ชวน เปิดประเด็นปัญหาขัดแย้งสถาบันการศึกษา ถามความพร้อมย้ายสถานที่เรียน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ชวน หลีกภัย หารือปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลอุเทนถวายกับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน โดยตั้งคำถามถึงนโยบายงดรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และผลกระทบต่อสถาบันการศึกษาที่มีประวัติยาวนาน พร้อมสอบถามความพร้อมด้านพื้นที่และงบประมาณกรณีต้องย้ายสถาบันตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด รวมถึงการจัดสถานที่เรียนให้นักศึกษารุ่นที่ 2 ถึง 5 จำนวนเกือบ 700 คน และการดำเนินการคืนที่ดินให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตามคำสั่งศาล

นายชวน หลีกภัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่บรรจุกระทู้นี้ไว้ และขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวง อว. นะครับ ที่กรุณามาตอบคำถาม ประเด็นที่เปึนกระทู้ถามสด ที่กระผมเสนอต่อสภาในวันนี้มาจาก นโยบายการแก้ปัญหาที่มีปัญหาระหว่างสถาบันหลักของบ้านเมือง คือสถาบันเทคโนโลยี ราชมงคลอุเทนถวายกับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ซึ่งแนวทางในการแก้ปัญหาขัดแย้ง ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจากแนวความคิด การให้สัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขออภัยที่ใช้ชื่อสั้น ๆ เพื่อประหยัดเวลา เพราะเรามี ๑๕ นาทีสำหรับผู้ถาม และ ๑๕ นาทีสำหรับผู้ตอบ แล้วก็ จะรักษาเวลาเพื่อไม่ให้ประธานต้องเตือนนะครับ แต่ว่าก่อนที่จะตั้งคำถามก็กราบเรียน ขออนุญาตท่านประธานนะครับว่า ผมได้รับมอบหมายจากพรรคด้วยความเห็นว่าผมได้ เกี่ยวข้องกับสถาบันทั้งสองนี้มาตั้งแต่ต้น กล่าวคือผมเคยเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการอยู่ ๓ ป้ ทั้งสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันและสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลอุเทนถวาย ยังสังกัดกรมอาชีวศึกษา ยังสอนแค่ระดับ ปวช. ปวส. และผมก็ได้มีส่วนเกี่ยวข้องสนับสนุน สถาบันทั้งสองนี้ตลอดมา แม้กระทั่งเมื่อเปึนนายกรัฐมนตรีก็ได้แก้กฎหมายเพื่อให้สถาบัน เหล่านี้สอนถึงระดับปริญญา อันนี้ก็เปึนข้อผูกพันที่ภาคภูมิใจว่าสถาบันทั้งสองนี้เปึนสถาบัน หลักของชาตินะครับ กราบเรียนท่านประธานเพื่อท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีได้เข้าใจ เพราะว่าท่านอาจจะไม่รู้ว่าสถาบันทั้งสองนี้เปึนสถาบันที่สร้างมือเยี่ยม มือเชี่ยวชาญที่แท้จริง ของช่าง เดิมในอดีตเขาเรียกว่า ช่างต้องปทุมวัน ก่อสร้างต้องอุเทนถวาย อันนี้เปึนสาย ของภาคปฏิบัตินะครับ ย้ำเพราะว่าวิศวกรก็ดี สถาปนิกก็ดี แน่นอนทุกมหาวิทยาลัยก็ผลิต แต่ว่าในแง่ของผู้ชำนาญในการปฏิบัตินั้น สถาบันทั้งสองนี้ได้เปึนผู้ที่สร้างบุคลากรของเขา มาเกือบ ๑๐๐ ป้ บุคลากรที่เขาผลิตมานับเปึนแสนคน กระจัดกระจายรับใช้บ้านเมืองอยู่ทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชนนั้นได้มีส่วนสำคัญทำให้บ้านเมืองนี้เปึนอย่างนี้นะครับ มีความพร้อม เพราะฉะนั้นต้องชื่นชมยกย่องสถาบันนี้ว่าเขาได้ทำหน้าที่ ศิษย์ของเขาได้ทำหน้าที่ให้กับ บ้านเมืองตลอดมา เราจะต้องไม่ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากคนเพียงไม่กี่คนทำลายภาพพจน์ ชื่อเสียงของสถาบันเหล่านี้ครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่จะกราบเรียนเมื่อเกี่ยวข้องเช่นนี้ พรรคก็มอบหมายว่าผมใกล้ชิด แล้วก็รู้จักสถาบันทั้งสองนี้มาตลอดเวลา ในฐานะเปึน ผู้สนับสนุนให้สถาบันนี้เจริญก้าวหน้า ก็แน่นอนที่สุดว่าเมื่อมีนโยบายใดที่อาจจะกระทบ ต่อความก้าวหน้าของสถาบันก็น่าจะหยิบยกขึ้นมาสอบถามรัฐบาล ประเด็นที่กลายเปึน กระทู้สดถามด้วยวาจาเกิดขึ้นจากคำสัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรีครับ แล้วก็พาดพิงไปถึง นายกรัฐมนตรี แล้วก็โดยนโยบายที่ได้แถลงนั้นเกี่ยวข้องกับแนวนโยบายท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยก็เลยได้ถามนายกรัฐมนตรี แต่เฉพาะคำให้สัมภาษณ์นั้นก็ของท่านรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น ท่านรัฐมนตรีก็คงตอบคำถามนั้น คำถามที่เกิดขึ้นอันเกิดจากคำสัมภาษณ์ก็เกิดจาก การที่ท่านได้มีคำสั่งงดรับนักศึกษาป้ที่ ๑ ผมได้ติดตามข่าวสารเรื่องนี้จากแหล่งข่าว หลายแหล่งข่าวว่าลงผิดหรือไม่ ผู้จัดการ Online ก็ยืนยันว่ารัฐมนตรีสั่งให้งดรับนักศึกษา ป้ที่ ๑ มั่นใจการแก้ปัญหาจบลงภายในรัฐบาลชุดนี้ โดยเบื้องต้นได้มีคำสั่งไปยังอธิการบดี ให้งดรับนักศึกษาใหม่ในป้การศึกษา ๒๕๖๗ เพื่อลดจำนวนนักศึกษาลง ขณะเดียวกันยังมี มาตรการพิจารณา แล้วท่านก็บอกว่านายกรัฐมนตรีห่วงเรื่องนี้ กำชับให้คณะทำงานเร่งไปดู จาก Standard ข้อความก็เหมือนกันว่าสั่งให้งดรับนักศึกษาป้ที่ ๑ โดยสรุปแล้วท่านรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์งดนักศึกษาป้ที่ ๑ ผลก็คืออะไรครับ สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีสั่งไปนั้นอาจจะ ๑. ก็คือให้จำนวนที่ท่านบอกว่า เพื่อจำนวนนักศึกษาลดน้อยลงเพื่อแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น ความขัดแย้งระหว่างสถาบันอาจจะลดลงเพราะคนน้อยลง อันนี้อาจจะเปึนความคิดนะครับ แต่ว่าที่แน่ ๆ ก็คือการโยกย้าย เปลี่ยน พูดง่าย ๆ ก็คือตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ให้คืนที่ดินของสถาบันให้กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และต้องหาที่ใหม่ ท่านรัฐมนตรีก็ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา ของศาล ซึ่งก็เปึนเรื่องที่ถูกต้องครับ เปึนเรื่องที่ให้ความสนับสนุนให้สำเร็จ แล้วท่านบอกว่า จะต้องจัดการให้เสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ ผมก็ให้กำลังใจทำให้ได้สำเร็จ แต่ว่าสิ่งที่ คำสัมภาษณ์ติดตามมาก็คือว่าถ้าเรางดรับนักศึกษาป้ที่ ๑ ผลอะไรเกิดขึ้นครับ ผลก็คือ สถาบันการศึกษานี้จะไม่สามารถให้นักศึกษาจำนวนประมาณ ๖๐๐ คน ของป้ที่ ๑ เข้ามา เรียนได้ อันนี้จะเปึนการสูญเสียแล้วก็โดยสรุปอยากกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่า ในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีคำสั่งให้งดรับนักศึกษา ไม่ว่าสถานการณ์ชาติบ้านเมืองจะมีสงคราม มีเหตุร้ายใด ๆ เกิดขึ้น การสั่งให้งดรับนักศึกษาจะไม่มี อย่างมากที่สุดก็คือส่งไปเรียนที่ ซึ่งไม่มีปัญหา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็เคยมีปัญหาทหารยึดอาคารไปก็ส่งไปเรียนที่อื่น แต่ว่างดรับไม่เคยปรากฏนะครับ กราบเรียนว่าผมเปึนคณะกรรมการมหาวิทยาลัยอยู่ หลายแห่ง ก็อยู่ในวงการศึกษาอยู่พอสมควร ทบทวนดูแล้วว่าในกรณีใดที่จะมาสั่งงดรับ นักศึกษาก็ยังไม่มี ดังนั้นประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ไปนั้นก็เลยทำให้เกิดความสับสน ขึ้นพอสมควรครับ เมื่อวานนี้ก็ได้มีโอกาสพบกับอธิการบดีและคณะบดี รวมทั้งผู้บริหารของ มหาวิทยาลัยอุเทนถวาย ได้คุยกันจนเย็นเมื่อวานนี้ว่าจะทำอย่างไร ก็กราบเรียนว่าแม้ ท่านรัฐมนตรีจะเปลี่ยนแนวแล้วก็ตาม แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบครับ จนกระทั่งเมื่อวานนี้ อธิการบดีนำคำสัมภาษณ์ในไทยรัฐมาให้ที่ประชุมทราบว่า บัดนี้ท่านรัฐมนตรีได้เปลี่ยน แนวแล้ว เพราะฉะนั้นก็ขอแจ้งให้ทราบ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าปรากฏว่าสมาคมนักศึกษา ก็ไม่ทราบ ก็ยื่นหนังสือมา ๖ ข้อเรียกร้อง หนึ่งในข้อนั้นก็คือ มหาวิทยาลัยจะต้องรับนักศึกษา พูดง่าย ๆ ก็อยากปฏิบัติตามที่รัฐมนตรีได้สั่งไปด้วยวาจานะครับ แล้วก็กำชับว่ามหาวิทยาลัย จะต้องรับและจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัย อันนี้คือประเด็นที่ผมขอกราบเรียนที่ไปที่มา ดังนั้นเมื่อท่านรัฐมนตรีได้เปลี่ยนแปลงมา ในวันที่ ๖ ผมเองก็ไม่ทราบครับ ผมทราบเมื่อวานนี้เองว่ารัฐมนตรีได้เปลี่ยน โดยดูจากไทยรัฐ ได้ลงข่าวว่า ศุภมาศให้อุเทนถวายรับนักศึกษาป้ที่ ๑ ได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องส่งนักศึกษาที่รับนี้ ไปเรียนในที่อื่น เช่น ที่วิทยาเขตจันทบุรี ที่วิทยาเขตอื่นซึ่งเป่ดสอนอยู่ ก็มีคำถามติดตามมา เมื่อวานก็มีตัวแทนนักศึกษาป้ที่ ๒ ครับ ว่าถ้าอย่างนั้นป้ที่ ๒ ต้องย้ายด้วยไหม ดังนั้น ต้องกราบเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีก็ตามที่จะตอบก็คือว่า ประเด็นเรื่อง การสั่งงดรับข้อตกลงว่าจบนะครับ ตกลงว่าจบ ผมก็คิดว่าความเร่งด่วนที่ต้องตั้งกระทู้ถาม ด้วยวาจาด่วนนั้น อาจจะลดลงไป แต่มันมีประเด็นใหม่เกิดขึ้น กล่าวคือเดิมทีนั้นว่าจะถาม โดยกระทู้ธรรมดา หรือในราชกิจจานุเบกษาไหม คำตอบว่าช้าไปสัปดาห์เดียว ถ้าคำสั่ง งดรับนั้นมีผล ขณะนี้อยู่ในช่วงการรับช่วงที่ ๒ ของสถาบัน จะมีปัญหาครับ แล้วก็ผลปรากฏ จากรายงานเมื่อวานว่าคนที่ติดต่อมาสอบที่สถาบันนั้นได้สอบถามว่า ตกลงรับไหม รับแล้ว เรียนที่ไหน อันนี้ก็เลยได้ถามตัวเลขว่า มีคนแสดงความจำนงเข้ามาก็บอกว่าลดลงไป แต่ผมคิดว่ากระทู้วันนี้ท่านรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีสามารถที่จะทำให้เกิดความ กระจ่าง ช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนและคนที่อยากจะเรียนในสถาบันดังกล่าวนี้ก็สามารถ เข้ามาเรียนได้ ผมคิดว่ากระทู้นี้ก็จะเปึนประโยชน์กับรัฐบาลอย่างยิ่งครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คงจะต้องขอท่านรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ครับว่า ป้ที่ ๒ ป้ที่ ๓ ป้ที่ ๔ ป้ที่ ๕ จะต้องเรียนที่ไหนครับ ถ้าเราให้ป้ที่ ๑ ไปเรียนที่อื่น ซึ่งท่าน รัฐมนตรีได้พูดไว้ ๓ แห่งนะครับ บางแห่งก็อยู่ไกล เช่น จังหวัดจันทบุรี ถ้าผู้ที่สมัครเรียนอยู่ในกรุงเทพมหานคร เขาจะไปอยู่จังหวัดจันทบุรีหรือไปที่อื่นนั้นทำได้ หรือไม่ ท่านรัฐมนตรีผมเข้าใจดีนะครับ ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมาก่อน ผมรู้ว่าบางเรื่องเปึนเรื่องที่เจ้าหน้าที่เขาปฏิบัติ เราเปึนผู้รักษานโยบาย เพราะฉะนั้นบางเรื่อง ถ้ามันเปึนเรื่องที่ยังตอบไม่ได้ เพราะแล้วแต่ทางมหาวิทยาลัยจะต้องบริหารต่อไปก็ไม่เปึนไร ไม่คาดคั้น ท่านจะต้องตอบ แต่ว่าประเด็นคำแนะนำจากท่านก็คือว่า ป้ที่ ๒ ป้ที่ ๓ ป้ที่ ๔ ป้ที่ ๕ ซึ่งมีนักศึกษาอยู่ประมาณเกือบ ๗๐๐ คนนะครับ ถ้าเราไม่นับป้ที่ ๑ ป้ที่ ๑ ที่เขารับนั้น ป้ที่ ๑ ก็ประมาณสัก ๖๐๐ คน ป้ที่แล้วก็บอกว่ารับได้ ๕๐๐ กว่าคน ขณะนี้กำลังรับช่วงที่ ๒ อยู่ครับ เขารับ ๕ ครั้ง จะเรียนที่ไหน

ประเด็นที่ ๒ ก็คงจะเกี่ยวกับท่านนายกรัฐมนตรีครับว่า การย้ายสถาบันนี้ ไปยังที่อื่นตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลปกครองสูงสุดนั้น ได้เตรียมที่ไว้แล้วหรือไม่ งบประมาณได้เตรียมไว้หรือไม่ กราบเรียนถาม ๒ คำถามแค่นี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ