กฤช ศิลปชัย หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบต่อชีวิตนักประมงชายฝั่งภาคตะวันออก และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการอนุญาตต่าง ๆ ให้เป็นแบบ One Stop Service หรือแบบ Online เพื่อลดภาระในการประกอบอาชีพ
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องขออภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ท่านประธานครับ สืบเนื่องจาก พ.ร.ก. การประมง ฉบับ ๒๕๕๘ ที่ผ่านมาถูกบังคับใช้ ทำให้พ่อแม่พี่น้องที่ประกอบอาชีพประมงได้รับ ความเดือดร้อนอย่างสาหัส ถ้าท่านประธานไปดูแถวพื้นที่ผมบริเวณปากน้ำระยอง ท่านประธานจะเห็นเลยครับว่ามีเรือประมงจอดนับหลายร้อยลำ แล้วก็ไม่เคยออกได้ บางลำจอดจนจมไปแล้วนะครับท่านประธาน ก็ด้วยข้อกำหนดที่ออกมาโดยไม่มีการ มีส่วนร่วมต่าง ๆ แล้วก็ออกมาโดยรัฐบาล คสช. ในยุคนั้น ท่านประธานครับ ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ของชายฝั่งภาคตะวันออกก็มีเต็มไปหมด ตัวอย่างที่พี่น้องประชาชน ของผมเจออยู่ ก็เช่นเรื่องการแจ้งชื่อลูกเรือผิด ผิดแค่ชื่อ เป็นพี่น้องกันชื่อคล้ายกัน แต่แจ้งชื่อผิด ปรากฏว่าถูกปรับ ๒ ล้านบาทครับท่านประธาน ปรับกันเอาเป็นเอาตาย อยู่กันไม่ได้ครับ กลับมาถึงประมงพื้นบ้านในพื้นที่ของผมเองทรัพยากรมันไม่มีแล้ว โดนสารพัด การพัฒนาน้ำมันก็รั่ว ทะเลก็ถม แถมยังจำกัดเขตทำการประมงของพี่น้องประมงพื้นบ้านไว้ ๓ ไมล์ทะเล อยากจะถามว่าหลักตรงนี้ที่ผ่านมาเราใช้หลักอะไรคิดครับ เราจะนับจากตรงไหน ของชายฝั่งบ้านผมถมทะเลออกไปไม่รู้กี่กิโลเมตร ก็กินพื้นที่ทำการประมงไปแล้ว บางที่มีสะพาน มีท่อก๊าซ มีท่อน้ำมัน เต็มไปหมดครับ อย่างนี้ผลกระทบก็เกิดกับพี่น้องประมง ลำพังจะออกไปหากินนอกพื้นที่ที่กำหนดก็ถูกจับถูกปรับอีก นี่คือปัญหาครับ
ดังนั้นผมได้อ่านร่างของคุณวรภพ วิริยะโรจน์ แล้วก็พบว่ามีหลายมาตราที่ได้ นำเรื่องปัญหาต่าง ๆ ที่ผมกล่าวไปนี้ได้มีการแก้ไข เพื่อการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ผมยกตัวอย่าง เช่น ในเรื่องของเขตทะเลชายฝั่ง ๓ ไมล์ทะเล ที่กำหนดอยู่ในกฎหมายเดิม แล้วเราก็ได้มีการเพิ่มเติมถึงแนวชายเกาะอีก ท่านประธานครับ เกาะนี้อยู่ห่างจากฝั่งไป ก็เกิน ๕ ไมล์ทะเล ผมยกตัวอย่างเช่น เกาะเสม็ดบริเวณด้านหลังเกาะเสม็ดห่างออกไป ไม่เกิน ๑ กิโลเมตร ไม่ถึง ๑ ไมล์ทะเลด้วยซ้ำ ก็มีเรือขนาดใหญ่เครื่องมือแบบทำลายล้าง ก็ได้ลากไปลากมาอยู่แถวนั้น เรือพี่น้องประมงเรือเล็กก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ซึ่งถ้าร่างกฎหมาย ฉบับนี้ของพวกเราได้ผ่านสภาของเราก็เชื่อว่าปัญหานี้ก็ได้รับการแก้ไข แล้วก็เป็นประเด็น ที่ไม่เห็นในหลาย ๆ ร่าง แต่ว่าก็เห็นในร่างของพรรคก้าวไกล
ต่อมาเรื่องของการกระจายอำนาจให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัด มีเพื่อน สส. หลายท่านได้พูดไปแล้ว ซึ่งผมก็จะมาพูดว่าเหตุผลใดทำไมเราถึงจำเป็นต้องให้ นายก อบจ. เป็นประธาน ถ้าเรายึดหลักการในเรื่องของระบอบประชาธิปไตย การที่ผู้รับผิดชอบ ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุดในเขตระดับจังหวัด ก็คงหนีไม่พ้นนายก อบจ. นายก อบจ. ควรรับผิดรับชอบกับสิ่งที่ทำได้ ซึ่งคนที่จะให้คุณให้โทษก็คือพี่น้องประชาชนเอง ถ้าวันหนึ่ง บริหารจัดการเรื่องเหล่านี้ไม่ดี พี่น้องประชาชนก็มีสิทธิที่จะเปลี่ยนที่จะลงโทษผ่านกติกา ในการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนครับ
ต่อมาเรื่องการต่อเอกสาร ต่อใบอนุญาตต่าง ๆ ที่ปัจจุบันมันต้องไป หลายหน่วยงานมาก ไม่รู้วัน ๆ หนึ่งจะไปต่อเอกสาร บางทีวันเดียวไม่จบ ต้องใช้เวลาถึง ๒ วัน ๓ วัน ก็มีการเสนอให้มีการทำใบอนุญาตแบบ One Stop Service หรือเป็นรูปแบบ Online เราควรนำเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาใช้ได้แล้ว จริงอยู่ครับ พ่อแม่พี่น้องประมง บางท่านอาจจะไม่ได้จบการศึกษาสูง แต่อย่าลืมว่าพวกเขามีลูกมีหลานที่สามารถช่วย เรื่องพวกนี้ให้เขาได้ ฉะนั้นภาครัฐก็ควรที่จะอำนวยความสะดวกนำเรื่องเทคโนโลยีเหล่านี้ เข้ามาช่วยเหลือในการแก้ไขหรือว่าต่อทะเบียนแบบให้ง่ายที่สุด เพื่อลดภาระในการเดินทาง ไม่เป็นภาระ ไม่ต้องเสียเวลาในการประกอบอาชีพทำมาหากิน
สุดท้ายผมยืนยันว่าพี่น้องประชาชนรอกฎหมายฉบับนี้มาอย่างยาวนานแล้ว ทนอยู่กับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสมาอย่างยาวนานแล้วครับ วันนี้เป็นโอกาสอันดี ที่สภาเราได้พิจารณา แล้วก็คาดหวังว่าเร็ว ๆ นี้ กฎหมายฉบับนี้จะปลดล็อกวิถีชีวิต จะคืนความมั่นคงให้กับพี่น้องผู้ประกอบอาชีพประมง ทั้งพี่น้องประมงพาณิชย์และพี่น้อง ประมงพื้นบ้าน ขอบคุณท่านประธานครับ