ศักดินัย นุ่มหนู วิพากษ์วิจารณ์นโยบายการประมงยุค คสช. ที่ใช้มาตรการเข้มงวดโดยไม่คำนึงบริบทดั้งเดิม จนส่งผลให้ชาวประมงได้รับความเดือดร้อนหนัก ทั้งการสูญเสียรายได้ บ้านแตกสาแหรกขาด หนี้สินล้นพ้นตัว และความขัดแย้งในชุมชน เพื่อแลกกับการได้รับรองจากชาติตะวันตก โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาสามารถแก้ได้ด้วยการเจรจาแทนการลงโทษหนัก
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้ร่วมเสนอร่างแล้วก็ได้อภิปรายกัน อย่างกว้างขวาง ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ถือว่าเป็นเรื่องที่สภาแห่งนี้ให้ความใส่ใจ สภาแห่งนี้เห็นอกเห็นใจ ถึงเพื่อนพี่น้องร่วมชาติที่ต้องเผชิญกับสภาวะวิกฤติเป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาจากอดีต เราก็ต้องบอกว่าการประมงของไทยนั้นเราได้พัฒนาเติบโตมาอย่างช้า ๆ จากอดีตจนถึง ปัจจุบันนั้นจากประมงพื้นบ้านมาเป็นประมงพาณิชย์ขนาดเล็ก ประมงพาณิชย์ ประมง นอกน่านน้ำ พัฒนาเป็นอุตสาหกรรมการประมงที่สร้างเศรษฐกิจและเติบโตให้กับประเทศนี้ อย่างมโหฬารอย่างมากมาย เป็นเพราะว่าเรามีพื้นที่ทะเลชายฝั่งไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐ กิโลเมตร ทั้งในฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน นั่นคือพื้นที่ที่เราได้สร้างเศรษฐกิจแล้วเรามีภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศที่เหมาะสม ในแง่ของการที่จะทำการผลิต การขนส่ง การแปรรูป การเพิ่มมูลค่า ทำให้ประเทศไทยนั้นติดอันดับต้น ๆ ของโลกในอุตสาหกรรมการประมง เราสามารถ ที่จะทำการบริหารและพัฒนาอาชีพประมงสู่อุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ในการที่จะใช้ เป็นอาหารใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าในประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแปรรูป เป็นอาหารสัตว์ก็ดี การแปรรูปเป็นอาหารที่เพิ่มมูลค่าส่งขายออกไปในต่างประเทศ เราเจริญรุ่งเรืองมากในอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทยเราเป็นผู้นำด้านอาหารทะเล และเป็นผู้สร้างความมั่นคงให้กับอาหารของโลก โดยมีบริบทของกฎหมายแล้วก็ยึดถือ กระบวนการที่พี่น้องประชาชนนั้นหรือผู้ที่มีอาชีพโดยตรงนั้นเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของ พ.ร.บ. สิทธิการประมง พ.ร.บ. เรือไทย พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย กฎกระทรวงแรงงานประมง เป็นต้น ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้กล่าวถึงนั้นเป็นเรื่องที่ เกิดขึ้นมาแล้วเป็นความรุ่งโรจน์ในอดีตก่อนที่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ตั้งแต่ทันทีที่เรา เข้าสู่ยุคของการบริหารภายใต้รัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหาร ก็ได้นำนโยบาย ที่รับเอามาจากชาติมหาอำนาจให้มาแก้ไขปัญหาการประมงของไทย ในประเด็นเรื่องของ IUU หรือที่เราเรียกว่าการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ขาดการควบคุม และการปรับระดับปัญหาการค้ามนุษย์จาก Tier 3 ก็ยกระดับในเรื่องของแรงงานภาคประมง มาเป็นประเด็น ซึ่งรัฐบาลก็ได้แก้ไขปัญหาโดยรัฐบาล คสช. ดำเนินการไปอย่างดุดัน การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นได้ใช้มาตรการทางกำปั้นเหล็กในการที่แก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องชาวประมง โดยไม่เข้าใจในบริบทของข้อเท็จจริงของการประมงที่เกิดขึ้นมาในอดีตเลย แม้แต่น้อย นำไปสู่การออกร่าง พ.ร.ก. ปี ๒๕๕๘ ฉบับนี้ขึ้นมา มีการแก้ไขเพิ่มเติม ในปี ๒๕๖๐ ผลลัพธ์จากการใช้ พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับนั้นเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน ได้สร้างความเสียหายอย่างไรบ้าง เราสูญเสียต่อเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวงมูลค่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตลอดระยะเวลา ๘ ปี ของการบริหารประเทศในรัฐบาลยุค คสช. ใน พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๖ ถ้าเราพูดถึงการสูญเสียทางสังคมเรื่องนี้ไม่มีตัวเลขในการที่จะ มาชี้วัดได้ ว่าเป็นมูลค่ามหาศาลเท่าไร ในทางสังคม ชีวิต ความรู้สึกของผู้คนที่เป็นพี่น้อง ชาวประมงนับแสนนับล้านคนบ้านแตกสาแหรกขาด มีหนี้สิน ล้มละลาย หลายครอบครัว ก็ต้องบอกเลยว่าไปต่อไม่ได้จริง ๆ มันอึดอัดตันใจนะครับ พ่อต้องติดคุกก็มี อันนี้ไปดูได้เลยครับท่านประธาน ผู้นำครอบครัวติดคุกจากการ ทำการประมงแล้วก็ถูกจับ ในช่วงของกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่ไม่มีช่วงระยะเวลา ของการให้มีการปรับตัว แม่ต้องไปทำงานรับจ้าง สุดท้ายลูกชายในครอบครัวเองก็ต้อง มาค้ายาติดยาเสพติด สิ่งเหล่านี้สร้างผลกระทบอย่างมหาศาลให้กับสังคมของชุมชน พี่น้องชาวประมง และในอดีตชุมชนชาวประมงพื้นบ้านกับชาวประมงพาณิชย์ก็มีการจัดสรร แบ่งปันทรัพยากรทำมาหากินร่วมกัน แต่ปัจจุบันสถานการณ์ของกฎหมายที่มันเข้มงวด ก่อให้เกิดความหวาดระแวง ความไม่ไว้วางใจ และสุ่มเสี่ยงไปสู่ความแตกแยกกันในหมู่ของ ชุมชนพี่น้องชาวประมง ทั้งหมดที่เราสูญเสียก็เพื่อที่จะให้ชาติมหาอำนาจในยุโรป หรือในอเมริกาเองให้การยอมรับ และยอมปลดใบเหลืองที่เอามาใช้ข่มขู่ในเรื่องของ การส่งออก ในเรื่องของประมงสินค้าประมงของเรา ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ยังมีบางประเทศ ที่มีการหยุดนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย แต่เราก็ได้ใช้วิธีการในการที่จะส่งหน่วยงาน เข้าไปเจรจาพูดคุย แล้วก็สามารถที่จะให้มีการนำเข้าสินค้าประมงจากประเทศไทยได้ ยกตัวอย่าง ในประเทศสวีเดนซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการประกาศห้ามนำเข้าปลาทูน่าทุกชนิด จากประเทศไทย แต่จากการเจรจาในปี ๒๕๕๖ ก็สามารถจะแก้ไขปัญหาโดยที่ไม่จำเป็น ต้องมีการจัดการแบบเฉียบพลันทั้งระบบแบบนี้ ชาวประมงก็ไปต่อได้ วันนี้พรรคก้าวไกล เราได้ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องชาวประมงทั้งประเทศ ทั้งประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ พูดคุยกันทั้งอุตสาหกรรมการประมง ทั้งประมงนอกน่านน้ำ ได้ทำการรวบรวมและศึกษา ข้อปัญหาทางกฎหมายหรือปัญหาต่าง ๆ เราจัดเวทีทั่วประเทศ ระยอง จันทบุรี ตราด พื้นที่ตัว ก ยันไปถึงภูเก็ต เป็นพื้นที่ที่เราพูดถึงพี่น้องชาวประมงให้เข้ามามีส่วนร่วมกันว่า โอกาสในการที่จะเป็นทางรอดของชีวิตนั้น จากการบริหารงานโดยที่ไม่มีการยึดโยง จากการที่ไม่ได้มีการเอาความคิดความเห็นของพี่น้องผู้ที่มีส่วนได้เสียในตรงนั้น เรามีการศึกษาและพูดคุยกัน เพื่อที่จะได้คืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องชาวประมง แต่ก็ทำได้นะครับเรามีการนำพี่น้องชาวประมงเข้ามาสู่สภาในเวทีสภานี้หลายครั้ง หลังจาก ที่ปลายปี ๒๕๖๒ ครับท่านประธาน พี่น้องชาวประมงมาชุมนุมกันที่หน้ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์หลังจากนั้นการปรากฏตัวของพี่น้องชาวประมงผู้เดือดร้อน ผู้ที่รับผลกระทบ จากกฎหมายอันหนักหน่วงนั้นก็ได้แสดงตัวตนมาเรื่อย ๆ แล้วก็เข้ามาสู่สภาของเรานี้หลายครั้ง เพื่อหวังว่าสภาจะเป็นที่ในการที่จะแก้ไขปัญหาให้พวกเขา แต่การที่ยื่นหนังสือ แต่การที่ ได้ยื่นกฎหมายเข้าวาระ ๑ เท่านั้นเองในสมัยที่แล้ว แล้วก็ไม่สามารถที่จะยื่นมาเข้าต่อไปได้ เพราะว่าติดไปด้วยเงื่อนไขภายใน ๖๐ วัน วันนี้กฎหมายประมงกลับเข้ามาสู่สภาอีกครั้ง มันจึงเป็นกฎหมายแห่งความหวัง มันจึงเป็นกฎหมายของชีวิตของพี่น้องชาวประมง พี่น้องเพื่อนร่วมชาติของเราที่มีความบอบช้ำอย่างแสนสาหัส เขารอคอยวันนี้ครับ เขารอคอย ที่จะเห็นกฎหมายฉบับนี้ในการที่จะเข้าสู่สภา เพราะฉะนั้นสภาแห่งนี้จะไม่สามารถทำอื่นใด ได้เลย นอกจากที่จะผ่านกฎหมายฉบับนี้ เร่งกระบวนการให้กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว และผมว่านี่คือโอกาสสำคัญของพี่น้องเรา ของผู้แทนราษฎรที่จะมีโอกาสในการที่จะไถ่โทษ หรือไถ่บาปที่เรามีต่อพี่น้องชาวประมงไม่มากก็น้อย ในการที่จะได้ช่วยผ่านกฎหมายฉบับนี้ นำวิถีชีวิตของพี่น้องชาวประมงนับแสนนับล้านนี้กลับมา ผมจึงขอให้สภาแห่งนี้ให้การรับรอง ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ในการที่จะนำไปสู่การฟื้นฟูความหวังและความมั่นคงทางเศรษฐกิจทางสังคมของชุมชน ของพี่น้องชาวประมง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะนำความสุข ความมั่นคงของชีวิตของพี่น้องชาวประมง นำไปสู่เรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรม การประมง นำประเทศไทยกลับมายิ่งใหญ่กันอีกครั้ง และพัฒนาความยั่งยืนบนหลักการ ของทรัพยากรที่เราจะใช้ประโยชน์ร่วมกัน อย่างมีความรู้รับผิดชอบของผู้ที่ใช้และร่วมจัดการ ทรัพยากร เพื่อให้อาชีพประมง เพื่อให้ลูกหลานของชาวประมงเรานั้นสามารถที่จะมีอาชีพ และทำกินต่อไป ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน