ประสิทธิ์ สนับสนุนแยกกัญชงจากกัญชา ชี้ต่างคุณสมบัติ-อุตสาหกรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ อภิปรายสนับสนุนการแยกกัญชงออกจากกัญชาในกฎหมาย โดยชี้ว่ากัญชงไม่ใช่ยาเสพติด มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมสูง ควรได้รับการสนับสนุนให้ผลิตและใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกกฎหมายเพื่อส่งเสริมอาชีพและอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี และอำเภอหนองเสือ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมอภิปรายสนับสนุน ญัตติแยกกัญชงออกจากกัญชา ทั้ง ๒ ชนิดนี้พืชมีความแตกต่างกันอย่างไร กัญชงและกัญชา เปึนพืชวงเดียวกัน แต่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงทั้งกายภาพและคุณสมบัติอย่างที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้กล่าวไปแล้วนะครับ กัญชานี้ง่าย ๆ เลย มีสาร THC เปึนหลัก ซึ่งสาร THC ถ้าใช้ปริมาณมากจะทำให้เกิดการ เสพติด แต่ก็ยังสามารถใช้เปึนยารักษาโรคได้ ส่วนกัญชงจะมีสาร CBD เปึนหลัก สารนี้ไม่ใช่ สารเสพติดนะครับ แล้วกัญชงก็นำไปใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ กระดาษ แล้วก็เมล็ดนำไปทำ เครื่องสำอาง อุตสาหกรรมอาหารได้ จำแนกกันง่าย ๆ แบบนี้เลย เดิมทีนะครับ คนเข้าใจกัน ว่ากัญชาและกัญชงเปึนพืชที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน นิยามยาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๕ ของเรา ไม่เคยมีคำว่า กัญชง อยู่ในกฎหมายฉบับใดเลย ทำให้กัญชงก็ถูกจัดเปึนยาเสพติดพร้อมกับ กัญชาไปโดยปริยาย ไม่แปลกใจนะครับ เพราะเมื่อก่อนนี้ทั่วโลกแล้วก็จัดหมวดหมู่กัน แบบนั้นเหมือนกัน จัดกัญชงไปอยู่กับกัญชา แต่เมื่อป้ ๒๕๔๑ มีนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ได้มองเห็นว่ากัญชงกับกัญชาแตกต่างกันนะ ทั้งกายภาพและคุณสมบัติ เพราะฉะนั้นแยก หมวดหมู่ย่อยออกมา กัญชงก็กลายเปึน Sativa แล้วกัญชาก็กลายเปึน Indica เปึนสายพันธุ์ย่อย เมื่อคนไทยได้ทราบตรงนี้แล้วเรามีการนำกัญชงมาใช้เปึนสิ่งทออยู่แล้ว เราก็เรียกร้องด้วย เรียกร้องให้ตรงนี้ควรจะนำมาผลิตเปึนสินค้าได้อย่างถูกกฎหมาย ก็เลยในที่สุดก็ต้องประกาศ เปึนกฎกระทรวงป้ ๒๕๕๙ ให้มีการอนุญาตให้ผลิตได้ จำหน่ายได้ หรือมีไว้ครอบครองได้ ซึ่งหมายถึงอะไรนะครับ ในตอนนั้นหมายถึงว่าตีความแบบบ้าน ๆ เลย กัญชงคุณคือยาเสพ ติดนะ แต่ถ้าเกิดคุณจะผลิตคุณก็มาขออนุญาตได้ เพราะจริง ๆ แล้วคุณไม่ใช่ยาเสพติด มันย้อนแย้งนะครับ เพราะฉะนั้นนะครับท่านประธาน ในอดีตองค์ความรู้เรายังไม่เยอะ เราทำอะไรแบบง่าย ๆ ยกตัวอย่างเลยนะครับ อย่างสัตว์น้ำในทะเล เราเรียกว่าปลาหมดเลย วาฬไม่ใช่ปลา เราก็เรียกว่า ปลาวาฬ พะยูนและโลมาก็เช่นกัน เปึนสัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนม ไม่ใช่ปลา แต่เราก็เรียกว่า ปลา ซึ่งก็แปลกดีเหมือนกัน โดยเฉพาะหมึก หมึกหน้าตา ไม่เหมือนปลาเลย เราก็เรียกว่า ปลาหมึก เราทำอะไรกันง่าย ๆ แบบนี้ เราจัดหมวดหมู่กัน ง่าย ๆ แบบนี้ แต่ไม่ว่าปลาวาฬหรือปลาหมึกก็ตาม เราจะแยกหรือไม่แยกไม่มีผลกระทบกับ พี่น้องประชาชนเลยนะครับ แต่กัญชงและกัญชามันมีผลมหาศาลเลย ผมจะยกตัวอย่างให้ดู เส้นใยของกัญชงถูกใช้มานานมาก อย่างที่ สส. เลาฟัุงได้พูดไปว่า ชาวม้งใช้มาแต่ในอดีต เปึนนับร้อยป้ แต่สุดท้ายเรามาจัดเขาว่าเปึนยาเสพติดทำให้มีปัญหานะครับ แล้วอันนี้คือ พืชเศรษฐกิจของชาวม้งตั้งแต่อดีต เขาปลูกกันมานำมาทำเปึนเส้นใย เอาไปตากแดดแล้วก็ นำมาย้อมสีธรรมชาติ การปลูกกัญชงก็ไม่ได้ใช้สารเคมีด้วย เพราะฉะนั้นเปึนสิ่งที่เปึน ธรรมชาติมาก ๆ แล้วก็รักษาสิ่งแวดล้อมมาก ๆ เมื่อนำมาผลิตเปึนเส้นใยมาเรียงต่อกัน ผู้เฒ่าผู้แก่ที่อยู่บ้านก็นำมาม้วนเปึนใจ ได้มีอาชีพทำ ได้เงินใช้ด้วยนะครับ นำมาทำเปึน ไหมพรม แล้วก็เปึนกระบวนการผลิตของในหมู่บ้านของคนเฒ่าคนแก่ที่ทำให้สร้างงาน สร้างอาชีพกับเขาได้ เมื่อผลิตเสร็จแล้วก็เอาไปส่งให้กับทางสตรีในการที่จะถักทอ เปึนเสื้อกระโปรง แล้วก็จำหน่าย เพราะฉะนั้นในประเทศไทยเราเองมีการพัฒนาสามารถ นำเอาใยของกัญชงไปผสมกับฝัาย ไปผสมกับไหมได้ แล้วถักทอให้เปึนผ้าที่มีรูปแบบที่นุ่มขึ้น แล้วก็มีเอกลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น ส่วนในต่างประเทศเขาพัฒนากันมากกว่าเรา ในต่างประเทศสามารถนำใยตรงนี้ เอาตัว Lignin ออกซึ่งเปึนเส้นใยที่แข็งของกัญชงเอาออก ทำให้ผ้ายิ่งนุ่มเข้าไปอีกนะครับ แล้วก็มีความทนทานเทียบเท่ากับผ้าขนสัตว์เลยนะครับ ด้วยประโยชน์จากเส้นใยเหล่านี้ทั้งดูดซับความชื้นได้ดีกว่า แข็งแรงกว่าผ้าฝัาย มีความอบอุ่น กว่าผ้าลินิน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถปัองกันรังสี UV ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้เปึนที่ นิยมมาก ๆ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ์นนะครับ ญี่ปุ์นถือว่ากัญชงเปึนพืชมงคลเลย นำไปตัด ชุดกิโมโนตัวหนึ่งหลักแสนบาทเลยนะครับ ชาวม้งเองก็ถือว่าเปึนพืชมงคลเช่นกัน เพราะใช้ มานานนับร้อยป้นะครับ Brand ดังทั่วโลกก็นำกัญชงไปใช้ อันนี้ไม่ใช่ว่าแต่ประเทศไทยจะใช้นะครับ แล้วเมื่อเราผลิต กัญชงเราก็ยังส่งออกด้วย ๘๐ เปอร์เซ็นต์เราส่งออกไปประเทศญี่ปุ์น ที่เหลือก็ส่งออกไป ที่ยุโรป อย่างเช่น ประเทศสวีเดน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในอนาคตเส้นใยกัญชงก็จะมา ทดแทนเส้นใยสารเคมีต่าง ๆ เพราะเราจะไปถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น สุดท้าย ในเรื่องของเศรษฐกิจ นักธุรกิจบางคนเขามองตัวกัญชงเปึน New S-Curve เลยนะครับ มูลค่าปัจจุบันในตลาดที่ผมหาเจอมาคือหลักพันล้านบาทเฉพาะกัญชง แล้วก็คาดการณ์ว่า จะขึ้นหลัก ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ในอีก ๕ ป้ข้างหน้า มูลค่าตลาดขนาดนี้เราไม่ควรจับกัญชง กลับเข้าไปเปึนยาเสพติดอีกนะครับ เพราะเขาไม่ใช้ยาเสพติด แน่นอนว่าถ้าเกิดเส้นใย ใช้ประโยชน์ได้ขนาดนี้ แล้วตลาดจะกว้างขนาดนี้ ไม่สามารถที่จะเปึนแค่ผ้าอย่างเดียว กัญชง ยังนำไปผลิตเปึนยารักษาโรคด้วย เนื่องจากว่ามีสาร CBD เยอะ และสาร CBD มีประโยชน์ ต่อการนอนหลับ ลดอาการเครียด ลดความเจ็บปวด แล้วก็ไม่ใช่สารเคมี เปึนสารสกัด จากธรรมชาติล้วน ๆ ทำให้ไม่มีปัญหาในเรื่องของการแพ้ หรือว่าต่อต้านของร่างกาย เมื่อเรา ได้พัฒนาถึงขนาดนี้แล้วก็มีบริษัทบางบริษัทได้ลงทุน ๒๐๐ ล้านบาท สร้างโรงงานที่จะผลิต กัญชงผลิตเปึนยา แล้วก็ปัจจุบันนี้ก็ผลิตแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็อย่านำกัญชงเข้าไปบรรจุ ในกฎหมายยาเสพติดเลยครับ ยิ่งท่านควบคุมมากเท่าไรการพัฒนาทั้งสายพันธุ์ ทั้งผลิตภัณฑ์ ก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดเราปล่อยให้มีอิสระเสรีสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย ขอบคุณมากครับ