ภูมิธรรม เวชยชัย เสนอความเห็นเกี่ยวกับการใช้เสรีภาพสื่อมวลชน และการถ่วงดุลอำนาจในสังคมประชาธิปไตย รัฐบาลยืนยันการปกป้องเสรีภาพสื่อมวลชน และเห็นคุณค่าของการที่ประชาชนใช้สิทธิเสรีภาพในการถ่วงดุล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ได้ฟังกระทู้ ถามสดที่ท่านถามก็รู้ถึงความห่วงใยของท่านที่มีต่อสื่อมวลชน ซึ่งก็ต้องกราบเรียนยืนยันว่า รัฐบาลเองเรายืนยันว่าเราเห็นเรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ แล้วเราก็ห่วงใยในสิทธิ เสรีภาพของประชาชนและเสรีภาพของสื่อมวลชน ทุกอย่างที่เกิดนี้เราพูดหลักการมันไม่ ตอบโจทย์ หลักการนี้เราชัดเจนอยู่แล้วครับ ผมเชื่อว่าท่านกับผมก็เห็นไม่ต่างกัน รัฐบาลกับ ฝ่ายค้านก็เห็นไม่ต่างกัน แต่เวลาเกิดกระบวนการมันต้องไปดูรูปธรรมที่เกิด แล้วก็ต้องไปดูว่า กระบวนการทั้งหมดเป็นอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องที่กระบวนการยุติธรรมดำเนินการ ตามสิ่งที่เกิดขึ้น ผมฟังท่านเกริ่นมา ตอนแรกก็ยังนึกอยู่ว่าทำไมถึงถอยหลังไปยาวอย่างนั้น เราก็รู้กันอยู่แล้วว่ารัฐบาลที่ไม่ใช่มาจากการเลือกตั้งเกิดปัญหา เพราะฉะนั้นการเกริ่นยาวไป บางทีมันจะสร้างความไม่เข้าใจ กลายเป็นว่าเป็นการกระทำของรัฐบาลนี้ ยังดีที่ท่านได้พูด ในสุดท้ายว่าอันนี้เป็นของรัฐบาลเก่า ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลนี้ เพราะฉะนั้นจริง ๆ ควรจะเข้ามาสู่รัฐบาลนี้เลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเรื่องหนึ่งถ้าไปโยงแบบนั้น ทำเหมือนกับว่ารัฐบาลนี้ได้เห็นพ้องต้องกันแล้วก็ทำมาตลอด ผมก็อยากเรียนว่าไม่อยากให้ ใช้วาทกรรมแบบนี้ หรือการใช้เหตุผลแวดล้อมเหล่านี้มาคุยแล้วก็มาหาทางแก้ปัญหากับ รัฐบาลปัจจุบัน อันนี้ก็ฝากท่าน แต่ว่าสิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมดนี้ผมกราบเรียนท่านอย่างนี้ ผมว่ารัฐบาลนี้รัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนตามระบอบ ประชาธิปไตย แล้วก็มาจากการที่พรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งวุฒิสภาด้วย ได้ให้ความไว้วางใจแล้วก็โหวตให้ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลนี้เข้ามายืนอยู่ตรงนี้ได้มาจากเสียงประชาชนผ่านตัวแทนของพวกเขา ในสภา นี่คือเป็นประชาธิปไตยระบบรัฐสภาโดยแท้ และหัวใจของประชาธิปไตยคือเสรีภาพ และหลักการถ่วงดุลอำนาจ ทั้งอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน ก็คืออำนาจการถ่วงดุลจากเสียงของประชาชนโดยตรง อันนี้เห็นพ้องต้องกันครับ และเสียง ของประชาชนที่สะท้อนผ่านสื่อมวลชนก็เป็นเรื่องที่สำคัญก็เห็นพ้องต้องกันเหมือนกัน ดังนั้น อำนาจการถ่วงดุลจากเสียงประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะเสียงที่สะท้อนผ่านสื่อมวลชน จึงเป็นหน้าที่ เป็นงานของรัฐบาลที่จะต้องปกป้องเสรีภาพของสื่อมวลชนในฐานะเป็นอีกหนึ่ง ในการสร้างสมดุลอำนาจในสังคมประชาธิปไตย เรื่องนี้รัฐบาลยืนยันนะครับ แล้วก็คิดว่า เป็นสิ่งที่เราจะปฏิบัติอย่างเต็มที่ เราเห็นไม่ต่างกันหรอกครับ เรามาจากการเลือกตั้ง เราเห็น คุณค่าของการที่ประชาชนจะทำหน้าที่ในการถ่วงดุล อันนี้ก็ไม่ต่างกันครับ การใช้สิทธิ เสรีภาพของทั้งสื่อมวลชน ของประชาชนก็ไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่สำคัญในระบอบประชาธิปไตย การใช้สิทธิเสรีภาพของแต่ละส่วนก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจไว้ ก็ต้อง เป็นไปตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นถ้ามีสิ่งใดที่จะล่วงเกินหรือละเมิดสิ่งนี้ก็ต้องให้กระบวนการ ยุติธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมยังไม่ยืนยันนะครับ หรือจะมาสรุปว่าเป็นอย่างไร ผมคิดว่าขณะนี้ กระบวนการยุติธรรมกำลังจะทำหน้าที่ เรื่องนี้จริง ๆ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นสมัยรัฐบาลที่แล้ว แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลนี้โดยตรง แล้วก็ดำเนินการมาโดยตลอด แล้วมีการสืบสวน ที่จริงเขาจับผู้กระทำผิดคนเดียว หลังจากนั้นเขาได้มีการสืบสวนสอบสวนจนกระทั่งมี หลักฐาน อันนี้เราก็ยังฟังหูไว้หู ก็คือว่าทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาดำเนินการตาม กระบวนการที่เขาไปสืบทราบ แล้วก็มีหลักฐาน ซึ่งจริงหรือไม่จริงอำนาจการตัดสินใจ อยู่ที่ศาล เขาได้รวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น ไปขออำนาจศาล ศาลอนุมัติให้ดำเนินการ ออกหมายจับได้ เพราะฉะนั้นจริง ๆ เหล่านี้คือกระบวนการที่เป็นไป อาจจะมีตรงโน้นตรงนี้ บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมคิดว่านั่นไม่เป็นประเด็น ประเด็นสาระสำคัญคือเขาได้ดำเนินการตาม กระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่หรือเปล่า แล้วผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้ได้สนับสนุนตรงนี้อย่างเต็มที่ ไม่ได้มีปัญหาอะไร อีกสิ่งหนึ่งที่ผมจะกราบเรียนทุกท่านผ่านท่านประธาน กราบเรียนทุกท่าน อย่างนี้ว่า รัฐบาลชุดนี้อยู่ในอำนาจมาเพิ่งทำงานได้ ๕ เดือนอย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้ว หลายครั้ง เป็นการทำงานโดยที่ไม่ได้มีงบประมาณอะไรมาทำตามโครงการที่ตัวเองอยากทำ รัฐบาลนี้ ๖ เดือนยังไม่ได้ใช้งบประมาณที่เกี่ยวกับการลงทุนเลย เราทำในโครงสร้างต่าง ๆ ที่สั่งสมมาจากความผิดในอดีต หรือปัญหาที่เกิดขึ้นทับถมมา เพราะฉะนั้นในเรื่องที่ท่านถาม ทั้งหมดทั้งปวงก็เป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการที่เราจะดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความรุนแรง หรือวิกฤติทางเศรษฐกิจเราก็กำลังทำ ซึ่งสังคมมีความเห็นแตกต่างกัน หลายเรื่องก็ยัง ไม่สามารถทำได้ในปัจจุบัน เรื่องกระบวนการยุติธรรมก็มีความเห็น เราก็กำลังเข้าไปดู เข้าไปวาง ในรายละเอียดต่าง ๆ ก็ขอบคุณที่ให้ข้อคิดให้รัฐบาลได้ไปพิจารณาแล้วก็ทำให้รอบคอบยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามอำนาจของรัฐบาลอย่างไรก็ไม่มีทางเหนือกฎหมาย เพราะฉะนั้นในเมื่อ กระบวนการทางกฎหมายกำลังทำ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเราอย่าเพิ่งไปสรุปหรือด่วนสรุปว่า ตรงนี้รัฐบาลปิดปาก หรือตรงนั้นเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ลองดูกระบวนการยุติธรรมก่อนดีไหม ถ้าชัดเจนแล้วว่ามันไม่ได้มีหลักฐานอะไรและมันคุกคาม ผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้ก็ไม่ปล่อยอำนาจ ของประชาชนหรือเสรีภาพของประชาชนถูกคุกคาม แต่ถ้าด่วนสรุปไป ไปยืน มีความเห็นต่าง ไปโดยสิ้นเชิง ผมว่าวันนี้ทุกสิ่งที่ใช้กฎหมายหรือการทำงานต้องคำนึงถึงหัวใจของพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แล้วก็ต้องคำนึงถึงหัวใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต่าง ๆ ซึ่งอาจจะ มีผิดบ้าง ถูกบ้างก็ว่ากันเป็นราย ๆ ไป อย่าเหมารวมว่ามันเป็นระบบไปทั้งหมด สิ่งที่สำคัญ อันหนึ่งก็คือว่ารัฐบาลนี้ที่ผมอยากยืนยันท่านใน Social Media ท่านนายกรัฐมนตรีหรือ รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลเกือบทุกท่านต่างก็เคยถูกการวิพากษ์วิจารณ์ มากไปกว่านั้นยังมีเรื่อง Fake News แล้วก็เรื่องใส่ร้ายป้ายสีที่เกิดขึ้น ทั้งตัวท่านนายกรัฐมนตรีและหลาย ๆ คน ซึ่งสิ่งเหล่านั้นบางครั้งบางเรื่องก็เป็นการเข้าข่ายลักษณะ Harassment คือการคุกคาม แต่รัฐบาลยังไม่เคยมอบหมายใครไปฟ้องคนเหล่านั้นเลยนะครับ ผมเชื่อมั่นในเสรีภาพ ในการพูด และเชื่อมั่นในวิจารณญาณของคนในสังคม และมั่นใจว่าความหลากหลายของ เนื้อหาเหล่านี้ ท้ายที่สุดมันจะถูกคัดกรองด้วยตัวมันเองจากวุฒิภาวะของสังคมและจาก ประชาชนที่มีจิตใจเที่ยงธรรมจะได้มองเห็นว่า กระบวนการทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นมันเป็นอย่างไร มันเป็นความผิดแบบไหน หรือใครควรจะเป็นผู้รับผิดชอบ ผมคิดว่าวันนี้กรณีของสื่อมวลชน ๒ ราย ที่เป็นช่างภาพจากสำนักข่าวประชาไทและ Spacebar รัฐบาลก็เสียใจที่เรื่องนี้เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามต้องเรียนให้ทราบว่าหมายจับนี้ออกมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๖๖ ทางตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมีพยานหลักฐานที่ทำไว้ก่อนที่ ครม. ที่ท่าน นายกรัฐมนตรีเศรษฐาจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ดังนั้นกระบวนการออกหมายจับและกระบวนการ ดำเนินการจับกุมไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจที่รัฐบาลนี้จะเข้าไปก้าวก่ายได้ ท่านคงไม่สบายใจ ถ้ามันมีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นแล้วรัฐบาลนี้เข้าไปก้าวก่าย ไปจัดการ ไปกำหนดให้ตำรวจ หรือกำหนดให้มีกระบวนการที่ทำแล้วให้มันไปผิดพลาดหรือไปแทรกแซงกระบวนการ ยุติธรรม เห็นด้วยกับหลักการท่านนะครับ แต่ผมว่าเวลามาตีความหรือเอามามองใน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรดูอย่างรอบคอบ ทำใจให้เป็นธรรม อย่าเพิ่งใช้ความรู้สึก ความชอบ หรือความสนับสนุน หรือความเห็นใจที่เกินไปจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ผมว่าต้องรอดูรูปธรรม ของปัญหาที่เกิดขึ้น ท่านคงไม่สบายใจหรอกถ้าจะให้รัฐบาลนี้ไปล้วงลูกในทุกคดีความที่ เกิดขึ้น ผมว่าปล่อยให้กระบวนการทำไป แล้วถ้ามันมีปัญหากระบวนการเราก็ต้องช่วยกันแก้ไข อยากเรียนอย่างนี้ครับว่าทั้ง ๒ ท่านวันนี้ได้รับการประกันตัว แล้วก็ทุกอย่างกำลังเดินไปตาม กระบวนการยุติธรรม รอสักนิดดีไหมครับ รอให้กระบวนการต่าง ๆ มันเผยออกมาว่ามันถูก มันผิด หรือถูกกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไร แล้วเราค่อยมาร่วมกันว่าจะแก้ปัญหาตรงนั้น อย่างไรด้วยกัน ผมไม่อยากเห็นการมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแล้วเราก็ไปดำเนินการ แล้วก็รีบไปยืน แล้วหลาย ๆ อย่างเวลานี้มันสับสนไปหมด เมื่อวานที่ดูสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเช้าเป็น Viral ของสังคม สังคมดูกันหมด ไม่มีใครสบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมถามทุกท่านที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะยิ่งเรื่องเมื่อวานนี้ถ้าดูกันเฉพาะฉาบฉวยท่านสบายใจหรือครับที่อดีตหัวหน้า พรรคท่านหรือหัวหน้าท่านไปเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับคนที่กำลังก่อคดีคุกคามขบวนเสด็จอยู่ โบราณเขาบอกว่า รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เราเข้าใจ เราเห็นใจ เรารักใครถ้าทำไม่ดีเราก็ต้อง ช่วยกันตักเตือน คัดค้าน เดี๋ยวนี้เขาไม่ตีกันครับ เขาใช้การพูดคุย การให้ความรู้ ให้ความคิด ให้เข้าใจว่าสิ่งใดกฎหมายบังคับ สิ่งใดสมควรหรือไม่สมควร แล้วอยู่ ๆ เรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องมาโทษรัฐบาล ผมว่าฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ อย่างมีเหตุผล แทนที่จะไปพูดถึงบุคคลที่ได้ดำเนินการไปถูกผิดแล้วก็ให้เข้าสู่กระบวนการ ทางยุติธรรมอย่างเคร่งครัด ท่านเรียกร้องให้เคร่งครัดครับ เวลานี้กระบวนการยุติธรรม เคร่งครัด แล้วก็พยายามจะดำเนินการ เมื่อวานท่านกำลังเรียกร้องให้เคร่งครัด อยู่ดี ๆ วันนี้ ท่านบอกว่าเรากำลังใช้อำนาจไปคุกคาม ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล หน้าที่รัฐบาลคือดำเนินการ ตามสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นจริงและให้กระบวนการยุติธรรมนั้นเอื้ออำนวยความยุติธรรมกับ ทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้อง ท่านก็คงไม่สบายใจถ้าใครมากล่าวหาท่านโดยตรงก็เป็นอย่างโน้น อย่างนี้ หรือว่าอยู่เบื้องหลังอะไรต่าง ๆ ใจเย็น ๆ นะครับ อยากให้ช่วยกันคิดช่วยกันดู แล้วก็ ทุกอย่างว่ากันไปตามเหตุผล ทุกอย่างว่าไปตามกฎหมาย ถ้ากฎหมายไปสร้างเรื่องเท็จ มาทำร้ายการแสดงออกของพี่น้องประชาชน อันนั้นเรามาคุยกัน เป็นหน้าที่ของทั้งรัฐบาล และฝ่ายค้านต้องดำเนินการ แต่ขณะนี้ไม่ได้ถูกปิดกั้นการแสดงออก เพียงแต่การแสดงออกนั้น สมควรหรือไม่สมควร ทุก ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นมีลักษณะคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการไปพ่นสี กำแพงวัดพระแก้ว หรือการที่จะไปบีบแตรไล่ขบวนเสด็จหรือจะแทรกเข้าขบวนเสด็จ เหมือนกันทั้งหมดครับ กฎหมายก็พยายามทำ แต่ก็พยายามให้ความนุ่มนวล จนหลายท่าน อาจจะบอกว่าทำไมกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทำงานอย่างเคร่งครัดเหมือนอย่างที่ท่าน อภิปรายสนับสนุนเมื่อวานว่าขบวนเสด็จอย่างนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำงานให้เต็มที่ เคร่งครัด แต่พอมีเรื่องเกิดขึ้นเราพยายามจะให้เป็นไปโดยอิงกระบวนการยุติธรรม ท่านยังตั้ง คำถาม ผมคิดว่าก็รับฟังไว้เป็นอุทาหรณ์นะครับ ผมก็จะพยายามนำเรื่องนี้เสนอ ครม. ให้ช่วย พิจารณา แต่ว่าอยากให้ช่วยดูเรื่องให้ครบถ้วนแล้วอย่าเพิ่งด่วนสรุป อย่าเพิ่งใช้วาทกรรม เมื่อวานนี้ท่านพูดหลายเรื่องดี แต่การที่ใช้กลไก ใช้เงื่อนไข หรือใช้ปมบางสิ่งบางอย่าง ผมดูข่าวบางช่องถ่ายรูปสภาแล้วก็มีไฟลุกท่วมจอ ท่านอยากให้ความขัดแย้งใหม่กลับมา หรือครับ รัฐบาลนี้พยายามจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไปแล้ว แล้วถ้าความขัดแย้งแบบใหม่ เกิดขึ้นมาท่านกำลังปลุกให้กระแสสังคมมันเกิดชนหน้ากัน ท่านอยากเห็นเมืองไทย ใน ๑๐ ปีที่ผ่านมากลับไปสู่วังวนแบบเดิมหรือครับ เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนท่านว่า ท่านอย่าห่วง รัฐบาลนี้ยืนยันคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน คุ้มครองสิทธิเสรีภาพที่ผ่านทาง สื่อมวลชน แต่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นประชาชน หรือสื่อมวลชน หรือรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ต้องรักษากฎกติกาสังคมถึงจะสงบสุข ทุกอย่างจะเดินไปได้ ส่วนกระบวนการยุติธรรม ที่เกิดขึ้นจากคน บุคคลทำงาน มันมีจุดรั่วหลายจุด ไม่สมบูรณ์ จุดอะไรต่าง ๆ เรามาช่วยกัน แก้ปัญหาครับ ผมเชื่อว่าจากการที่เป็นไปอยู่แล้วก็ที่ผมได้นำเสนอนี้คงทำให้ท่านสบายใจขึ้น ว่าท่านไม่ต้องห่วงรัฐบาลนี้ รัฐบาลนี้ยังยืนยันคุ้มครองสิ่งเหล่านี้อย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณครับ