ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจจากทรัพยากรท้องถิ่นโดยเน้นการรักษาประโยชน์ของชุมชน พร้อมเสนอการตั้งฐานภาษีใหม่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการจัดสรรที่เป็นธรรม และเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาข้อจำกัดจากการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงผลักดันการปฏิรูประบบงบประมาณแผ่นดินให้เป็นรูปแบบโครงการหรือพื้นที่ เพื่อให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างบูรณาการและมีประสิทธิภาพ โดยต้องมีการจัดสรรงบประมาณรองรับอย่างเพียงพอและเลี่ยงการซ้ำซ้อนในการลงทุนและงบประมาณ
ขอบคุณครับท่านประธาน ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ อำเภอสันกำแพง อำเภอแม่ออน อำเภอดอยสะเก็ด จริง ๆ เปึนนิมิตหมายอันดีนะครับที่ได้เห็นเพื่อนสมาชิก จากทั้งฟากฝัืงรัฐบาลที่อยู่ภาคเหนือตอนล่าง และเพื่อนสมาชิกของพรรคก้าวไกลเอง จากหลายจังหวัดภาคเหนือตอนบน รวมถึงเพื่อนที่มีประสบการณ์ตรงจาก EEC ได้ให้ ความเห็นมากมาย ผมคงไม่ต้องลงรายละเอียดไปเยอะนะครับ แต่ขอจะรวบ ๆ ไว้อยู่ที่ ๓ ประเด็นก็แล้วกันนะครับ
ประเด็นแรก ที่เพื่อนได้พูดกันไป หลายคนบอกว่าเราต้องนำทรัพยากรที่มี ไม่ว่าจะเปึนเรื่องศิลปะ การท่องเที่ยว การเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติใด ๆ ก็ตาม เพื่อนำมา ต่อยอดให้เกิดการสร้างเศรษฐกิจได้มากกว่านี้ แล้วก็หลายคนก็พูดเช่นเดียวกันว่า ต่อให้คุณสร้างเศรษฐกิจได้ดีเพียงใดแต่ถ้าคุณลืมที่จะ รักษาสิ่งเหล่านั้นไว้ ลืมที่จะให้คนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากตรงนั้น มันก็ไม่เกิด ประโยชน์ใด ๆ นะครับ เปึนที่น่าเสียดายที่พวกเราทุกคนไม่อาจจะสามารถที่จะนั่งใน คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้ ผมขอฝากเปึนข้อเสนอไว้ ๑ ข้อนะครับ ที่อยากให้ กรรมาธิการชุดนี้ได้ศึกษา ผมอยากให้ศึกษาความเปึนไปได้ที่คุณจะสร้างฐานภาษีใหม่ในเขต พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ฐานภาษีนี้ให้เก็บจากผู้ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากการเปึนเขตเศรษฐกิจ พิเศษเพื่อให้นำมาใช้กับผู้ที่ไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงที่อยู่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ อันนี้ ขอฝากไว้ในประเด็นที่ ๑ ให้ศึกษาความเปึนไปได้
ประเด็นที่ ๒ อย่างที่เพื่อนสมาชิกจาก EEC ได้พูดไปนะครับ การศึกษาครั้งนี้ มันต้องไปจบอยู่ที่กลไกอะไรสักอย่าง กลไกที่มักจะเกิดขึ้นในประเทศไทยมันจะเกิดขึ้นเปึน กลไก คณะกรรมการจัดทำนโยบายต่าง ๆ นานา หรืออาจจะไปจบอยู่ที่ พ.ร.บ. เขตเศรษฐกิจ พิเศษอย่างที่เพื่อนได้พูดไป คือ พ.ร.บ. EEC เพื่อนได้บอกไปแล้วนะครับว่า พ.ร.บ. EEC นั้น มีข้อเสียอย่างไร ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน แล้วก็เปลี่ยนแปลงอะไรได้ยาก ผู้กำหนด ไม่ได้เปึนคนในพื้นที่ ขณะเดียวกันคณะกรรมการที่เกิดขึ้นที่ไม่ได้มาในรูปแบบของ พ.ร.บ. ทุกวันนี้ มติ ครม. สมัยรัฐบาลที่แล้วก็ได้กำหนดเขตเศรษฐกิจขึ้นมาแล้ว จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปางที่เปึน NEC ตามมติ ครม. เมื่อ ๒ ป้ที่แล้ว ทุกวันนี้ก็มีคณะกรรมการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ แต่ว่าคณะชุดนี้ทุกวันนี้ ๒ ป้ผ่านไป ยังคงทำ SWOT Analysis กันอยู่เลยนะครับ ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เปึนรูปธรรมเลย ได้เพียงแค่ให้ทำการศึกษาจัดทำนโยบายรับฟังความคิดเห็น สุดท้ายก็ยัง ไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ยังไม่เกิดการลงทุน ยังไม่เกิดสิ่งที่จะทำให้เราได้มองเห็นและ จับต้องได้ อันนี้ก็ต้องฝากไว้เช่นเดียวกัน ในการศึกษาของกรรมาธิการชุดนี้ว่า จุดหมาย ปลายทางนั้นจะเปึนออกมาเปึน พ.ร.บ. หรือว่าจะเปึนคณะกรรมการที่ประชาชนในพื้นที่ มีส่วนร่วม ทุกหน่วยงานมีส่วนร่วม และปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ไม่ใช่ว่ากำหนดแล้ว กำหนดเลย จะเปลี่ยนนโยบายอะไรก็เปลี่ยนยากไปหมด ต้องมาคุยกันในสภา ต้องรอมติ ครม. แบบนั้นมันคือการกระจุกตัวของนโยบายของแนวคิดและของอำนาจ นั่นคือประเด็นที่ ๒
และประเด็นที่ ๓ วันนี้ยังไม่มีใครพูดถึง ทั้งหมดทั้งมวลต่อให้คุณศึกษากันไป มันทำไม่ได้เลยถ้าเราไม่มีเงินงบประมาณ
ประเด็นที่ ๓ ที่ต้องทำการศึกษา คือต้องปฏิรูประบบงบประมาณแผ่นดิน ทุกวันนี้งบประมาณแผ่นดินมันมาในรูปแบบที่มีงบบูรณาการ การสร้างรายได้จากการ ท่องเที่ยว มีงบบูรณาการต่าง ๆ นานา ซึ่งแต่ละกระทรวงก็เขียน ๆ จับใส่กันขึ้นมา โดยที่เรา มองไม่เห็นภาพรวมเลยว่าจริง ๆ แล้วมันพัฒนาไปสู่อะไร เรามีงบพัฒนา EEC นั่นก็มาจาก พ.ร.บ. EEC ซึ่งเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในเขต EEC ก็บอกแล้วว่ามันมีแต่แผน มีแต่นโยบาย มีแต่ การศึกษา แต่ไม่เกิดการลงทุนสักที ทีนี้ระบบงบประมาณแผ่นดินเรานี้ ต่อให้เราคุยกัน ในจังหวัด คุยกันในภูมิภาค คุยกันในกลุ่มจังหวัดรู้เรื่อง แต่เวลาเราเขียนงบประมาณขึ้นมา มันก็แตกไปเปึนกระทรวง ถนนไปอยู่กระทรวงคมนาคม พัฒนาแรงงานไปอยู่กระทรวง แรงงาน จะพัฒนานักเรียนหรือนักศึกษาก็ไปอยู่ที่ อว. ไปอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ จะพัฒนาแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติก็ไปอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แล้วคนที่อนุมัติงบประมาณ คนที่ตัดลดงบประมาณ เวลาเห็นไม่ได้เห็นทั้งก้อน เห็นแยกมาเปึนรายกระทรวงแบบนี้ ถ้าเกิดท่านประธานเปึนกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ และท่านตัดไปสักโครงการหนึ่ง ของกระทรวงหนึ่ง แผนการพัฒนาที่เขาคุยกันมาในจังหวัด มันก็ชะงักถูกไหมครับ ดังนั้นเปึนข้อเสนอของผมนะครับ เราต้องมีการปฏิรูประบบ งบประมาณให้เปึน Project based ให้เปึน Area based อาจจะเปึนแผนบูรณาการเขต พื้นที่ภาคเหนือตอนบน พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง หรือพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมดก็ได้ อันนี้น่าจะ ทำได้เลยโดยที่ไม่ต้อง มี พ.ร.บ. เขตเศรษฐกิจพิเศษ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งนะครับ งบประมาณ แผ่นดิน ผมคิดว่าต่อให้เราสามารถศึกษาแล้วเราระบุได้ว่าเราจะทำเขตพัฒนาเศรษฐกิจ มันก็ต้องมีการลงทุน ผมไม่รู้ว่าเราจะใช้วิธีการลงทุนแบบไหน รัฐจะต้องใช้งบประมาณที่มีอยู่ รีดไขมันออกมาแล้วไปลงทุน หรือว่าจะเป่ดให้เอกชนได้ร่วมลงทุน หรือต้องกู้เงิน ออก พ.ร.บ. เงินกู้แล้วก็มาลงทุน อันนี้ก็ต้องศึกษาเช่นเดียวกันนะครับ เพราะว่าการกู้เงินทุกวันนี้ สำหรับฝ์ายบริหารก็ดูไม่ใช่เปึนเรื่องง่ายนะครับ มิเช่นนั้นการศึกษาที่เราทำกันไปก็ไม่เกิด ประโยชน์ใด ๆ เสียงบประมาณนะครับ การตั้ง กมธ. วิสามัญขึ้นมาศึกษาเรื่องหนึ่ง แล้ววันหน้า การศึกษาอันนี้ถ้าไม่ดีมากพอวันหน้าก็ จะมีหน่วยงานอื่นตั้งงบเพื่อศึกษาอีกครับ ศึกษา ศึกษา ศึกษา แล้วงบศึกษาของแต่ละ หน่วยงานในแต่ละเรื่องหลัก ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ๓๐ ล้านบาท ผมไม่อยากให้เรื่องนี้ เกิดขึ้นนะครับ ก็ขอฝากทั้ง ๓ ประเด็นนี้ไว้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะศึกษาเรื่องนี้ ขอบพระคุณครับ