รวี เล็กอุทัย หารือการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 โดยเน้นการศึกษาจุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค และโอกาส เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและกระตุ้นเศรษฐกิจที่ขยายตัวช้าในพื้นที่ พร้อมเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและวางแนวทางพัฒนาอย่างยั่งยืน
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมเปึนคนจังหวัดอุตรดิตถ์ หรือเปึนประชาชนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ๑ ผมมีความยินดีที่ญัตติเพื่อการศึกษาถึงแนวทาง การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือตอนล่าง ๑ ได้เข้าสู่สภาในวันนี้ เพราะนอกจากที่ ผมได้มีการศึกษาถึงข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับภาคเหนือตอนล่าง ๑ ผมได้พบทั้งจุดแข็งและ จุดอ่อน อุปสรรคและโอกาสของการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคเหนือตอนล่าง ๑ มากมาย เลยครับท่านประธาน และจากที่ท่าน สส. พรรณสิริ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ได้อภิปราย ถึงโอกาสและศักยภาพด้านต่าง ๆ ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างครับ โดยเฉพาะ ภาคเหนือตอนล่าง ๑ ผมมองว่าการศึกษาเรื่องนี้เปึนทางออกที่สำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนในกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง ๑ ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะถ้ามองไป จนถึงปัญหาแล้วพี่น้องในจังหวัดกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง ๑ ยังประสบปัญหาต่าง ๆ มากมาย ในปัจจุบันครับ และผมอยากจะนำมาเรียนในสภาแห่งนี้ให้รับทราบทั่วกัน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
เริ่มแรกนะครับท่านประธาน ในด้าน ภูมิศาสตร์ ถ้าเอาภาคเหนือตอนล่างทั้งหมดเราจะมีพื้นที่รวมกันกว่า ๕๒ ล้านไร่ครับ โดยจะ แบ่งเปึนพื้นที่ป์ากว่า ๒๐ ล้านไร่ หรือประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่การเกษตรเกือบ ๒๒ ล้านไร่ และพื้นที่ใช้ประโยชน์นอกการเกษตรกว่า ๙.๗ ล้านไร่ แต่สิ่งที่กลุ่มจังหวัด ภาคเหนือตอนล่าง ๑ ครับ ซึ่งประกอบไปด้วย ๕ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัด เพชรบูรณ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดตาก และจังหวัดอุตรดิตถ์ ต้องพบเจออยู่ ณ ปัจจุบันนั้น กลับเปึนสิ่งที่ทำให้การพัฒนาและการเติบโตของแต่ละจังหวัดนั้นยังไม่ค่อยไปไหนครับ เพราะหากพูดถึงภาพรวมของด้านเศรษฐกิจ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ๑ นั้นมีขนาด เศรษฐกิจที่ค่อนข้างเล็กและขยายตัวช้า เนื่องจากการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มี มูลค่าสูง ไม่ว่าจะเปึนภาคอุตสาหกรรมก็ดี หรือภาคบริการก็ดีนั้นยังไม่มีการกระจายตัวเข้าสู่ ภาคเหนือตอนล่างมากนักเท่าไร โดยจะสังเกตได้ว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของแต่ละจังหวัดนั้นจะ อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศมากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณา ลงไปในพื้นที่ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ๑ จะเห็นได้ว่า GPP Per Capita ซึ่งเปึน ตัวเลขที่สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ต่อหัวของแต่ละจังหวัดกลับอยู่ในระดับ ที่ต่ำมาก โดยพบว่าในป้ ๒๕๖๔ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ๑ นั้นมีตัวเลข GPP Per Capita เฉลี่ยอยู่ที่ ๙๙,๕๘๓ บาทต่อคนต่อป้เท่านั้นเอง ขณะที่ระดับประเทศค่าเฉลี่ยของประเทศ อยู่ที่ ๒๓๑,๙๘๖ บาทต่อคนต่อป้ หรือเรียกได้ว่าห่างกันกว่า ๒ เท่าเลยทีเดียวครับ ท่านประธาน และหากเปรียบเทียบให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น นั่นจะแปลได้ว่าค่าเฉลี่ยของคน ทั้งประเทศจะมีรายได้ราวเดือนละเกือบ ๒๐,๐๐๐ บาท แต่พี่น้องในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ๑ จะมีรายได้เพียงเดือนละ ๘,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง โดยเฉพาะจังหวัดสุโขทัยครับ มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดอยู่ที่ ๘๐,๑๗๐ บาทต่อคนต่อป้ หรือราว ๆ ๖,๖๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งนี่แสดงให้เห็นถึงปัญหาของความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ที่ค่อนข้างมากครับ ส่วนในช่วง ๖ ป้ที่ผ่านมาครับท่านประธาน ระหว่างป้ ๒๕๕๙-๒๕๖๔ มูลค่าและอัตราการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร มีอัตราการเปลี่ยนแปลงที่น้อยมาก โดยภาคอุตสาหกรรม นั้นมีการขยายตัวอยู่เพียง ๔.๒ เปอร์เซ็นต์ และภาคการเกษตรขยายตัวเพียง ๑.๗ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ในขณะที่ภาคบริการซึ่งมีสัดส่วนสูงที่สุดกว่าครึ่งหนึ่งนั้นกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลง อะไรเลย นอกจากนั้นอุปสรรคอีกด้านที่พบเจอ นั่นก็คือผลิตภาพแรงงานของภาคเกษตร ที่ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ของแรงงานในสาขาการผลิตอื่น ๆ โดยรายได้ ในป้ ๒๕๖๓ ของภาคอุตสาหกรรมจะเท่ากับ ๒๖๐,๓๓๔ บาทต่อคนต่อป้ และภาคบริการ เท่ากับ ๑๕๘,๓๓๐ บาทต่อคนต่อป้ แต่ภาคการเกษตรของภาคเหนือทั้งหมดกลับมีมูลค่า เท่ากับ ๓๕,๑๒๖ บาทต่อคนต่อป้เท่านั้นเอง น้อยมากครับ ซึ่งนี่เปึนสิ่งที่น่ากังวลเปึนอย่างมาก เช่นเดียวกัน เนื่องจากประชากรในภาคเกษตรซึ่งมีสัดส่วนสูงที่สุดถึง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ของประชากรทั้งหมด กลับมีสัดส่วนรายได้ต่ำที่สุด ณ ช่วงเวลาเดียวกัน รวมถึงมีแนวโน้ม ที่จะมีแรงงานผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามมาด้วยปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับที่สูง โดยมีครัวเรือนที่มีหนี้สินถึงร้อยละ ๔๙ ของครัวเรือนทั้งหมด ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ในพื้นที่ก็ยังเปึนอุตสาหกรรมขั้นต้นที่มีการใช้ Labor Intensive หรือใช้แรงงาน เปึนหลัก โดยยังขาดการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมขั้นสูงที่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในแต่ละห่วงโซ่อุปทานหรือขั้นตอนการผลิต ต่าง ๆ ท่านประธานครับ จากที่ผมอภิปรายไปข้างต้นจะทำให้เห็นว่ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ตอนล่าง ๑ นั้นยังประสบปัญหาความเดือดร้อนในหลาย ๆ ด้านครับ ไม่ว่าจะเปึนปัญหา ทางด้านรายได้ ด้านความเหลื่อมล้ำ ด้านการพัฒนาทางการเกษตร ด้านสังคมผู้สูงอายุ และ ปัญหาหนี้สินครัวเรือน ซึ่งหากยังไม่มีการพัฒนาและหาแนวทางแก้ไขอย่างจริงจังที่เปึน รูปธรรมปัญหาเหล่านี้ก็จะยังคงอยู่กับพี่น้องประชาชนไปอีกนาน และนี่จึงเปึนสาเหตุ สำคัญหนึ่งในการที่สภาของเราแห่งนี้ควรจะมีการพิจารณาเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือตอนล่าง ๑ ซึ่งจะเปึนกลไกสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชน และสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน ให้กับประเทศไทย เพราะเมื่อพิจารณาต่อในมิติของด้านโอกาส โดยเฉพาะด้านภูมิศาสตร์แล้ว พื้นที่ภาคเหนือตอนล่างมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญ ได้แก่ สปป. ลาวและ เมียนมาอย่างที่ดอกเตอร์พรรณสิริได้พูดไปเช่นเดียวกัน โดยมีจุดผ่านที่สำคัญ ได้แก่ ด่านภูดู่-ผาแก้ว และด่านแม่สอด-เมียวดี ซึ่งเปึนพื้นที่ตามแนว GMS และ AEC โดยเฉพาะ ด่านพรมแดนภูดู่ ซึ่งมีพื้นที่ต่อเนื่องกับเมืองไชยะบุรี วังเวียง หลวงพระบาง และเวียงจันทน์ ของ สปป. ลาว และเปึนแนวกึ่งกลางระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC ตลอดจนแนวระเบียง เศรษฐกิจเหนือ ใต้ และตะวันออก ตะวันตก ซึ่งผมไม่จำเปึนต้องลงรายละเอียดมาก เพราะว่า ท่าน สส. ดอกเตอร์พรรณสิริได้กล่าวไปเยอะแล้ว ซึ่งแนวเศรษฐกิจต่าง ๆ เหล่านี้จะเปึนส่วน ช่วยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสชุดใหม่ให้กับพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและ ประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้นในส่วนของภาคการเกษตร กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ๑ นั้น ก็มีพื้นที่กว่า ๙ ล้านไร่ สำหรับพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด นอกจากนั้นในแต่ละรายจังหวัดก็ยังมีพืชและผลผลิตทางการเกษตรที่มีศักยภาพในการ พัฒนาให้มีโอกาส และสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรมากยิ่งขึ้น เช่น ในจังหวัดอุตรดิตถ์ เองเราก็มีทุเรียนหลง-หลินลับแล รวมถึงสับปะรดห้วยมุ่น จังหวัดสุโขทัยก็มีมะยงชิด ในส่วน ของจังหวัดตากก็มีกล้วยหอมทอง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเปึนพืชเศรษฐกิจที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ทั้งสิ้น และในอีกมิติหนึ่งที่สำคัญนั่นคือด้านของการท่องเที่ยวที่มีแหล่งท่องเที่ยว จำนวนมากครับ ทั้งในมิติของทางประวัติศาสตร์ก็ดี ทางวัฒนธรรมก็ดี รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่นเดียวกัน ซึ่งหากมีการเชื่อมโยงสถานที่ต่าง ๆ เหล่านี้กับกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อดึงดูดให้ นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามามากยิ่งขึ้น ก็จะเปึนการสร้างรายได้มหาศาลให้แก่พี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ครับ ท่านประธานครับสิ่งที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ผมอยากชี้ให้เห็นครับว่า ทุกพื้นที่ย่อมมีปัญหาและอุปสรรคที่ท้าทายที่ต้องการการแก้ไข ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ๑ นั้นก็มีความสำคัญจำเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องหาหนทางเพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ มีความเปึนอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเช่นเดียวกัน และอย่างที่ผมได้กล่าวไปในกลุ่มจังหวัด ภาคเหนือตอนล่าง ๑ เปึนพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยศักยภาพ ซึ่งรอโอกาสในการได้รับการพัฒนา เพราะอย่างน้อยที่สุดครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนในพื้นที่เขาควรมีรายได้ที่มากขึ้น และมั่นคงมากกว่านี้รายได้ที่เพียงพอต่อการยังชีพและทำให้คุณภาพชีวิตของพวกเขาดีขึ้น กว่าในปัจจุบัน ดังนั้นครับท่านประธาน การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาในเรื่อง ดังกล่าวนี้จึงมีความสำคัญจำเปึนอย่างยิ่งที่จะทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ภาคเหนือตอนล่าง ๑ ไม่ด้อยไปกว่าพี่น้องในภูมิภาคอื่น ๆ รวมถึงเปึนหนทางสำคัญที่ผมมอง ว่าจะเพิ่มโอกาสของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ๑ ให้สามารถพัฒนาขีดความสามารถ ด้านเศรษฐกิจ เพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขัน และลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำ ซึ่งนอกเหนือจากจะเปึนการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นยังเปึนการรวมถึง โอกาสในการพัฒนา และเติบโตของประเทศไทยไปอีกก้าวหนึ่งด้วยเช่นเดียวกันครับ ขอบพระคุณครับ