พงศธร ศรเพชรนรินทร์ แถลงแทนชาวประมงเรียกร้องให้เร่งแก้ไขกฎหมายประมงที่ล้าสมัยแทนการรอศึกษาเพิ่มเติมจากคณะรัฐมนตรี เพื่อคลายทุกข์ให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบมานาน พร้อมเสนอการกระจายอำนาจให้คณะกรรมการประมงจังหวัดมีบทบาทกำหนดนโยบายในพื้นที่ 12 ไมล์ทะเล โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชาวประมงและประชาชนท้องถิ่น รวมถึงการจัดการเขตประมงอย่างเป็นธรรมระหว่างประมงพื้นบ้านกับประมงพาณิชย์ การปรับปรุงกฎหมายให้แยกประเภทความผิดอย่างชัดเจน คุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้เยาวชนสืบทอดวิถีชีวิตประมงอย่างปลอดภัย
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา จากพรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ของคุณวรภพ วิริยะโรจน์ และทุก ๆ ร่างที่เสนอร่วมกันในวันนี้นะครับ วันนี้ผมในฐานะ ผู้แทนราษฎรขอพูดแทนราษฎรอำเภอแกลงที่เป็นชาวประมง พูดแทนชาวประมงจังหวัดระยอง พูดแทนพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ ที่ผมได้ไปพบปะพูดคุยมาตลอด ๕ ปี ที่ผ่านมาตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา ผมได้รับรู้ถึงความเจ็บช้ำเจ็บปวดของชาวประมงกับกฎหมาย ประมงที่ทุกคนก็รู้กันดีว่าออกโดยรัฐบาล คสช. มาตลอด ๘-๙ ปี ออกโดยคนที่ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่เข้าใจประมงจริง ๆ นี่เรียกว่า ไม่รู้จักคลื่น แต่อยากจะวิจารณ์ทะเล อยากจะแก้ปัญหา อ้าง IUU จะจับหนูตัวเดียว แต่กลับเผาบ้านทั้งหลัง ทำให้คนในบ้านเดือดร้อนเจ็บปวด มาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้หลายคนหลายชีวิตล่มสลาย เรือจอดเรียงรายมากมายมหาศาล พี่น้องชาวประมงเจ็บช้ำกันมามาก มาถึงวันนี้เป็นที่น่ายินดีที่แทบทุกพรรคการเมือง เห็นพ้องต้องกันว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องแก้ไข และตอนนี้วาระก็ได้รับการบรรจุถือว่า เป็นความหวังของพี่น้องชาวประมงทั้งประเทศครับ ตอนแรกผมก็ยังเข้าใจว่าทาง ครม. จะมีร่างมาประกบเพื่อเดินหน้าพร้อมกันในวันนี้ ก็เป็นที่น่าเสียดายที่สุดท้ายก็ยังไม่มา แล้วก็มีการแจ้งว่า ครม. จะขอเวลาไปศึกษาก่อน ตรงนี้ผมต้องขออนุญาต ครม. จริง ๆ ว่า จริง ๆ ไม่ควรจะศึกษาอีกแล้วนะครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้เราก็มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาร่วมกัน ผมก็นั่งอยู่ในนั้น ตัวแทนฝ่ายรัฐบาลขออนุญาตเอ่ยนามท่านปลอดประสพ ท่านก็มีความรู้ความเข้าใจ แล้วก็ทำงานกับฝ่ายรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง และผมเข้าใจว่า ท่านเข้าใจดีว่าจะต้องแก้อะไร ผมก็ไม่เข้าใจว่าจะต้องศึกษาอะไรเพิ่มเติมอีก ดังนั้นในวันนี้ ผมจึงอยากจะขอเรียกร้องให้พวกเราผู้แทนราษฎรทุกพรรคที่ได้เสนอร่างช่วยกันยืนยันว่า ไม่ต้องรอ ครม. ไม่ต้องยื้อเวลากันอีกแล้วครับ ยิ่งช้าประชาชนยิ่งรอก็ยิ่งเจ็บช้ำเจ็บปวดมากขึ้น ผมอยากให้เราเดินหน้าเพื่อให้พี่น้องชาวประมงได้คลายทุกข์เสียที อย่าให้พี่น้องประมง ต้องรออีกเลยครับ เพราะว่ากฎหมายปัจจุบันนั้นมีหลายเรื่องที่ต้องแก้ไข บางเรื่องสามารถ ออกแบบใหม่ให้ดีกว่านี้ได้ ดังที่ร่างไว้ในร่างของคุณวรภพ วิริยะโรจน์ ที่ผมก็มีส่วนร่วม ในการเสนอสาระสำคัญดังที่ได้ขอนำเรียนท่านประธานในวันนี้
เรื่องที่ ๑ ที่มีการพูดคุยกันไปแล้วหลายครั้งหลายคราว หลายคน หลายท่าน ก็คือ เรื่องการกระจายอำนาจ ให้อำนาจคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดได้มีอำนาจในการ ออกแบบวิธีการข้อกำหนด ข้อห้ามอะไรทำได้ ทำไม่ได้ในจังหวัดของตัวเอง เรื่องนี้เป็นเรื่อง สำคัญ เพราะว่าไม่มีใครรู้จักทะเลจังหวัดระยองดีเท่ากับชาวประมง ดีเท่ากับคนในจังหวัด ระยอง ไม่มีใครรู้เรื่องทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ดีเท่ากับชาวประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ออกเรือทุกวันแน่ ๆ ไม่มีใครรู้เรื่องที่จังหวัดตราดดีเท่ากับชาวประมง ดีเท่ากับคนตราดแน่ ๆ ดังนั้นหลักการกระจายอำนาจคือหลักที่เราจะต้องให้ความสำคัญ เพราะว่าแต่ละพื้นที่ มีวิถีการทำประมงที่ต่างกันมีภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ที่สำคัญโครงสร้างคณะกรรมการ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่จะต้องให้สัดส่วนของประชาชน สัดส่วนของชาวประมง เข้าไปมีส่วนร่วม ให้มากขึ้น โดยสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ร่วมกำหนดวิถีชีวิตของตัวเองจริง ๆ โดยที่เรา ควรจะให้อำนาจคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดสามารถกำหนดได้ในขอบเขต ๑๒ ไมล์ทะเล
เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือเรื่องเขตทำการประมงครับ เรื่องเขต ทำการประมงเพื่อความเป็นธรรมกับทั้งชาวประมงพื้นบ้านและพาณิชย์ ก็ควรจะให้เป็น เขตห้ามเข้า ไม่ใช่เขตห้ามออกที่จะมาขังกัน ตลอด ๑๒ ไมล์ทะเล ต้องเป็นพื้นที่ที่ชาวประมง พื้นบ้านออกทำการประมงได้ แล้วค่อยมาขีดเส้นว่าเส้นไหนกี่ไมล์ทะเล เรือประมงประเภทใด ห้ามเข้า นี่คือสาระสำคัญที่ผมอยากจะให้มีการแก้ไขและพี่น้องก็รอการแก้ไขอยู่ รวมไปถึง วิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านที่มีความหลากหลายในการใช้เครื่องมือทำการประมงที่จะต้อง เปลี่ยนผันไปตามฤดูกาล เรื่องนี้ก็สำคัญที่จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงการสืบทอดภูมิปัญญาการทำประมง พื้นบ้าน ที่ผ่านมาจะต้องมีการเรียนรู้กันตั้งแต่อายุยังน้อย ผมเข้าใจดีว่าเราควรจะมี การคุ้มครองดูแลแรงงานเด็ก แต่ว่าจะทำอย่างไรที่จะไปด้วยกันได้ ในส่วนที่เป็นแรงงาน ก็ต้องห้ามแรงงานอายุ ๑๘ ปีลงเรือ แต่ในส่วนของผู้สืบสันดาน ผู้สืบทอดภูมิปัญญา จะสามารถลงไปเรียนรู้สืบทอดภูมิปัญญาการทำมาหากินในวิถีชีวิตชาวประมงได้ นี่คือ หลักสำคัญที่เราจะต้องจัดการร่วมกัน รวมไปถึงแน่นอนครับเรื่องโทษหลายท่านพูดไปแล้ว เรื่องโทษหลักสำคัญที่ผมอยากจะเสริมก็คือว่า ควรจะต้องแยกโทษให้ชัดเจนเป็นหมวดหมู่ โทษไหนที่ว่าด้วยการทำลายล้างทรัพยากร โทษไหนที่ว่าด้วยการค้ามนุษย์ ละเมิดสิทธิแรงงาน แน่นอนครับ ตรงนี้จับปรับเต็มที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้อีก แต่โทษใดที่เป็น โทษธุรการเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แจ้งเข้าแจ้งออกเหล่านี้ควรแยกออกมาให้เป็นลหุโทษ เพื่อไม่ให้ชาวประมงจะต้องรับภาระค่าปรับมหาศาลเหมือนที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้ครับท่านประธาน ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการ ผมขอเรียกร้องอีกครั้งต่อสภาแห่งนี้ ขอให้รับหลักการในวันนี้เพื่อเดินหน้าทันที เพื่อคืนชีวิต คืนศักดิ์ศรีให้ชาวประมง ขอบคุณครับ