
นพดล ทิพยชล หารือปัญหาการจัดสรรที่ดินในจังหวัดนนทบุรีที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนมานานทั้งในและนอกพื้นที่จัดสรร เรียกร้องให้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดินและ พ.ร.บ. ประมวลกฎหมายที่ดินอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายโดยเร่งรัดการจัดตั้งนิติบุคคลในโครงการจัดสรร สนับสนุนให้ประชาชนสามารถริเริ่มตั้งนิติบุคคลได้เอง และผลักดันให้มีการโอนพื้นที่จัดสรรเป็นสาธารณประโยชน์ รวมถึงสนับสนุนการพิจารณาร่างกฎหมายจากพรรคการเมืองต่าง ๆ อย่างพร้อมเพรียงกัน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นพดล ทิพยชล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๔ อำเภอปากเกร็ด พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิก พรรคก้าวไกล คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพื่อสะท้อนถึง ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดนนทบุรี ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนคนนนทบุรีครับ ท่านประธานครับผมและประชาชนในนนทบุรีเฝ้ารอ พ.ร.บ. แก้ไขการจัดสรรที่ดินฉบับนี้ว่าเมื่อไรจะได้นำเข้ามาพิจารณาเข้าสู่สภาสักที เพราะเป็นปัญหา เรื้อรังในหลายหมู่บ้านและหลายชุมชนครับ ซึ่งผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนมา ครั้งใด ผมก็ได้แต่เพียงตอบว่า ท้องถิ่นไม่สามารถแก้ไขให้ท่านได้แน่นอน เพราะว่ากฎหมาย ของประเทศเรายังเป็นแบบนี้อยู่ ซึ่งพรรคก้าวไกลเราทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน และก็ได้ยื่น พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินเข้าสภาไปแล้วรอเข้าสู่วาระการพิจารณา วาระที่ ๑ ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องที่ดินที่อยู่ในพื้นที่จัดสรร เท่านั้นนะครับ ที่ดินนอกพื้นที่จัดสรรก็มีปัญหามากเช่นกัน ดังนั้นหากจะแก้ไขปัญหาให้ ครอบคลุมปัญหาของพี่น้องประชาชนในทุกมิติ นอกจาก พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินฉบับนี้ ผมยัง หวังว่ายังมี พ.ร.บ. ประมวลกฎหมายที่ดินอีกฉบับของพรรคก้าวไกล เพื่อเพิ่มอำนาจให้ ท้องถิ่นสามารถแก้ปัญหาที่ดินนอกพื้นที่จัดสรรให้ประชาชนได้ และหวังว่าจะได้รับการ พิจารณาควบคู่กับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปพร้อม ๆ กันด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมเป็น ผู้แทนราษฎรของประชาชนอำเภอปากเกร็ด ตำบลบางพูด ตำบลบ้านใหม่ ตำบลคลองเกลือ และตำบลบางตลาด ซึ่งพื้นที่ทั้ง ๔ ตำบลนี้เป็นเมืองที่มีความแออัดของประชากรมากที่สุด ของจังหวัดนนทบุรีครับ แน่นอนครับสิ่งที่ตามมาคือปัญหาที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่จัดสรร และก็นอกพื้นที่จัดสรร พี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนเข้ามาที่ผมเป็นจำนวนมาก แม้กระทั่ง ครอบครัวผมเองครับก็หนีไม่พ้นเป็นผู้ประสบภัยเช่นเดียวกับพี่น้องประชาชน มารดาผม ซื้อบ้านอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลลำโพ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ๑๐ ปีแล้ว ปัจจุบันยังไม่สามารถตั้งนิติบุคคลได้เลย ทั้งที่เจ้าของโครงการได้จำหน่ายบ้านหลังสุดท้าย หมดไปนานตั้งแต่ ๕-๖ ปีที่แล้ว เพียงเหตุผลเดียวครับ เพราะทางบริษัทผู้จัดสรรที่ดินยังไม่มี ความประสงค์จะให้ผู้ที่ซื้อบ้านทำการจัดตั้งนิติบุคคลครับ เหตุผลเดียวเท่านั้นเองที่ยัง ไม่สามารถจัดตั้งนิติบุคคลได้ ผลปรากฏว่าเป็นอย่างไรครับตอนนี้ระบบสาธารณูปโภค เละเทะหมดครับ ไม่มีการทำข้อตกลง ไม่มีการร่างกฎกติกา การอยู่ร่วมกันของคนในหมู่บ้าน ใครอยากต่อเติมบ้านก็ทำตามใจตัวเองโดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อเพื่อนบ้านข้างเคียง อยากนำขอมาวางไว้หน้าบ้าน อยากนำของมาวางไว้ข้างบ้านนอกพื้นที่ของตัวเองก็ทำกันตาม อำเภอใจ รถขยะก็ Indy มากครับ อยากมาเก็บวันไหนก็มา อาทิตย์ไหนไม่อยากมาเขาก็ ไม่มา ทำงานตามเสียงด่าของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน ไฟถนน ท่อระบายน้ำก็รอกันอย่าง เลื่อนลอยว่าเมื่อไรทางเจ้าของโครงการจะมาแก้ปัญหาให้ กรณีต่อไปครับผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยในซอยต้นสน ๑๑ อยู่ที่ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด ถนนในซอยนี้ยังเป็นดินลูกรังอยู่เลย และที่สำคัญไม่มีท่อระบายน้ำด้วย คราวนี้พอฝนตก วิบากกรรมก็มาเยือนครับ นอกจากถนนจะเป็นหลุมเป็นบ่อแล้วน้ำก็ยังท่วมขัง เพราะว่าไม่มี ท่อที่จะระบายน้ำ ประชาชนต้องทนอยู่กันแบบนี้มากกว่า ๒๐ ปี ร้องเรียนไปที่เทศบาลตั้งแต่ ปี ๒๕๖๔ เทศบาลก็ไม่สามารถนำงบประมาณเข้ามาดำเนินการได้ เนื่องจากช่วงปากซอย มีพื้นที่แค่ประมาณ ๑๐ เมตรที่เป็นพื้นที่ของเอกชน แค่ ๑๐ เมตรนี้ทำให้ประชาชนเดือดร้อน กันไปทั้งซอยทั้งชุมชนครับ ไปต่อกันครับที่หมู่บ้านพบสุขที่ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด ทีนี่ประชาชน ๆ กว่า ๓๐๐ ครัวเรือนต้องจมอยู่กับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากมากว่า ๒๐ ปีครับ เนื่องจากแนวท่อน้ำทิ้งของชุมชนได้รอดผ่านถนนไปในที่ดินของเอกชนก่อนที่จะปล่อยออก สู่คลองบางตลาด อันนี้เป็นปัญหาที่ผู้จัดสรรที่ดินใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายหลีกเลี่ยงตั้งแต่ ในอดีตที่เขาทำจัดสรรที่ดินขาย คือไม่นำแนวท่อน้ำทิ้งของชุมชนนี้เข้าไปในโครงการจัดสรร หลังจากนั้นก็นำที่ดินแปลงนี้ออกไปขายในเวลาต่อมา ทำให้เทศบาลไม่สามารถนำ งบประมาณมาดำเนินการลอกท่อในพื้นที่ดินของเอกชนให้ได้ ท่านประธานครับความจริงยัง มีอีกหลายชุมชนที่ได้ร้องเรียนมาที่ผม แต่เนื่องจากเวลาวันนี้มีจำกัดเหลือเกินก็ขอสะท้อน ปัญหาและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนของชาวปากเกร็ดเพียงเท่านี้นะครับ สรุปครับ พ.ร.บ. แก้ไขการจัดสรรที่ดินฉบับนี้จะช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ใน ๓ ประเด็น หลัก ๆ ดังนี้
ประเด็นที่ ๑ ช่วยบังคับกรอบเวลา ให้โครงการหรือผู้จัดสรรที่ดินต้องเรียก จัดตั้งนิติบุคคลภายใน ๓ ปี โดยที่นับตั้งแต่ขายไปแล้ว ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของโครงการ
ประเด็นที่ ๒ กรณีที่โครงการยังไม่เรียกจัดตั้งนิติบุคคล ให้อำนาจลูกบ้าน เข้าชื่อกันเกินกึ่งหนึ่งขอตั้งนิติบุคคลได้เลย ซึ่งในปัจจุบันต้องรอทางโครงการแจ้งความ ประสงค์ให้ผู้ซื้อบ้านจัดตั้งนิติบุคคลเท่านั้น
ประเด็นที่ ๓ ในกรณีที่รัฐบาลไม่มีความประสงค์บำรุงรักษาพื้นที่จัดสรรเอง ภายหลังจัดตั้งนิติบุคคลแล้วก็สามารถโอนเป็นสาธารณะประโยชน์ได้เช่นกันครับ
ดังนั้นผมขอร่วมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดินฉบับนี้ที่เสนอโดย เพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลและผู้ร่วมเสนอจากพรรคเพื่อไทย และยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภา จะรับร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายที่ดินอีกฉบับที่เสนอโดย พรรคก้าวไกลเข้ามาพิจารณาร่วมกันไปด้วยในคราวเดียวกันนี้เช่นกันครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน