มานพ แจงแยกกัญชง-กัญชา ขอแก้กฎหมายปลดล็อกพืชเศรษฐกิจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

มานพ คีรีภูวดล หารือให้แยกการกำกับดูแลกัญชงออกจากกัญชาอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนในกฎหมายและผลักดันให้กัญชงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมครบวงจรได้ โดยเรียกร้องให้กรรมาธิการการสาธารณสุขกล้าตัดสินใจแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดเดิมที่ยังกีดกันการพัฒนาอย่างเต็มที่

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมอยากจะบอกว่า กัญชงไม่ใช่กัญชาครับท่านประธาน เรื่องนี้เราจำเปึนจะต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลมครับ ท่านประธาน ตอนนี้มีความพยายามที่จะร่างกฎหมายและจะดึงกัญชงกลับเข้าไปเปึนกัญชา เปึนอยู่ในพวกเดียวกัน ท่านประธานครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ผมมีเนื้อหาความจำเปึนประกอบ นะครับ ผมอยากให้ฝ์ายสื่อได้ขึ้นรูปที่ผมลงไปลุยกับพี่น้องชาวบ้านนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

อันนี้คือต้นกัญชงครับ ท่านประธาน ผมไปถ่ายที่อำเภอพบพระ ต้นมันสูงครับ ต้นนี้ไว้เก็บเมล็ดครับท่านประธาน ต้นเล็ก ๆ ที่ท่าน สส. เลาฟัุงได้โชว์เมื่อสักครู่ว่าเขาเก็บไว้ทำเสื้อผ้า ทำใยนะครับ รูปที่ ๒ อันนี้ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพยายามจะบอกนะครับว่า โอเคครับรูปร่างคล้ายกัน แต่ว่า ไม่เหมือนครับ เพราะฉะนั้นก็คือว่าสภาแห่งนี้จำเปึนจะต้องเสนอไปที่กรรมาธิการ การสาธารณสุขว่า ไม่ควรจะเอาไปเกี่ยวข้องใด ๆ กับกัญชานะครับ พืชกัญชงผมเสนอว่า ควรจะเปึนพืชเศรษฐกิจแบบทั่วไปครับ ไม่ต้องมีกฎหมายอะไรรับรองครับท่านประธาน เหมือนกับหอมแดง เหมือนกับกระเทียม เหมือนกับพืชทั่วไป ต้องทำแบบนี้ครับ ที่ท่านสมาชิกครับ ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง บอกว่าตอนนี้มีผู้ประกอบการด้านกัญชง จดทะเบียนเปึนชมรมประมาณ ๔๐-๕๐ กว่าชมรมแล้ว เขาจะได้ทำได้ครับ ตราบได้ไปผูกกับ เรื่องของกัญชา ท่านประธานครับ สิ่งที่มันเปึนจินตนาการว่าเราจะพัฒนาเศรษฐกิจจากฐาน ความหลากหลายทางชีวภาพ จะพัฒนาเศรษฐกิจซึ่งเปึน Soft Power มันเปึนไปไม่ได้ครับ ท่านประธาน ถ้าเราไม่ปลดล็อกความคิดตรงนี้ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะร่างกฎหมายใหม่ที่เอา กัญชงมาเกี่ยวข้องกับกัญชานะครับ อย่าได้คิดที่จะทำแบบนี้เลยครับ เพราะว่ามันจะไม่มี อนาคต ท่านประธานครับ กัญชากับกัญชงมันไปคนละทางครับ ถ้าเปึน Converse เขาบอก ว่าคนละทาง ทางใครทางมัน กัญชาสารมันคนละตัว กัญชงนี่วัตถุประสงค์ต่าง ๆ เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกก็อธิบายแล้วนะครับ มันเน้นไปเรื่องของตัวร่างกาย ไม่ว่าจะเปึนใบ ไม่ว่าจะเปึน เยื่อ ใย ไม่ว่าจะเปึนลำต้น ท่านประธานเข้าไปดูใน Google นะครับ อาจารย์ Google บอกว่าผลิตภัณฑ์จากกัญชง สามารถทำได้เปึนหมื่น ๆ ชนิดครับ ประเทศจีนทำอะไรรู้ไหมครับ ทำเสื้อกันกระสุนส่งออก บริษัทยานยนต์ในต่างประเทศยุโรปทดลองเอาไปทำเปึนชิ้นส่วนของเครื่องบินครับ เพราะฉะนั้นคือถ้าจะคิดทำเรื่องนี้ มันคนละทางอยู่แล้ว ทำอย่างไรที่มันไปคนละทาง อย่าให้ มารวมกัน แยกออกตั้งแต่ต้นครับ จริง ๆ แล้วเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกเขาบอกว่า ประกาศของ กระทรวงสาธารณสุขมันมีอยู่แล้วครับว่า ตรงนี้มันไม่ใช่พืชเสพติดแล้ว เพราะฉะนั้นตัวนี้ มันต้องต่อยอด ก็คือประกาศไว้เลยว่ามันไม่ใช่ พอมันไม่ได้อยู่ในหมวดหมู่มันจะได้เดินต่อ ท่านประธานครับ ผมจะใช้เวลาไม่มากนะครับ สิ่งที่ผมอยากจะเห็น ทำอย่างไรไม่ให้ พืชกัญชงอยู่ในขบวนของพืชเสพติด ควรจะเปึนพืชทั่วไป เราจำเปึนจะต้องพัฒนาส่งเสริมให้ มันครบวงจร เราต้องมีต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ สมาชิกเขาบอกว่าตอนนี้ภาคอุตสาหกรรม เรื่องการลงทุน เรื่อง BOI เรื่องการยกเว้นภาษีต่าง ๆ ทำไม่ได้ เพราะมันมีปัญหาว่าพืชตรงนี้ มันเกี่ยวกับยาเสพติด ในข้อกฎหมายใหม่ยังเขียนด้วยนะครับ ตัวร่างนี้ครับ คนที่จะปลูกต้อง ขออนุญาต ๕๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นมันมีเกษตรกรที่ไหนครับ เกษตรกรที่ไหนจะมีเงินใน การขออนุญาตโดยใช้เงิน ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วผมก็เชื่อว่าต้องมีเงื่อนไขต่อไปว่ามีเงินแล้ว ไม่พอครับ ที่ของท่านชอบด้วยกฎหมายไหม มีกรรมสิทธิ์ไหม มี ส.ป.ก. ไหม มีเอกสารสิทธิไหม ตามไปครับ สุดท้ายถ้าทำแบบนี้คือเกษตรกรก็ไม่ได้ประโยชน์ครับ โดยสรุปครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยว่าจะต้องมีพืชเศรษฐกิจที่ชื่อว่า กัญชง วิธีเดียวที่จะทำให้พืชเศรษฐกิจตรงนี้ เติบโต และเปึนฐานเศรษฐกิจที่เชื่อมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ คืออย่าให้มายุ่งอยู่ใน ขบวนของยาเสพติดในนิยามใด ๆ เลยครับ ในส่วนที่หลายท่านเปึนห่วง เปึนห่วงว่าเดี๋ยวก็จะ มีบางคนไปสกัดสารที่อยู่ในพืชของกัญชง เพราะว่ามันมีส่วนประกอบถึงแม้ว่าจะมีน้อย แต่กลัวว่าคนจะเอาไปสกัดสารตรงนี้ออกมา ซึ่งมันเปึนสารคล้าย ๆ กับอยู่ในกัญชา หรือว่า THC นี่ครับ ตรงนี้กระบวนการข้อกฎหมายระเบียบต่าง ๆ มีอยู่ครับท่านประธาน ในประเทศนี้ มันมีกฎหมายว่าด้วยใครก็ตามที่จะไปสกัดพืช พืชทุกตัวครับถ้าจะไปสกัดสารมันมีกฎหมาย เพราะฉะนั้นผู้ใดก็ตามที่จะเอาเยื่อ เอาใย เอาพืช เอาร่างกาย เอาทุกส่วนของกัญชงไปสกัด ในสารที่มันมีอยู่ในกัญชง ขอให้สู่กระบวนการที่มันมีอยู่แล้ว ท่านประธานอยากเห็นภาพชัด ไหมครับว่า เอาพืชกัญชงเปึนพืชเศรษฐกิจทั่วไป ผู้ใดก็ตามที่จะสกัดพืช สารที่อยู่ในกัญชง เข้าสู่กระบวนการ ไม่ว่าจะเปึน อย. ไม่ว่ามาตรฐานอะไรต่าง ๆ เต็มไปหมดเลย เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมอยากจะฝากไปยังกรรมาธิการการสาธารณสุขครับ ท่านจะต้องเปึนผู้ที่มีความ กล้าหาญพอ กล้าหาญที่จะเสนอกับผู้ที่จะเสนอกฎหมายใหม่ครับ เอากัญชงออกจากกัญชา ประเทศนี้จะได้เดินหน้า พัฒนาเศรษฐกิจที่เราคาดหวังจากประชาชน ผู้ประกอบการและ การส่งออก ขอบคุณมากครับท่านประธาน