สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หารือเรื่องปัญหาที่ดินหมู่บ้านจัดสรร และเรียกร้องการแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. จัดสรร โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๔๔ (๑) และ ๔๔/๑ เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองของลูกบ้านให้มีอำนาจต่อรองที่เทียบเท่ากับเจ้าของโครงการ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าวันนี้จะมีผู้แทนราษฎรจากทั้ง ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้แทนแบบแบ่งเขตที่จะลุกขึ้นอภิปรายในเรื่อง ของปัญหาพ่อแม่พี่น้องประชาชน ปัญหาในพื้นที่ ปัญหาถนนหนทาง ทางเท้า ไฟฟ้าส่องสว่าง การระบายน้ำ ที่มีปัญหาและหน่วยงานภาครัฐไม่สามารถเข้าไปดำเนินการแก้ไขให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือเป็นที่ดินตาม พ.ร.บ. จัดสรรที่อยู่ในโครงการจัดสรรต่าง ๆ แต่ผม อยากจะย้ำเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธานไปครับว่าจริง ๆ ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มีแค่เฉพาะใน หมู่บ้านจัดสรรเพียงเท่านั้น ตามที่ผมได้นำเรียนไปในญัตติเมื่อสักครู่จริง ๆ มีทั้งปัญหาตาม ชุมชนต่าง ๆ รวมถึงที่ดินที่อยู่บนที่ดินของรัฐวิสาหกิจ อย่างเช่น การรถไฟที่ในกรุงเทพมหานครก็มีที่ดินหลายชุมชนที่ใช้ถนนหนทางต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ บนที่ดินของรัฐวิสาหกิจ ที่ทำให้กรุงเทพมหานครในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานของรัฐที่อยู่ใกล้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนมากที่สุด ไม่สามารถลงไปดำเนินการ แก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ จึงเป็นที่มาญัตติสักครู่ผมได้นำเสนอให้ขอรวมระเบียบวาระในเรื่อง ของการแก้ไขประมวลที่ดินเข้ามารวมพิจารณาพร้อมกับญัตติในวาระนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่เป็นอะไรครับ ในเมื่อสภามีมติว่าไม่รวมระเบียบวาระ ผมก็จะขออภิปรายเฉพาะในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับตัวร่าง พ.ร.บ. จัดสรร ท่านประธานครับ ผมอาจจะใช้เวลาไม่นาน แล้วเดี๋ยว อาจจะให้ทางเพื่อนสมาชิกส่วนที่เหลือทุก ๆ ท่านได้ลุกขึ้นชี้แจงปัญหาให้เห็นภาพรวมว่า ปัญหานี้ใหญ่ขนาดไหน ในแต่ละปี ๆ มีโครงการหมู่บ้านจัดสรรที่มีการก่อสร้างขึ้นใหม่จำนวน หลายหมื่น Unit หรือคิดเป็นจำนวนโครงการก็หลายร้อยหลายพันโครงการ แต่ถ้าเรา ย้อนกลับไปดูสถิติการจัดตั้งนิติบุคคลจากกรมที่ดินจะเห็นว่าต่อปีมีการจัดตั้งนิติบุคคล สำเร็จเพียงแค่หลัก ๑๐๐ หลัก ๒๐๐ โครงการเท่านั้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นครับว่าในเชิงสถิติ การจัดตั้งนิติบุคคลสามารถจัดตั้งได้สำเร็จแทบจะไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนโครงการ จัดสรรทั้งประเทศ ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าเมื่อผู้จัดสรรที่ดินหรือเจ้าของโครงการไม่ได้เข้าไป บำรุงรักษาสาธารณูปโภคอย่างดีเพียงพอ ทำให้ลูกบ้านเกิดความเดือดร้อนมากมาย เต็มไปหมดทั่วทั้งประเทศ จึงเป็นที่มาที่ทำให้ผมขอเสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.จัดสรร ที่ผมเป็นผู้เสนอนี้เพียงแค่ ๒ ประเด็น หลัก ๆ ด้วยกัน ๒ ประเด็นหลัก ๆ นี้ก็คือแก้ไข เพิ่มเติมในมาตรา ๔๔ (๑) แล้วก็ ๔๔/๑ ครับ ทำไมผมถึงแก้ไขเพียงแค่ ๒ มาตรานี้ครับ เพื่อต้องการเพิ่มอำนาจการต่อรองของลูกบ้านให้มีอำนาจต่อรองที่เทียบเท่ากับเจ้าของ โครงการนะครับ ปัญหาของโครงการหมู่บ้านจัดสรรนี้เป็นปัญหาที่ลงรายละเอียดยิบย่อย เยอะแยะเต็มไปหมดครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างไม่ตรงแบบ การปล่อยให้ โครงการทิ้งร้าง ไม่มีการบำรุงรักษา การจัดตั้งนิติบุคคลไม่ได้ เนื่องจากลูกบ้านไม่สามารถ รวมเสียงกันเกินกึ่งหนึ่งได้ หรือแม้แต่มีการแบ่งเฟสหลาย ๆ เฟสในการก่อสร้าง บางทีเฟส หน้าก่อสร้างเสร็จ เฟสหลังยังก่อสร้างไม่เสร็จ เจ้าของโครงการก็ไม่อยากที่จะเรียกให้มีการ จัดตั้งนิติบุคคลในเฟสหน้า เพราะต้องการใช้ทางเข้าออกผ่านไปยังเฟสหลังถัด ๆ ไป ปัญหา เหล่านี้มีเป็นร้อยเป็นพันที่ผมคิดว่าเราไม่มีทางที่จะ List หรือว่าเขียนกฎหมายให้ครอบคลุม ทุกประเด็นได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องของการสร้างอำนาจต่อรองให้ลูกบ้านมีอำนาจต่อรองทัดเทียม กับเจ้าของโครงการครับ จึงเป็นที่มาที่ผมได้มีการระบุไปในมาตรา ๔๔ (๑) ที่มีการแก้ไข เพิ่มเติมเพื่อตีกรอบเวลาครับว่าเจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรร เมื่อใดก็ตามที่เจ้าของได้ขาย โครงการไปเกินกึ่งหนึ่งของโครงการแล้ว เขาจะต้องมีการเรียกให้มีการจัดตั้งนิติบุคคลทันที ภายในกรอบระยะเวลา ๓ ปี เมื่อพ้นกรอบระยะเวลา ๓ ปีแล้ว ถ้าเจ้าของโครงการยังไม่มี การเรียกให้มีการจัดตั้งนิติบุคคล ก็สามารถใช้ช่องทางตามมาตรา ๔๔/๑ ที่ลูกบ้านเกิน กึ่งหนึ่งสามารถรวมเสียงกันเพื่อขอจัดตั้งนิติบุคคลได้เองนะครับ เพราะฉะนั้น ๒ มาตรานี้ ประกอบกันจึงเป็นการสร้างอำนาจต่อรองให้กับลูกบ้านที่จะมีอำนาจในการต่อรองให้กับ เจ้าของโครงการที่จะต้องเร่งรัดให้ก่อสร้างให้เสร็จโดยเร็ว หรือจะต้องมีการก่อสร้าง ให้ถูกแบบ บำรุงรักษาให้ดี เพื่อที่เจ้าของโครงการเองก็จะได้ถอนเงินค้ำประกันออกจาก กรมที่ดินได้นะครับ เป็นที่มาที่ผมคิดว่าเพียงแค่ ๒ มาตรานี้เป็นหัวใจหลัก ๆ แต่อย่างไร ก็ตามผมอยากจะอภิปรายสนับสนุนของร่างอีกร่างหนึ่งของเพื่อนสมาชิกครับ คือร่างของ ท่านธีรรัตน์ จริง ๆ ต้องบอกว่าร่างของท่านธีรรัตน์ก็มีประเด็นในส่วนที่ให้ลูกบ้านเกินกึ่งหนึ่ง สามารถเรียกจัดตั้งนิติบุคคลได้เองครับ แต่มีประเด็นอื่น ๆ ที่ครอบคลุมยิ่งกว่า ยกตัวอย่าง อย่างเช่น ในเรื่องของการที่บอกว่าถ้าลูกบ้านไม่สามารถรวมเสียงกันได้เกินกึ่งหนึ่งสามารถ ร้องขอไปที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดิน เพื่อให้คณะกรรมการสั่งว่าใช้เสียงน้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ในการขอจัดตั้งนิติบุคคลก็ได้ หรือมีช่องทางที่บอกว่าถ้าลูกบ้านแสดงเจตจำนงว่าต้องการ จะโอนให้เป็นสาธารณประโยชน์สามารถระบุได้ตั้งแต่ตอนที่เซ็นสัญญาจะซื้อจะขาย ก็คือตั้งแต่ตอนที่ซื้อบ้านเลยนะครับ ถ้ามีการระบุว่าต้องการจะโอนให้เป็นสาธารณประโยชน์ เกินกึ่งหนึ่งตั้งแต่ตอนจะซื้อจะขาย ก็ให้ถือว่าหลังจากที่เจ้าของโครงการได้พ้นสภาพการดูแล แล้วก็ให้โอนเป็นของสาธารณประโยชน์ได้ทันทีอัตโนมัตินะครับ ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่ไม่ว่าจะเป็น สส. จากฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็เห็นประเด็นปัญหาตรงกันที่คิดว่าประเด็นโครงการหมู่บ้าน จัดสรรเป็นประเด็นที่พ่อแม่พี่น้องเจอปัญหากันทั่วทั้งประเทศนะครับ ดังนั้นถ้ายังเป็นไปได้ ผมคิดว่าจากการศึกษาในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านมีตัวแทนจากกรมที่ดินมาชี้แจง ท่านรองอธิบดี เองก็มาชี้แจงด้วยตนเองนะครับ ที่บอกว่าร่างที่กรมที่ดินมีกับมือค่อนข้างสอดคล้องกับ หลักการในร่างของผมนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมคิดว่าสภาเองก็สามารถที่จะลงมติรับ หลักการทั้ง ๒ ร่างไปได้เลย เพราะอย่างที่ผมได้นำเรียนว่าร่างของผมตรงกับร่างของทาง หน่วยงาน ผมก็คิดว่าร่างของทางท่านธีรรัตน์ก็เป็นร่างที่ครอบคลุมมากกว่า ก็คือรองรับร่าง ของผมด้วย แล้วก็มีมาตรการต่าง ๆ ที่ดียิ่งขึ้นกว่าด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการแก้ไข ปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ผมคิดว่าสภาเราสามารถที่จะรับหลักการทั้ง ๒ ร่างไปได้ ก่อนนะครับ แล้วก็ให้กรมที่ดินเจ้าของร่างเขามาแก้ไขเพิ่มเติมในชั้นระเบียบวาระที่ ๒ ได้ เพราะว่าได้รับทราบเสียงสะท้อนมาว่าตามมติวิปรัฐบาลอาจจะขอให้คณะรัฐมนตรีรับทั้ง ๒ ร่างกลับไปพิจารณาก่อน ซึ่งถ้าตีกรอบภายในระยะเวลา ๖๐ วัน ผมก็เกรงว่าอาจจะไม่ทัน ปิดสมัยประชุมนี้ แล้วจะทำให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเป็นการแก้ไข ปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศต้องล่าช้าออกไปอีก ไม่ต่ำกว่าครึ่งปี ก็ขออภิปรายแสดงหลักการและเหตุผลรวมถึงการให้เหตุผลสนับสนุนว่าอยากจะให้สภา ผู้แทนราษฎรของเรารับหลักการผ่านทั้ง ๒ ร่างภายในวันนี้เลย ขอบคุณท่านประธานครับ