อนุชา บูรพชัยศรี ชี้ประเด็นการพัฒนาประเทศสู่อนาคตผ่านนวัตกรรมและอุตสาหกรรมใหม่ เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี AI และความยั่งยืน พร้อมเสนอให้ทบทวนความคุ้มค่าของโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเฉพาะการเชื่อมท่าเรือชุมพร-ระนอง และเรียกร้องให้ภาครัฐวางยุทธศาสตร์ที่ก้าวข้ามแนวทางเดิมเพื่อยกระดับรายได้และขีดความสามารถของประเทศ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนุชา บูรพชัยศรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ หลังจากที่ได้ฟังท่านสมาชิก ได้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของเนื้อหาของรายงาน เราก็คงจะพูดถึงเรื่องของประเด็นเนื้อหาจริง ๆ ก่อนอื่นก็ต้องตอบในส่วนของประเด็นที่มีคำถามมากมายในเรื่องของความเหมาะสมของ การศึกษารายงานฉบับนี้ ผมคงไม่ได้ใช้เวลานานเพราะว่ามีสมาชิกหลายท่านได้ลงชื่ออภิปรายไว้เยอะพอสมควร เพราะฉะนั้นผมก็จะเข้าสู่ประเด็นแบบเรียกว่าสั้น ๆ เลย อย่างแรกก็คือพูดถึงเรื่องของ งบประมาณที่อาจจะต้องมีการพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ในการที่จะลงทุน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเพื่อพี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ แล้วก็ตามที่ท่านสมาชิกฝ่ายค้านได้พูดถึงเรื่องของการที่เรา จะยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศในด้านใดได้บ้าง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็คงจะ เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการที่ยุทธศาสตร์ได้มองภาพเอาไว้ว่าสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในประเทศตอนนี้ เรากำลังที่จะปรับจากประเทศที่มีรายได้ ที่เขาเรียกกันว่ากับดักของรายได้ของประเทศ จากในปัจจุบัน ซึ่งเราจะทำอย่างไรให้ GDP เราสูงขึ้น ทำอย่างไรให้รายได้ในส่วนของพี่น้อง ประชาชนไม่ใช่เฉพาะพี่น้องภาคใต้อย่างเดียวสามารถที่จะยกระดับได้ ต้องเรียนอย่างนี้ว่า ถ้าเราดำเนินการในลักษณะปัจจุบันที่ทำอยู่คงไม่สามารถดำเนินการได้ที่เราจะยกระดับ ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ GDP หรือว่ารายได้ของพี่น้องประชาชน เราคง จะใช้ที่เรียกง่าย ๆ ว่าวิธีการที่เป็นแบบ Traditional หรือวิธีการที่เรียกว่าในปัจจุบันที่เรา เคยทำมาอยู่ในอดีต ต่อให้เราสร้าง Value หรือมูลค่าเพิ่มในส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เกษตรกรรมหรืออะไรต่าง ๆ ทั้งหมดมันก็อาจจะไม่สามารถที่เราจะก้าวข้ามในส่วนของ กับดักตรงนี้ไปได้ แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาต่อเนื่องมาถึงชุดปัจจุบันก็คือเราต้องคิด อะไรที่มันออกไปแนวใหม่ ๆ บ้าง ออกไปแนวใหม่ ๆ ตรงนี้ก็คือว่าธุรกิจหรือว่าสิ่งที่เรา จะต้องทำ ก็คือก่อนหน้านี้คงจะพูดถึงเรื่องของไทยแลนด์ ๔.๐ อุตสาหกรรม ๔.๐ หรืออะไร ต่าง ๆ แต่ ณ ตอนนี้มันไปเร็วมาก เราพูดถึงเรื่องของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล อุตสาหกรรม AI อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับทางด้าน Sustainable Development ในการ ที่จะต้องทำอะไรก็แล้วแต่ต้องดูในเรื่องของ สภาพแวดล้อม ต้องดูในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนด้วย แล้วก็เรื่องของการที่เราจะต้อง เข้าอยู่ในประชาคมโลก ไม่ได้มีการที่จะเดินอะไรที่มันผิด ไม่สอดคล้อง อย่างเช่น COP การที่ เราต้องไปมีส่วนร่วมในเรื่องของการที่จะทำอย่างไรที่จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้น้อยที่สุดอะไรต่าง ๆ พวกนี้ เพราะฉะนั้นอุตสาหกรรมในอนาคตเราคงต้องเห็นว่ามี การบริการมากขึ้น อะไรต่าง ๆ มากขึ้น อุตสาหกรรม Silicon Valley หรืออุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับทางด้านซอฟท์แวร์อะไรต่าง ๆ มันไม่ได้กำหนดขึ้นมาหรอกครับว่าสุดท้ายแล้ว เป็นเพราะพื้นที่เขาเหมาะสมอย่างไร แต่มันเป็นการที่จะต้องเป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์ของ รัฐบาลในการที่จะนำเสนอว่าเราจะไปทางไหน กรรมาธิการชุดนี้ก็คงเช่นเดียวกันครับ มีการศึกษาในลักษณะแบบนี้ ณ วันนี้ถามว่าคุ้มค่าหรือไม่ อย่างไร การศึกษาจึงมีการสรุปว่า จากนี้ไปควรจะต้องทำอะไร มีบางส่วนของทางด้านสมาชิกได้มีการกล่าวถึงเรื่องของการที่ว่า ณ วันนี้มันเป็นเรื่องของคมนาคมขนส่งหรือไม่ ณ ตอนนี้กรรมาธิการก็ได้ตกผลึกหลังจากที่ได้ เรียนเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาทั้งหมดไม่ใช่เฉพาะคมนาคม แต่ต้องบอกว่า สนข. เองต้องเป็น หน่วยงานที่น่าเห็นใจที่สุดครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการศึกษาตรงนี้ก็ดี หรือในเรื่องของ การที่จะต้องได้รับคำพูดถากถางอะไรต่าง ๆ จากในที่ประชุมกรรมาธิการเองก็ดี หรือว่า ในส่วนของการอภิปรายในสภาแห่งนี้ แต่อย่าลืมว่ากรอบในการที่มีการเสนอให้ทางด้าน สนข. ไปมีการพิจารณาเรื่องของความเหมาะสม หรือความคุ้มค่า หรืออะไรต่าง ๆ มันเป็น การส่งให้กับทางด้าน สนข. กระทรวงคมนาคมไปดูเฉพาะเรื่องของแลนด์บริดจ์ นั่นคือ เรื่องของท่าเรือฝั่งชุมพร ท่าเรือฝั่งระนอง ไปดูเรื่องของ Traffic ที่จะมีระหว่างกันระหว่าง ๒ ท่าเรือ แล้วก็ไปดูเรื่องของที่ว่าจะมีการ Bypass มาต่าง ๆ หรือไม่หากมีการใช้ในส่วนของ แลนด์บริดจ์ที่เรียกว่าเป็น One Port Two Sides ไม่ใช่เป็นท่าเรือที่จะต้องมีการ Double Handling สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่ได้ตกผลึกในคณะกรรมาธิการชุดนี้ แล้วก็มีข้อเสนอแนะ ว่าจากนี้ไปต้องทำอะไร คณะกรรมาธิการกรรมาธิการชุดนี้ไม่ได้ดำเนินการในลักษณะของที่ รัฐบาลส่งมาแล้วเราก็มา Stamp ตรายางว่าควรจะต้องทำหรือไม่ทำ แต่เรามาศึกษาว่าอะไร ที่รัฐบาลยังไม่ดำเนินการ กรรมาธิการชุดนี้ก็จะเสนอแนะในสิ่งที่ควรต้องดำเนินการต่อไป เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะอ่านในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของหน้า ๗๙ เรามีหลาย หน่วยงานเลยครับ ไม่ใช่เฉพาะคมนาคมอย่างเดียว มีทั้งในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม มีทั้งในส่วนของกระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีทั้ง ในส่วนของกรมโยธาธิการและผังเมือง มีทั้งสำนักงานทั้งทรัพยากรน้ำแห่งชาติ รวมไปถึงสำนักงานสภาพัฒน์ คณะกรรมการส่งเสริม การลงทุน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงการคลัง รวมไปถึงหน่วยงานอื่น ๆ อีกมากมายเลย ที่จะต้องดำเนินการ กระทรวงกลาโหม กระทรวงต่างประเทศ ทั้งหมดนี้เราทำงานแบบไซโล ไม่ได้ ไซโลคืออะไรครับ จะมาเป็น Department จะเอาเฉพาะกระทรวงไหนกระทรวงหนึ่ง ส่งรายงานเข้ามา แล้วก็มาสรุป แล้วก็มาตัดสินใจว่าแลนด์บริดจ์ทำได้ ไม่ได้ เป็นอย่างนั้น ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าในกรรมาธิการเองก็มีข้อสรุปว่าอันนี้มันเป็นส่วนหนึ่งของระเบียง เศรษฐกิจภาคใต้ที่จะเชื่อมโยงระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ผมคิดว่าอย่างนี้ ตอนนี้ กรรมาธิการทุกท่านที่นั่งอยู่ ที่ไม่ได้ลาออกไปนี่เข้าใจตรงกันครับว่าโครงการแลนด์บริดจ์ เกิดไม่ได้เลยถ้าไม่มี SEC มาสนับสนุน ตรงกันข้ามครับ ถ้าสมมุติว่า SEC ไม่เกิด ผมมั่นใจ เหลือเกินว่ารัฐบาลชุดนี้อาจจะไม่เดินหน้าในส่วนของโครงการแลนด์บริดจ์ด้วยซ้ำไป เพราะว่าถ้าเราดูแค่เพียงเฉพาะว่าจะมีตู้ Container เข้ามาที่ท่าเรือชุมพรเท่าไร จะมีตู้ Container เข้ามาที่ท่าเรือชุมพรเท่าไร จะมีการขับเคลื่อนในส่วนของการที่ว่าพูดง่าย ๆ Alternative Route หรือว่าในการขนส่งที่จะไม่ใช้ในส่วนของไปทางด้านใต้ที่แหลมมะละกา อย่างไร ผมมั่นใจเหลือเกินครับว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ชัดเจนมากเลยว่าถ้าหากว่าไม่มี การพัฒนาในส่วนของ SEC เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้คงไม่เกิดแน่นอนในส่วนของแลนด์บริดจ์ คงไม่เกิดแน่นอน คำว่า แลนด์บริดจ์ ต้องให้ทุกท่านได้เข้าใจแล้วครับ ตอนนี้มันไม่ใช่แค่เพียง ในเรื่องของการคมนาคมขนส่งระหว่าง ๒ ท่าเรือเท่านั้น มันเป็นทั้งการทำท่าเรือด้วย ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคำถามอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของที่ว่าใครจะมาลงทุน รัฐบาลก็พูด ชัดเจน กรรมาธิการชุดนี้ก็สรุปชัดเจนว่าเราจะใช้ในลักษณะของ PPP หรือการร่วมทุนกับ ทางด้านภาคเอกชน นั่นหมายความว่าหากมีการศึกษาแล้ว สิ่งที่ สนข. กับทางกระทรวง คมนาคมได้ไปศึกษามา รวมถึงเล่มนี้ที่เรามีการศึกษามันเป็นแค่ปฐมบทเท่านั้นเอง มันเป็น แค่บทนำบทเล็ก ๆ เท่านั้นเอง ไม่มีใครหรอกครับที่เขาจะมาลงทุน ๑ ล้านล้านบาท แล้วเอา รายงานของ สนข. ไปทำ หรือเอารายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ไปทำ Feasibility อันนี้ ไม่ใช่ อย่าเข้าใจผิดว่าเล่มนี้คือ Feasibility Study เล่มนี้ไม่ใช่เรื่องของการศึกษาว่าคุ้มทุน หรือไม่คุ้มทุน จะทำหรือไม่ทำ แต่เล่มนี้ศึกษาว่าส่งไปให้รัฐบาลว่าจากนี้ไปควรจะต้อง ดำเนินการในลักษณะอย่างไรเพื่อที่จะหาคำตอบเพิ่มเติม ผมคิดว่าจะได้เข้าใจตรงกัน กับสมาชิกที่จะอภิปรายต่อ ๆ ไปว่าเล่มนี้ไม่ใช่ Final Report หรือว่าเป็น Feasibility ที่จะ ดำเนินการในลักษณะแบบนั้น แต่เล่มนี้เป็นลักษณะของการที่ว่าจะนำเสนออย่างไร อย่างที่ ผมบอกก็คือว่าไม่ใช่ต่างคนต่างทำ กระทรวงแต่ละกระทรวงเสนอเข้ามา เราคงเคยเห็น ในอดีตว่าที่ผ่านมา อันนี้ก็คือคำถามต่อเนื่องจากที่ท่านสมาชิกทางสภาได้พูดถึงเรื่องที่ว่า จะคุ้ม ไม่คุ้มกับชีวิตความเป็นอยู่ ผมขออนุญาตที่จะรวมไปเลยว่าแล้วเรื่องของความสมดุลล่ะ วิสัยทัศน์จะเป็นอย่างไร จะเลือกผลประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศในอีก ๕๐ ปีอย่างไร ทั้งหมดตรงนี้ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าเราคงไม่สามารถที่จะพูดไปไกลขนาดนั้น เพราะว่า อย่างที่ผมเรียนก็คือคณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่ได้มีหน้าที่ในการที่จะบอกรัฐบาลว่านโยบาย รัฐบาลควรต้องทำอะไร สิ่งที่เราได้ศึกษาในวันนี้หรือว่าที่กรรมาธิการได้สรุปในวันนี้แล้วนำมา เสนอในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็คือเรากำลังจะบอกว่าถ้าหากจะเดินหน้าโครงการนี้ จะต้องเดินหน้าอย่างไรเพื่อความรอบคอบ การลงพื้นที่ของกรรมาธิการ เราไปกันแค่คืนเดียว เท่านั้นครับ ๒ วัน งบประมาณก็มีเท่าที่สภาผู้แทนราษฎรมอบให้ แล้วถ้าบอกว่าเราเปิดปลาย ไว้เลยว่าไม่จำเป็นที่จะต้องปิด ไม่จำเป็นที่จะต้องรีบเร่งในการทำสรุปรายงานฉบับนี้ คงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เราจะใช้เงินกันเท่าไรครับ ลองดูสิครับ สนข. ทำแค่เพียง Traffic Flow ระหว่าง ๒ ท่าเรือเท่าไร ท่าเรือจะใช้ TEU ตู้ Container คอนเทนเนอร์เท่าไร เขาใช้ งบประมาณเป็น ๑๐ ล้านบาท เราอยากใช้งบประมาณของสภาแห่งนี้ อย่างที่ท่านเคยพูดควรจะต้องใช้ให้มีประสิทธิภาพ มากที่สุด เราจะเปิดปลายตรงนี้ไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะใช้เวลาสักประมาณ ๒ ปี ท่านคิดว่าจะทำ ได้ไหมละครับ ผมก็อยากจะถามท่านประธานด้วยว่าท่านประธานจะอนุญาตด้วยหรือไม่ ถ้าหากทางด้านประธานคณะกรรมาธิการของคณะนี้มาขอต่ออยู่เรื่อย ๆ ผมก็กลัวว่าสมาชิก ฝ่ายค้านก็คงจะต้องบอกว่าทำไมยังไม่เสร็จสักที ทำไมต้องใช้งบประมาณมากมายอะไรขนาดนั้น เราแค่เป็นการที่จะนำเสนอข้อมูลในเบื้องต้นเพื่อให้รัฐบาลได้ไปดำเนินการต่อแค่นั้นเอง แล้วในส่วนของฝ่ายเลขานุการหรือ สนข. ก็ต้องบอกว่าโจทย์ที่เขาได้รับมาคือเรื่องของ คมนาคมขนส่งแค่นั้นเอง แต่ในกรรมาธิการของเราได้มีการมองเห็นภาพกว้างแล้วว่ามันไม่ใช่ เฉพาะคมนาคมอย่างที่ผมเรียนให้ทราบ มีหน่วยงานอีกหลายหน่วยงานอีกมากมายที่จะต้อง เข้ามาดำเนินการเรื่องของ พ.ร.บ. SEC ก็เหมือนกัน ณ วันนี้ก็มีแค่ในส่วนที่ว่าสมาชิกได้ นำเสนอร่างกฎหมายเข้ามาเพียงแค่ฉบับเดียว เราก็มีการเสนอครับว่ารัฐบาลควรจะต้อง เร่งรีบ พิจารณาที่จะนำกฎหมายเข้ามาเช่นเดียวกันในการที่จะต้องดู ผมมีการถามกับ ทางด้าน สนข. ว่าแล้ว พ.ร.บ. SEC ที่จะกำหนดขึ้นมาใครจะเป็นคนร่างขึ้นมาหรือว่าเป็นฝ่าย ของรัฐบาล ณ วันนี้ก็ต้องบอกว่า สนข. เขาก็มึนเหมือนกัน พอกรรมาธิการบอกว่ามันไม่ใช่ เฉพาะในส่วนของแลนด์บริดจ์แล้วนะ มันเป็นเรื่องของภาคอุตสาหกรรมภาพใหญ่ ถ้าอย่าง นั้นคนที่ต้องร่าง พ.ร.บ. ตรงนี้ก็ไม่ใช่ สนข. แล้วสิ นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่กรรมาธิการนำเสนอ ครับว่าควรจะต้องเป็นหน่วยงานอื่นหรือไม่ ผมมีโอกาสได้อภิปรายในสภาเพื่อนำเสนอตลอด แต่หากว่าการเสนอของกรรมาธิการชุดนี้เป็นในรูปแบบลายลักษณ์อักษรแบบนี้รัฐบาลก็จะได้ เดินหน้าต่อไปได้ว่าถ้าอย่างนั้นใครจะต้องเดินหน้าในการที่จะต้องเป็นฝ่ายเลขานุการของการ ที่จะต้องทำโครงการนี้ ไม่ใช่เฉพาะแลนด์บริดจ์ มันจะต้องเป็นในส่วนของ SEC จะเป็น สภาพัฒน์หรือไม่ จะเป็นใครก็แล้วแต่ ตรงนี้ส่วนหนึ่งของกรรมาธิการก็ได้มีการสรุปอยู่ในนี้ ค่อนข้างที่จะชัดเจน แต่ถ้าท่านจะลงลึกในรายละเอียด จะเอาให้ได้ว่าสรุปแล้วมันคุ้มค่า หรือไม่ในการที่จะต้องตัด หรือว่า Bypass แหลมมะละกาตรงไป ผมบอกได้เลยครับว่า แม้กระทั่ง สนข. ณ วันนี้เขาไม่สามารถที่จะตอบได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่างบประมาณ ที่กำลังพิจารณาอยู่ในปี ๒๕๖๗ ก็ยังมีการพิจารณาว่าจะให้ สนข. ในการที่เขาจะเอาเงินไป ศึกษาเพิ่มเติมหรือไม่ แต่แน่นอนครับ ถ้า ณ ตอนนี้ผมก็เรียนให้ทราบว่าหน่วยงานอื่น ๆ เขาอาจจะมองว่า ปี ๒๕๖๗ นี้งบประมาณอาจจะไม่ทัน เขาก็เตรียมที่จะนำเสนอในส่วนของ งบประมาณที่จะไปศึกษาในภาพรวมทั้งหมดในปี ๒๕๖๘ เพราะฉะนั้นสภาผู้แทนราษฎร ในเดือนหน้านี้ ต้นเดือนมีนาคมคงจะได้มีการพิจารณาในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ของงบประมาณ แล้วหลังจากนั้นอีก ๓-๔ เดือนเท่านั้นท่านจะเห็นว่าโครงการแลนด์บริดจ์ จะไม่ใช่เป็นการที่จะศึกษาผ่านทางด้านกระทรวงคมนาคมอีกต่อไป แต่จะเป็นการศึกษาผ่าน งบประมาณของกระทรวงอื่น ๆ อีกมากมายที่จะรวมศูนย์ รวมศูนย์ตรงนี้ก็คือว่าไม่ใช่ต่างคน ต่างทำ แต่เป็นการรวมศูนย์ในการที่จะพิจารณาภาพรวมว่า SEC จะเกิดหรือไม่ คำถามที่ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกฝ่ายค้านได้พูดถึงว่าเราจะดำเนินการให้กับประชาชนในการที่จะเป็น ประโยชน์สูงสุดหรือไม่ ต้องบอกว่าอันนี้ไม่ใช่ฟันธงแน่นอนว่าต้องทำ อดีตที่ผ่านมาเรามี ในเรื่องของการที่ว่าเราจะสร้างแลนด์บริดจ์ที่อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราชไปที่ จังหวัดพังงาแล้วก็จังหวัดกระบี่ สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ ต่อเนื่องจากนั้นมาอีกประมาณเกือบ ๓๐ ปี ก็มีการนำเสนอโครงการแลนด์บริดจ์อีกเช่นเดียวกัน คราวนี้ไปที่ไหนครับ พาดอีกแบบหนึ่ง มาจากจังหวัดสงขลาไปที่ท่าเรือปากบารา