ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ หารือประเด็นการปลดล็อกพืชกระท่อมและกัญชาที่ส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน พร้อมเสนอให้ควบคุมการใช้และปลูกอย่างเข้มงวด ห้ามการค้าเสรี และให้ใช้เฉพาะทางการแพทย์ภายใต้การกำกับอย่างเคร่งครัด
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครพนม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ กระผมขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้คณะกรรมาธิการ การสาธารณสุขพิจารณาศึกษาแนวทางในการควบคุมการใช้พืชกระท่อมและกัญชาให้เกิด ประโยชน์สูงสุดในทางการแพทย์ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศให้พืชกระท่อม และกัญชาเปึนพืชที่ใช้ในทางการแพทย์ และเปึนพืชที่ประชาชนสามารถปลูกเพื่อการบริโภคและจำหน่ายได้ทั่วไปนั้น จากการ ประกาศดังกล่าวได้ส่งผลต่อสังคมไทยเปึนอย่างมาก ทั้งด้านดีและด้านลบ กล่าวคือจากการ วิจัยทำให้ทราบแล้วว่าสารสกัดจากพืชกระท่อมและกัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์ เปึนอย่างมาก สามารถนำมารักษาโรคต่าง ๆ ได้มากมาย นับเปึนประโยชน์ทั้งต่อแพทย์ ผู้รักษาและผู้ป์วยอย่างยิ่ง แต่อีกด้านหนึ่งการประกาศให้พืชกระท่อมและกัญชาสามารถเปึน พืชที่ปลูกและจำหน่ายได้อย่างเสรี ได้ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมามากมาย ไม่ว่าจะเปึนการเกิดปัญหาอาชญากรรม การทำร้ายร่างกาย การข่มขืนและกระทำชำเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเปึนอนาคตของประเทศชาติ จากการวิจัยพบว่าพืชกระท่อมและกัญชาส่งผลกระทบต่อสมองเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเปึน อนาคตสำคัญของชาติ ทำให้สมองพัฒนาล่าช้า เชาว์ปัญญาลดลง เสี่ยงต่อการป์วยโรคจิตเวช เสี่ยงต่อภาวะฆ่าตัวตาย อีกทั้งยังเปึนตัวกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนหันไปเสพยาเสพติด ยาบ้า เพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งผลกระทบด้านลบต่าง ๆ เหล่านี้กำลังเกิดขึ้นอยู่ในสังคมไทยปัจจุบัน และนับวันจะยิ่งทวีคูณความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ หากปัญหานี้ได้ไม่ได้รับการแก้ไขอย่าง จริงจังจะทำให้เกิดผลเสียหาย ผมถึงเสนอให้มีการพิจารณาข้อเท็จจริงและได้ควบคุมการใช้ พืชดังกล่าว จึงได้ขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ขอให้กัญชากระท่อมเปึนยาเสพติดเหมือนเดิม และให้ใช้ทางการแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อขาย ห้ามปลูกกันอย่างเสรี และขอให้หน่วยงานราชการได้ติดตามกวดขันอย่างใกล้ชิด ไม่เช่นนั้นนักเรียนเยาวชนพี่น้องประชาชนลูกหลานของเราจะเสียอนาคต และทำให้ประเทศ เสียหายมากกว่านี้ ท่านประธานครับ ปัจจุบันที่จังหวัดนครพนมปลูกกัญชาเต็มไปหมด เกษตรกรบางคนปลูก ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ ๑๐๐ ไร่ พ่อค้าปลูกกันเปึน ๑,๐๐๐ ไร่ ซึ่งสร้างปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน นักเรียนชั้นมัธยม ม.๑ ม.๒ ม.๓ นำกัญชามาสูบ มา เสพเพราะว่าคิดว่าเสพแล้วไม่ติด เสพบ่อย ๆ มากขึ้นทำให้ลูกหลานนักเรียนอายุ ๑๐ กว่าป้ ติดกัญชากันมากขึ้น ผมได้สอบถามนักเรียนหลายคนที่เรียนอยู่ชั้นมัธยม ทุกคนได้ทดลองสูบ กัญชาทุกคน พี่น้องประชาชนบนด่าว่ายาบ้ามีมากอยู่แล้ว ยังเอากัญชามาซ้ำเติมให้ลูกหลาน เสียอนาคต ติดยาเสพติดมั่วสุมกันมากขึ้น และมีปัญหาตามมาอีกอย่างมากมาย จนไม่มี โรงพยาบาลสถานบำบัด ธัญญารักษ์ที่จะดูแลผู้ติดยาเสพติด เตียงไม่พอ ไม่มีหมอในการ รักษา ซึ่งเปึนปัญหาอยู่ในจังหวัดนครพนม ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอสถานที่บำบัดให้กับผู้ป์วยจิตเวช ทุกคนก็จนปัญญา ไม่มีสถานที่ บำบัด และผมก็ได้เรียนสอบถามผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ซึ่งท่านได้ให้เกียรติ สส. มารับฟังปัญหาถึงสภาผู้แทนราษฎรของเราหลังห้องประชุม ทั้งเมื่อวานนี้และวันนี้ ผมก็ได้สอบถามท่านว่า การปลูกกัญชาผิดกฎหมายหรือไม่ ท่านผู้บัญชาการตำรวจ ปราบปรามยาเสพติดท่านตอบชัดเจน การปลูกต้องขออนุญาต ถ้าใครปลูกผิดกฎหมาย ถูกจับติดคุก นั่นคือในพื้นที่จังหวัดนครพนม ปลูกเต็มกันไปหมด มีการนำไปขายหรือสั่งทาง Online ทางอินเทอร์เน็ต ไปส่งไปรษณีย์ ห่อไปส่งที่ไปรษณีย์กลิ่นเหม็นกัญชา พี่น้องประชาชนเมากัญชา กลิ่นเต็มสำนักงานไปรษณีย์ แต่ละอำเภอ นั่นคือปัญหาที่ได้เกิดขึ้น เพราะว่าการที่จะปลูกกัญชา พี่น้องเกษตรกร ๗ คน ต้องรวมตัวกันเปึนวิสาหกิจชุมชนแล้วไปยื่นขออนุญาตที่เกษตรอำเภอ พอได้รับอนุญาตแล้ว ต้องมาสร้างโรงเรือน หรือ Greenhouse ที่มีตาข่าย มีกุญแจล็อก มี CCTV กล้องวงจรป่ด และแถมยังต้องมีรั้วอย่างมิดชิดทั้ง ๔ ด้าน และมีผู้ปลูก ผู้ดูแล ผู้ควบคุมเพียง ๒ คน คนอื่นจะเข้ามาหรือเข้าไปในโรงเรือน Greenhouse นี้ไม่ได้ นั่นคือการที่จะต้องขออนุญาต แม้กระทั่งผมมีเพื่อนเปึนอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำวิจัยเรื่องกัญชา ตำรวจยังต้องเข้าไปตรวจบ่อย ๆ ทุกหน่วยงานหรือทุกภาคส่วนต้องมี ใบอนุญาตการนำเข้าเมล็ด ต้องมีใบอนุญาต ใบอนุญาตในการขาย ใบอนุญาตในการส่งออก ที่สำคัญที่สุด การปลูกกัญชาต้องใช้ทางการแพทย์โดยวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกต้องทำสัญญากับ รพ.สต. กับโรงพยาบาลหรือมหาวิทยาลัย ให้มหาวิทยาลัยนำกัญชาไปทำการวิจัย ส่วนที่ เหลืออาจจะ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือให้ขาย ส่งออก จะขายให้บริษัทไหน ขายให้ใครต้องมีใบอนุญาต นาย ก นาย ข บริษัท A B มาซื้อก็ต้องมีใบอนุญาต ปัจจุบันผู้ซื้อ ผู้ปลูก ผู้ขายกัญชามั่วกันไปหมด ไม่มีใบอนุญาตเลยสักคน มันก็เลยเปึนปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนของเราเดือดร้อนกันไปทั่ว ยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง และลูกหลานเรากลายเปึน จิตเวชเปึนคนบ้าไปหมด ปัญหาเรื่องนี้ได้ถกเถียง ได้พูดกันในหมู่บ้าน ในชุมชน ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ์ายปกครองทุกฝ์ายเหนื่อยกับเรื่องยาเสพติด ยาบ้า กัญชา กระท่อมผสมยาแก้ไข หมอก็รับ ไม่ไหว ลูกเมียนายทหารจะเอาผู้เสพเข้าไปในค่ายทหาร เขาก็บอกเขาก็กลัว ลูกเมีย นายทหารจะเอาคนเปึนจิตเวช คนติดยาบ้ามารักษาในค่ายทหาร นั่นก็เปึนปัญหา ศูนย์บำบัด ก็ไม่มี นั่นคืออยากฝากรัฐบาลได้เร่งรีบการแก้ไขปัญหา เรื่องยาบ้า กัญชา กระท่อมผสม ยาแก้ไอ และผมก็ต้องขอขอบพระคุณทุกหน่วยงานได้เร่งรีบ ไม่นิ่งนอนใจ ได้เร่งแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะแม่ทัพภาคที่ ๒ ท่านลงพื้นที่ในจังหวัดนครพนมบ่อย และได้ส่งทหาร นายทหาร ทหารพราน ได้บูรณาการการปราบยาเสพติด ยาบ้า ได้ส่งนายทหารหรือทหารพรานเข้าสู่ พื้นที่ภายใน ๑ ชั่วโมง ถ้าเรียกขอมา กำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็มีความกล้าที่จะแจ้งผู้ค้ายาบ้า ยาเสพติด แต่ละคนหวาดกลัวไปหมด เพราะว่าผู้ค้าเหิมเกริมไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่กลัว เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ถ้าใครไปแจ้งจะตามมายิงให้ตาย นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกวันนี้ผู้นำ ในหมู่บ้านต้องขอว่า ขอความปลอดภัยในช่วงนี้ และหมดโครงการปราบยาบ้าต้องขอความ ปลอดภัย นั่นคือสิ่งที่อยากฝากรัฐบาลได้เร่งรีบแก้ไขปัญหา เรื่องยาบ้า ยาเสพติด กัญชา กระท่อม ได้มีกฎหมายให้ใช้ทางการแพทย์เท่านั้น ไม่เช่นนั้นแล้วประเทศไทยของเราจะ เสียหายมากกว่านี้ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน