สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

กัณตภณ ดวงอัมพร เสนอการแยกกัญชงออกจากกฎหมายว่าด้วยกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรม โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์และความเสี่ยงของกัญชง และเสนอให้ศึกษาวิธีการใช้กัญชงในด้านสาธารณสุขและการแพทย์

นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายกัณตภณ ดวงอัมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตพญาไท ดินแดง วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติขอให้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขพิจารณาศึกษา แยกกัญชงออกจากกฎหมายว่าด้วยกัญชาครับ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และ อุตสาหกรรม ท่านประธานครับ กัญชงกับกัญชามีความแตกต่างทางด้านกายภาพค่อนข้าง ชัดเจน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

โดยเฉพาะลำต้นของกัญชง มีลักษณะสูงและหนากว่ากัญชาอย่างเห็นได้ชัดครับ จริง ๆ แล้วถ้าเรามองลึกลงไปถึงระดับ โมเลกุลแล้ว สารอินทรีย์ที่สกัดทั้งกัญชง และกัญชาที่ใช้เปึนหลัก มีสารชนิดเดียวกันคือ THC และ CBD เดี๋ยวผมจะเอาโครงสร้างทางเคมีให้ดูนะครับว่าถึงความแตกต่าง เกริ่นสักนิด นะครับ THC ช่วยลดปวด ลดอาการคลื่นไส้ แต่ถ้าเกิดใช้เยอะไปก็จะเกิดอาการมึนเมา เหมือนที่เขาพูดว่า เมาปลิ้นครับ แล้วพอ Over Dose ขึ้นมา หนักขึ้นมาจากการสูบ เพื่อการ สันทนาการ ไม่ใช่เพื่อทางการแพทย์นะครับ ก็ไปเปึนภาระให้กับหมอพยาบาลอีก ทุกวันนี้ มีผู้เสพกัญชาเพื่อการสันทนาการต้องเข้าห้องฉุกเฉิน มีเกือบแทบทุกวัน มันมีอาการใจสั่น หวิว ๆ ลอย ๆ มีการเห็นภาพหลอน อาการมันจะวิง ๆ เวียน ๆ งง ๆ เคลิ้ม ทำตัวเหมือน Slots ครับ ท่านประธานครับ ถ้าใช้อย่างต่อเนื่องก็กลายเปึนสารเสพติดครับ ผมเชื่อว่า ปัจจุบันที่สูบกันอยู่ ส่วนใหญ่ก็เพื่อสันทนาการ ยกตัวอย่างในพื้นที่บ้านผม กัญชาในเยาวชน ที่อายุน้อยเปึนสิ่งที่น่าเปึนห่วงมากครับ ผมได้รับแจ้งเคสในหลายกรณีในพื้นที่นะครับว่า มีเด็กนักเรียนมามั่วสุมเสพกัญชาในแหล่งชุมชน ทำลายสมองของเยาวชนในช่วงวัย เจริญเติบโตมาก ๆ ครับ สำหรับ CBD สารตัวนี้มีการต้านอาการเคลิ้ม ควบคุมการชัก และ อาการปวด ใช้ต่อเนื่องมาก ๆ ไม่มีเกิดอาการเสพติด แต่อาจจะมีผลต่อตับ พืชชนิดนี้มีทั้งพิษ และประโยชน์ จะใช้ก็ควรควบคุมให้เหมาะสม ผมต้องขอเกริ่นแบบนี้ เพราะว่าในกัญชง มีปริมาณ CBD มากกว่า THC และมี CBD เยอะกว่าในกัญชาครับ คุ้มค่าที่จะสกัด CBD ออกมาทางการแพทย์ เหมือนที่พูดไปข้างต้นครับท่านประธาน CBD นั้น มีประโยชน์กว่า THC ถ้าเราควบคุมการปลูกและการใช้งานได้ดีจริง ๆ ประโยชน์ที่ใช้งานก็มีที่เปึนไปได้ ในเรื่องของการแพทย์ในการที่จะสกัดสารที่จะใช้ในการรักษาโรค จากข้อมูลการวิจัย ปริมาณ CBD สารที่ช่วยต้านเคลิ้ม ลดอาการชักในกัญชง มีปริมาณมากกว่าในกัญชามาก ๆ เมื่อเทียบ ด้วยน้ำหนักเท่ากันแล้ว เพราะฉะนั้นในกระบวนการสกัดแยกสารออกมานั้นจึงมีความคุ้มค่า มากกว่าใช้กัญชาที่มีปริมาณ CBD น้อยกว่า ต้นทุนในการสกัดสาร CBD ต้นทุนค่อนข้างสูง ด้วยกระบวนการการสกัดดังกล่าวทั้งแบบตัวทำละลาย เช่น การใช้ Ethanol เปึนต้น ในการที่จะดึงสารกลุ่ม CBD ออกมาจากต้นซึ่งก็มีต้นทุนสูงครับ หรือการสกัดโดยใช้ คาร์บอนไดออกไซด์ก็เช่นกันครับ อันนี้ไม่รวมถึงค่าอุปกรณ์การกลั่นหรือการแยกอีกนะครับ ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของ CBD ราคาอยู่ประมาณกรัมละ ๑,๐๐๐ บาท หรืออย่างที่บอกกิโลกรัม เปึนล้านบาท ราคาค่อนข้างสูงเลยครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจท่านประธานครับ ใยผ้ากัญชง เนื่องจากกัญชงต้นมัน สูงมาก ต้นมันสูงกว่าคนอีกนะครับ คน ๒ คนยังสูงไม่เท่าต้นกัญชงเลย สูงประมาณ ๔ เมตร ด้วยเส้นใยเหนียวและเหมาะแก่การนำไปทอเปึนเสื้อผ้า เดิมทีครับ ชนเผ่าชาติพันธุ์ พี่น้อง ชาวม้งได้ปลูกกัญชงสำหรับทอเสื้อผ้า ด้วยคุณสมบัติที่เปึนเส้นใยที่เรียงตัวแนวตั้งอย่าง สม่ำเสมอ สวยงาม มีความเหนียวทนทาน สามารถดูดซับความชื้นได้เปึนอย่างดี จึงเหมาะแก่ การนำมาทำเปึนเสื้อผ้า มี Brand ชั้นนำของโลกหลาย Brand นำผ้าจากในกัญชงมาผลิตเปึน เสื้อผ้าขายตัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท ตัวละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทก็มีนะครับ แบบนี้แล้วราคาต้นทุน จากการทำวัสดุจะเท่าไร เพราะฉะนั้นการปลูกกัญชงถ้าเกิดใช้ในอุตสาหกรรมจึงมี ความน่าสนใจอย่างยิ่งครับท่านประธาน ถ้าเรานำผ้าทอจากกัญชงนำสู่ตลาดโลก อาจจะเปึน Soft Power ใหม่ของประเทศไทย อย่างไรก็ฝากถึงคณะกรรมการ Soft Power ที่ตั้งขึ้นมา ใหม่ด้วยนะครับ ในด้านแฟชั่น ท่านประธานกรรมาธิการการสาธารณสุขครับ ถ้าเกิดจะหยิบ ยกไปศึกษาก็น่าสนใจครับ ผมคิดว่ามีทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับทางด้านสาธารณสุข ส่วนที่เราใช้ ในการแพทย์ และอีกส่วนหนึ่งคือใช้กัญชงเพื่ออุตสาหกรรมในการสิ่งทอและอื่น ๆ ผมก็อยาก ลองให้ศึกษาดูครับ ส่วนตัวผม ผมสนับสนุนให้แยกกัญชงออกจากกัญชา ขอบคุณครับ