช่วงที่ผมเคยเดินลงไปพบหาประชาชนมีประชาชนบอกว่า ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อเดินทางลำบากมาก รูปด้านขวามือนี้เป็นส่วนกลางพื้นที่สนามเด็กเล่น ไม่มีการดูแลบำรุงรักษา เพราะเขาไม่มีนิติบุคคลแล้วเป็นหมู่บ้านที่มีมากกว่า ๓๐ ปี ในตำบล บางพลับ ถ้าเราแก้กฎหมายให้ท้องถิ่นสามารถเข้ามาช่วยดูแลเขาได้ นี่คือโอกาสดีเลยที่เรา จะช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่เขาอยู่ในหมู่บ้านที่เคยมีนิติบุคคล และวันนี้ไม่มีแล้ว ทั้งที่เขาก็เสียภาษีให้ท้องถิ่นเช่นกัน อันนี้เป็นหมู่บ้านการเคหะแห่งชาติ ก็เป็นเคหะชุมชน นนทบุรี ๑ นี่เองครับ เมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของการเคหะแห่งชาติ เทศบาลก็ไม่สามารถเข้า มาขุดลอกคูคลองได้เพราะเป็นพื้นที่ของรัฐวิสาหกิจ สนามฟุตบอลหญ้าสูงไม่มีการดูแล เพราะว่าการดูแลต้องใช้เวลาในการทำงบประมาณจัดซื้อจัดจ้าง การเข้าถึงไม่เร็วเท่าท้องถิ่น เข้าถึงแน่นอนครับ เมื่อมีหญ้าขึ้นก็ต้องบริหารจัดการกันเอง ช่วยกันตัดหญ้า อันนี้หมู่บ้าน มณียามีปัญหาเช่นกันที่ยังไม่มีนิติบุคคลหมู่บ้านแต่มีการจัดตั้งกรรมการหมู่บ้าน ปัญหาคือ เวลาน้ำขังน้ำท่วมเป็นปัญหาเรื่องการระบายน้ำ ซึ่งเขาจำเป็นต้องใช้งบประมาณเยอะมาก ในการสร้างระบบระบายน้ำให้ดีขึ้นครับ ถัดไปหมู่บ้านวิโรจน์วิลล์ ก็เป็นอีกหมู่บ้านในตำบล ละหาน เส้น ๓๔๕ ที่เป็นหมู่บ้านเก่าก็ยังขาดการดูแลจากท้องถิ่น เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ ยกให้กับท้องถิ่น ถัดไปหมู่บ้านคันทรีพาร์ค แคลิฟอร์เนีย 16 เช่นเดียวกัน ผมเคยไปทำ กิจกรรมที่นี่ สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่นก็ยังไม่มีงบที่จะบำรุงรักษาได้ ท้องถิ่น อบต. คลองข่อยอยากเข้ามาดูแลแต่ไม่ใช่พื้นที่เขาครับ การจะยกให้ก็ต้องเป็นมติเอกฉันท์ของคน ทั้งหมู่บ้าน ซึ่งยากมากครับที่มีการรวมทุกคนเซ็นยินยอมทั้งหมด ข้อที่ ๗ ปัญหาสุดท้ายที่อยากจะแชร์ให้ฟังครับ รูปด้านขวาเป็นพื้นที่ถนนสาธารณะที่มีการ เดินทางเข้าออกมากกว่า ๓๐ ปี วันหนึ่งเจ้าของบ้านเขาไปดูโฉนดว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นของเขา มีการมาล้อมรั้วครับ นี่คือเกิดปัญหาขึ้นเลยครับว่าที่ที่เคยยกให้เป็นทางสาธารณะไปแล้ว โดยไม่ได้มีการจดทะเบียนที่ดิน วันนี้เอกชนสามารถเรียกคืนได้หรือไม่ ซึ่งผมได้ไปค้น คำพิพากษาศาลฎีกาเขาก็บอกว่าการยกให้เป็นทางสาธารณะมันไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน แต่มีการใช้ติดต่อกันมาเกิน ๑๐ ปีถือว่าเป็นทางสาธารณะโดยกฎหมาย เรื่องนี้ได้เคยหารือ ในสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ตอนนี้เรื่องที่เหลืออยู่ที่กรมชลประทานครับ
สุดท้ายครับ ปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้บทบาทที่ สส. จะทำได้คือการแก้ไข กฎหมายหลาย ๆ ตัวเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เขาก็เสียภาษีเช่นกันครับ ให้ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล อบต. เข้าไปดูแลพื้นที่เอกชนได้ครับ ดังนั้นผมจึงขอ สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ