เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ชี้แจงการดำเนินงานของ ปปง. ในการยึดทรัพย์สินจากคดีต่างๆ ทั้งจากคดีจำนำข้าว คดีฟุกเทียน และคดีหมูเถื่อน พร้อมย้ำความโปร่งใสในการแต่งตั้งผู้จัดการทรัพย์สินและกระบวนการบริหารจัดการที่เปิดโอกาสให้ผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าร่วม โดยยืนยันไม่พบพฤติกรรมทุจริตและเงินทั้งหมดเข้าระบบอย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันเน้นย้ำความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการป้องกันการฟอกเงินในยุคดิจิทัล ทั้งการใช้คริปโตเคอร์เรนซี การซื้อขายพระเครื่องและวัตถุโบราณ การหลอกลงทุนออนไลน์ และอาชญากรรมไซเบอร์ รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและคุ้มครองผู้เสียหายได้ทันท่วงที
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรครับ กระผม พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้แทนสำนักงาน ปปง. ขออนุญาตชี้แจงผ่านท่านประธานไปถึงสมาชิกที่อภิปรายหลายราย บางส่วนอาจจะ ตอบเจาะ บางส่วนอาจจะตอบในภาพรวม เนื่องจากว่ามีหลายท่านอภิปรายไปในแนวทาง ใกล้เคียงกัน ผมขออนุญาตตอบรายแรกก่อน ในเรื่องของบริษัท ทรัพย์สินทร์ 54 จำกัด ครับ บริษัท ทรัพย์สินทร์ 54 จำกัด เป็นคดีจำนำข้าวเมื่อปี ๒๕๕๙ ตอนนั้นยึดทรัพย์มาทั้งหมด ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีทรัพย์ทั้งสิ้น ๑,๓๖๒ รายการ ๙,๖๙๒ ล้านบาท บริษัท กรีฑา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึดมา มันเป็นคอนโดมิเนียม จำนวน ๗๐๐ ห้อง แต่ว่าอยู่ระหว่างก่อสร้าง ๔๐๐ กว่าห้อง เกือบ ๆ ๕๐๐ ห้อง เป็นคอนโดมิเนียมที่เสร็จแล้ว มีการวางเงินดาวน์แล้วรอการโอน หรือโอนไปบางส่วนแล้วแต่จำนวนน้อยมาก ๒๐๐ กว่าห้อง เมื่อยึดมาแล้ว ต้องเรียนก่อนว่าเหตุการณ์นี้เกิดมาเมื่อปลายปี ๒๕๕๙ ต่อปี ๒๕๖๐ ขณะนั้นยึดมาแล้ว ผู้มีส่วนได้เสียหรือเจ้าของไม่มาขอรับไปดูแล แต่พอมันเป็นอาคารชุด มันมีส่วนหนึ่งที่กฎหมายบัญญัติก็คือต้องชำระค่าส่วนกลาง ๗๐๐ ห้อง ต้องจ่ายค่าส่วนกลาง ทั้งหมด ๗๐๐ ห้อง เมื่อผู้มีส่วนได้เสียไม่มารับไปดูแล เพราะว่าการที่ให้ผู้มีส่วนได้เสียรับไป ดูแล ไม่สามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ แล้วเขาก็ไม่มารับ พอไม่มารับในส่วนของ ปปง. เอง ก็จำเป็นต้องหาทางบริหารทรัพย์ดังกล่าว เพื่อให้มีเงินรายได้เอาไปจ่ายค่าส่วนกลางคือ นิติบุคคล ที่ท่านนนท์นำมาว่ามีผู้ยื่นมานี้ ต้องขออนุญาตเท้าความนิดหนึ่ง ก็คือหนังสือที่เขา ยื่นมานี้คือพฤษภาคม ปปง. เองมีประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม เชิญชวนนิติบุคคลหรือบุคคลใด ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาเป็นผู้จัดการบริหารอาคารชุดทั้งหมด โดยกำหนดเงื่อนไขว่าเมื่อมัน นำไปบริหารแล้วจะต้องส่งรายได้ให้กับกองบริหารจัดการทรัพย์สิน เพื่อนำมาเป็นเงินกองกลาง เอามาใช้จ่ายเกี่ยวกับทรัพย์ แล้วอีกส่วนหนึ่งจะต้องเก็บไว้รอคำพิพากษาศาลถึงที่สุดว่า ตกเป็นของแผ่นดินก็ส่งแผ่นดิน แต่ถ้าเกิดให้คืนกับผู้เสียหายเราต้องเอาเงินนี้คืนผู้เสียหาย
ปัญหามีอยู่ว่าเราประกาศสาธารณะในช่องทาง Website ของ ปปง. เลย ต้องการใครมาเป็นผู้จัดการ เป็นเวลา ๑๕ วัน มี บริษัท ทรัพย์สินทร์ 54 จำกัด ได้รับทราบ ประกาศแล้ว ก็ยื่นเข้าเสนอตัวเพียงรายเดียว ต้องขออนุญาตว่าเหตุการณ์มันเกิดปี ๒๕๖๐ ผมมาอยู่ ปปง. สิงหาคม ปี ๒๕๖๕ เรื่องนี้ผมก็กลับมาดูเหมือนกัน หลังจากที่คณะกรรมาธิการ การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติดเรียกไปถาม เราทราบเรื่องแล้ว ผมก็กลับมา ดูอีกส่วนหนึ่ง ในขณะนั้นเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าไม่อยากได้ บริษัท ทรัพย์สินทร์ 54 จำกัด เหมือนกัน เพราะมันมีเพียงแค่รายเดียว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้นคือ คุณสมบัติเขา ครบตามที่ประกาศ คณะกรรมการเลยต้องลงนามในสัญญากับ บริษัท ทรัพย์สินทร์ 54 จำกัด ให้เขาเป็นผู้จัดการบริหารนิติบุคคล ก็คือห้องชุดในความรับผิดชอบของ ปปง. ประมาณ ๒๐๐ กว่าห้อง ในระหว่างสัญญาเป็นเวลา ๕ ปี บริษัท ทรัพย์สินทร์ 54 จำกัด ส่งเงินรายได้ ตามสัญญามาโดยตลอด รวมทั้งสิ้น ๓๑ ล้านบาท เงินจำนวนนี้ส่วนหนึ่งได้นำไปจ่ายนิติบุคคล เป็นค่าส่วนกลาง เพื่อให้นิติบุคคลเขาอยู่รอด เพราะว่า ๗๐๐ ห้อง มีห้องใช้ได้ ๒๐๐ ห้อง อีก ๕๐๐ ห้องเป็นซาก จนกระทั่งปี ๒๕๖๕ คดีถึงที่สุด ทำให้ ปปง. ไม่มีอำนาจบริหาร จัดการทรัพย์สินดังกล่าว และต้องส่งทรัพย์คืนให้เป็นของแผ่นดินโดยผ่านกรมธนารักษ์ เมื่อหยุดสัญญาการบริหารทรัพย์สิน ในเดือนสุดท้าย บริษัท ทรัพย์สินทร์ 54 จำกัด ไม่จ่ายงวดสุดท้าย เงินค้างอยู่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ตอนนี้ ปปง. กำลังฟ้อง บริษัท ทรัพย์สินทร์ 54 จำกัด อยู่ แต่ในระหว่างการดำเนินการที่ผ่านมาเราก็กลับมาตรวจ อีกรอบหนึ่งว่ามันโปร่งใสไหม มันมีขั้นตอนใดที่ผิดกฎหมายบกพร่องหรือมีแนวโน้มส่อไป ในทางทุจริตไหม ก็ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าขณะนี้เราก็กำลังตรวจสอบ เอกสารสัญญา เนื่องจากว่าพอมันผ่านมานาน ผู้ที่ได้มีอำนาจอนุมัติหรือผู้ที่เกี่ยวข้องบางส่วน ก็เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ขออนุญาตย้ำว่าถ้ามีการทุจริตหรือมีการได้ผลประโยชน์ ในทางอ้อมหรือในทางตรงก็แล้วแต่ เราไม่ปล่อยผ่านไป ก็ต้องเรียนท่านประธานไปถึงท่านนนท์ว่า ตรงนี้ผลการตรวจสอบคืบหน้าเป็นประการใด สำนักงาน ปปง. จะรายงานข้อมูลผลการดำเนินการตรวจสอบ ให้คณะกรรมาธิการ การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติดได้รับทราบ เนื่องจากว่าเรื่องนี้มันมาจาก คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติดซึ่งเป็นต้นเรื่อง ผมยืนยัน ว่าเรื่องนี้เราไม่ได้เพิกเฉยและเราตรวจให้ ข้อมูลทั้งหมดพร้อมจะเปิดเผย พร้อมชี้แจง แต่จากการดูในเบื้องต้นเรายังไม่เห็นความผิดปกติ เรื่องทุจริตเลยยืนยันว่าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์เข้ามาในระบบบัญชีของ ปปง. แล้วก็มีการจ่ายโดยผ่านขั้นตอน อย่างเข้มงวด เหลืออีกอันหนึ่งก็คือว่ามันจะมี Conflict of Interest หรือไม่ ก็คือผู้เกี่ยวข้อง มีส่วนได้เสียหรือมีความเกี่ยวพันกันหรือเปล่า อันนี้เรากำลังตรวจสอบ
ในส่วนของ Townhouse ที่ภูเก็ต เนื่องจากเจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์หรือ ผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้ยื่นคำร้องขอรับไปดูแล เพื่อไม่ให้ทรัพยากรเสื่อมโทรมเราจึงออกประกาศ ให้เช่าต่อสาธารณะเหมือนกัน แต่ก็ต้องเรียนก่อนว่า ปปง. มิใช่บริษัทที่ประกอบกิจการ ในเชิงพาณิชย์เพื่อต้องการผลกำไร เราเพียงต้องการรักษาสภาพทรัพยากรไว้มิให้เสื่อมสูญสลาย แล้วมีดอกผลที่พอสมควรต่อการดูแลรักษา แล้วเก็บไว้ให้ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดินหรือเจ้าของทรัพย์ ในการประกาศดังกล่าวในอัตราค่าเช่ามันก็เลยอยู่ในเกณฑ์ที่ผู้เช่า เช่าไหว เจ้าหน้าที่รับได้ แต่ก็เช่นกันครับ เดี๋ยวเราจะไปตรวจอีกทีหนึ่งว่าอัตราค่าเช่า ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน มันเหมาะสมหรือไม่ มันผ่านเกณฑ์ของ ปปง. หรือไม่ แล้วก็มี ผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ในกรณีนี้ก็ขอรับเป็นข้อมูลแล้ว ปปง. จะไปดำเนินการตรวจสอบ แล้วก็นำในรายละเอียดของผลการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง เรียนท่านนนท์ผ่านคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด
ในส่วนของท่านอื่น ๆ ผมขออนุญาตนำเรียนอย่างนี้ครับ ที่ผ่านมา ปปง. อยู่ในหน่วยตั้งรับ เนื่องจากว่าความผิดฟอกเงินมันไม่เป็นความผิดในตัวเอง ต้องมีความผิด มูลฐานเกิดขึ้นก่อน ณ ปัจจุบันนี้ความผิดมูลฐานของการฟอกเงินในประเทศไทยมีทั้งหมด ๒๘ ฐานความผิด ต้องมีการดำเนินคดีในความผิดมูลฐานก่อน หน่วยงานที่มีการจับกุม บังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีส่งเรื่องมาให้ ปปง. แล้ว ปปง. จึงจะเป็นหน่วยงานลำดับที่ ๒ เข้าไปตรวจสอบมาตรการในทางแพ่งก็คือเกี่ยวกับทรัพย์สิน แต่ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่า ผู้บังคับบัญชาที่กำกับดูแล ปปง. คือท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อปีที่แล้วหลังจากท่านนายกรัฐมนตรี และ ครม. เข้ารับตำแหน่งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายเลยว่าให้ ปปง. เริ่มดำเนินการ ในเชิงรุกบ้าง เพื่อลดอาชญากรรมทางด้านการฟอกเงิน และเพื่อให้ผู้กระทำผิดเกรงกลัว และเข็ดหลาบ ตอนนี้เราก็ดำเนินการในเชิงรุกมากขึ้น โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ต้องเรียนยืนยันว่าถ้ามันไม่มีการจับกุมความผิดมูลฐาน ปปง. ก็ได้แต่นั่งมองตาปริบ ๆ ก็ยังทำอะไรไม่ได้ หรือบางครั้งหน่วยงานที่จับกุมยังไม่ได้รายงานมา เราเพียงทำได้แค่ ประสานข้อมูล แล้วขอให้เขารายงานมาโดยไว เพื่อเราจะได้ไปดำเนินการมาตรการในทางแพ่ง ก่อนที่ทรัพย์สินมันจะถูกเคลื่อนย้ายหลบหนีไป ตรงนี้เรากำลังพยายามดำเนินการตามข้อสังเกต ของท่านเลยครับ เรากำลังปรับเปลี่ยน แต่อาจจะต้องใช้เวลาบ้าง
ปัญหาของ ปปง. ก็คือข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ เนื่องจาก ปปง. มาตั้ง อยู่ที่กรุงเทพ แต่พื้นที่รับผิดชอบทั่วราชอาณาจักร งบประมาณในแต่ละปีเราได้ค่อนข้างน้อย ต้องขออนุญาตเรียนว่าเรามีข้าราชการอยู่ ๕๐๐ คน เป็นส่วนปฏิบัติการจริง ๆ ประมาณ ๒๐๐ บวกลบ อีกส่วนหนึ่งก็เป็นส่วนสนับสนุน เพราะเนื่องจากว่างาน ปปง. มันมีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานฝึกอบรม งานกำกับตรวจสอบเราก็พยายามขอคนเพิ่ม แต่ยังไม่ได้รับ เราพยายามของบประมาณเพิ่ม แต่ยังไม่ได้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบปี ๒๕๖๗ ซึ่งใช้ไป พลางก่อน ทำให้ข้อจำกัดในการทำงานของ ปปง. ก็ค่อนข้างจำกัด เพราะมีเงินในการทำงาน ไม่มากนัก
แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากนำเรียนท่านประธานสภาและสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร คือกฎหมายครับ กฎหมาย ปปง. ใช้มา ๒๐ กว่าปี ปรากฏว่าวันนี้ทุกคนรู้หมด Physical Asset บ้าน ที่ดิน เงินสด เงินในบัญชีธนาคาร ปัญหาของเราคือวันนี้คนร้าย นำทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิดไปไว้ไหน Physical Asset ค่อนข้างน้อย มันไม่มียึดได้ แบบมหาศาลเป็นพัน ๆ ล้านเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะว่าคนร้ายเริ่มมองแผนการดำเนินการ ของ ปปง. ออก แล้วก็หลบเลี่ยง ในขณะเดียวกันเราก็พยายามขอแก้กฎหมายให้เป็นปัจจุบัน เพื่อตามทันคนร้าย โดยเฉพาะยิ่งเทคโนโลยี Blockchain และ Cryptocurrency ตัวร่างกฎหมาย ดังกล่าวตอนนี้อยู่ระหว่างรอการนำเข้าสภาเพื่อพิจารณา กำลังขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภา เมื่อกฎหมาย ปปง. เข้ามาแล้ว ก็ต้องกราบ รบกวนทุกท่านให้ช่วยกันสนับสนุนปรับกฎหมายนี้ เพื่อให้เรามีเครื่องมือและอาวุธใหม่ ๆ ไปรบกับคนร้าย คดีของ ปปง. คดีฟอกเงินอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ คนร้ายมีฐานะ มีความรู้ มีที่ปรึกษากฎหมายทั้งหมดครับ เพราะฉะนั้นการที่จะไปดำเนินการกับเขาไม่ง่าย จำเป็นต้องมีกฎหมาย ต้องมีเครื่องมืออะไรช่วยเราบ้าง เพื่อให้เราไปต่อได้ ก็ต้องเรียนอย่างนี้
แล้วอีกอันหนึ่งก็คือมาตรฐาน FATF คือมาตรฐานสากล วันนี้เราปรับไปได้อีก ๒ ข้อแล้ว ก็เป็น ๓๓ ข้อ คือตัวกำหนดที่ต่างประเทศกำหนดให้ประเทศไทยจะผ่าน มาตรฐาน FATF และเป็นที่ยอมรับมาตรฐานทางการเงินสากลนี้มันทั้งหมด ๔๐ ข้อ วันนี้ ปปง. ทำสำเร็จไปแล้ว ๓๓ ข้อ เหลืออีก ๗ ข้อ ก็จะมีกฎหมายหลาย ๆ ฉบับด้วยกัน ซึ่งเราจำเป็นจะต้องออกกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล แล้วก็ผ่านการประเมิน ของ FATF ในปี ๒๕๗๐ กฎหมายดังกล่าว ผมเชื่อมั่นว่าภายในปีนี้ก็คือ ปี ๒๕๖๗ จะมี กฎหมายหลายฉบับที่เข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ ตรงนี้ก็ต้องกราบขอความอนุเคราะห์ และช่วยสนับสนุนเราด้วยนะครับ
มีท่าน สส. อภิปรายเรื่องพระ เรายอมรับครับ ธุรกิจพระบูชา พระเครื่อง ของสะสม ของเก่า เป็นทรัพยากรส่วนหนึ่งที่คนร้ายนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดมาฟอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพันธุ์ทิพย์พลาซ่า แต่ปัญหาของเรามีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ กฎหมาย กำหนดว่า สำนักงาน ปปง. จะกำหนดให้ผู้ใดรายงานธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต้องเป็นนิติบุคคล แต่ถ้าเป็นบุคคลยังไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายฟอกเงิน เว้นแต่เลขาธิการประกาศเป็น รายบุคคลเท่านั้น สิ่งที่มันเป็นความจริงก็คือเซียนพระทุกรายเป็นบุคคล หลีกเลี่ยงการจด นิติบุคคล แล้วจดใบทะเบียนค้าของเก่า เสียภาษีขึ้นทะเบียนที่กระทรวงมหาดไทย แล้วไม่ลง รายการเลย แล้วก็มีการรวมกัน พระของกลุ่มใครบอกแท้ ทุกคนก็บอกแท้ ถ้านอกกลุ่มมา ก็บอกปลอม เราเองเราพยายามสร้างกฎหมายและสร้างกลไก ทำอย่างไรทรัพย์พวกนี้มันควร จะมาอยู่ในกำกับดูแล เพราะทองคำ อัญมณีเข้า วันนี้ท่านไปซื้อทองท่านจะต้องลงรายการเลย ว่าท่านซื้อทองน้ำหนักเท่าใด เป็นเงินเท่าไร ใครเป็นผู้ซื้อ ซื้อเมื่อวันใด ซื้อจากใคร ข้อมูลนี้ อยู่ที่ ปปง. แต่ถ้าเป็นพระเครื่อง พระบูชา พระสมเด็จองค์ละ ๓๐ ล้านบาท ไม่ต้องรายงาน ไม่ต้องชี้แจง คนขายก็ไม่ต้องชี้แจง คนมีไว้ก็ถือไว้เสร็จ วันนี้บอกมีมูลค่า ๑ ล้านบาท ซื้อมา ๑ ล้านบาท แต่วันไหนที่มีปัญหาบอกพระผมมีมูลค่า ๓๐ ล้านบาท มันเป็นเรื่องข้อตกลง ในวงการเท่านั้น ไม่มีมูลค่าสากล ไม่มีมาตรฐานราคากำหนดพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์นี้ ผลิตปีนี้ สร้างขึ้นมาปีนี้ต้องมีราคาเท่านี้ เป็นความเชื่อใจกันแล้วสร้างราคากันเอง ด้วยเหตุนี้ ผมยอมรับอย่างหนึ่งว่า กลไกในเรื่องของวัตถุโบราณเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินที่คนร้าย นำมาฟอก อย่างไรก็ตามเราพยายามสร้างมาตรฐาน สร้างกลไกเพื่อมาควบคุมอาจจะต้อง ใช้เวลาสักนิดหนึ่ง เนื่องจากว่ากฎหมายไม่เอื้ออำนวย เราพยายามแก้กฎหมายเพื่อเอามา ควบคุมตรงนี้ให้ได้ ก็ต้องขอบคุณท่านที่ให้ข้อมูลมา
สำหรับ บริษัท ฟุกเทียน ปปง. ได้ออกคำสั่งยึดอายัดทรัพย์มูลค่า ๖.๑ ล้านบาท ตามคำสั่ง ย. ที่ ๒/๖๖ เป็นคดีคุ้มครองสิทธิ ขออนุญาตตรวจสอบนิดหนึ่ง แล้วก็จะนำ ข้อมูลรายงานให้ท่านสมาชิกสภาทราบในโอกาสต่อไป เนื่องจากว่าข้อมูลที่ท่านอภิปรายมา ผมเองเพิ่งได้รับทราบเมื่อสักครู่นี้ แต่ทราบชื่อผู้อภิปรายแล้ว เดี๋ยวจะไปดูให้อย่างใกล้ชิด
ปัญหาอีกเรื่องหนึ่งที่ ปปง. ทำอยู่ทุกวันนี้คือคดีคุ้มครองสิทธิ วันนี้อาชญากรรม Online หลอกลงทุนเกิดขึ้นต้องเรียนก่อนว่ามหาศาล วันนี้คดีที่ร้องทุกข์ต่อสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา น่าจะอยู่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คดี ค่าเฉลี่ยวันละ ๔๐๐ กว่าคดี ถึง ๕๐๐ คดีต่อวัน ช่องทางในการแจ้งข้อมูลเมื่อก่อนนี้เราใช้ ๑๗๑๐ ผมเห็น เหมือนท่านเลยครับว่าพี่น้องประชาชนส่งข้อมูลมาน้อยมาก เราจะรับไปดำเนินการ แล้วหาทางทำอย่างไรเพิ่มสายลับ ปปง. หรือเพิ่มภาคีเครือข่ายเพื่อส่งข้อมูลมาให้เรา ดำเนินการให้มากขึ้น แล้วหาช่องทางที่พี่น้องประชาชนจะสามารถส่งข้อมูลเบาะแส การกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินให้ ปปง. รับไปดำเนินการต่อให้มากขึ้น แต่ระหว่างนี้ ปปง. ได้ร่วมกับกระทรวง DE สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคม ธนาคาร กสทช. และอีกหลายหน่วยที่ไม่ได้เอ่ยถึง สร้างกลไกก็คือศูนย์ AOC รับคำร้องทุกข์ จากพี่น้องประชาชนทางโทรศัพท์ ที่หมายเลข ๑๔๔๑ เพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายและติดตาม ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่ถูกหลอกลวงไปเอากลับมาคืน หลังจากตั้ง AOC มา เรายึดทรัพย์ได้มากขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดในเรื่องของรายการเดินบัญชีธนาคาร ท่านทราบไหม วันนี้บัญชีธนาคารมีอยู่ ๑๒๐ ล้านบัญชี มีหมายเลขโทรศัพท์ Active อยู่ ๙๐ กว่าล้าน หมายเลข สิ่งที่เราร่วมกับหน่วยงานของรัฐรบมาตลอดคือบัญชีม้าครับ เราเปิดมาตรการ HR-03 ก็คือผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เช่น ฉ้อโกงหรือ หลอกลงทุน เมื่อถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะส่งข้อมูลมาให้ ปปง. ปปง. จะประกาศบุคคลดังกล่าว เป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงและถูกจำกัดธุรกรรมทางธนาคาร ทุกบัญชีที่มี วันนี้เราประกาศรายชื่อไปแล้วประมาณใกล้ ๆ ๓๐,๐๐๐ รายชื่อ อายัดบัญชี ธนาคารไปแล้ว ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบัญชี เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ บัญชี มีเงินค้างอยู่ในระบบประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งเจ้าของบัญชีไม่สามารถมาชี้แจงได้หรือไม่ยอมมาชี้แจง และเรากับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ร่วมกันดำเนินการในมาตรการนี้ไปเรื่อย ๆ ผมเองเป็นประธาน การประชุมทุกสัปดาห์ เพื่อประกาศรายชื่อคนที่มีส่วนพัวพันหรือเกี่ยวข้อง หรือเชื่อว่า เป็นบัญชีม้า และในอนาคต ปปง. เองก็ได้ร่วมกับกระทรวง DE และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะพยายามหาวิถีทางที่จะควบคุมดำเนินการกับบัญชีม้าและ Sim ม้า ให้รวดเร็วยิ่งขึ้นและ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่านี้ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการแก้ไขพระราชบัญญัติ คือของเก่า พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งมีข้อจำกัด หลายประการ ตอนนั้นผมเคยมาที่สภาแห่งนี้ แล้วก็บอกว่ากฎหมายฉบับนี้ควรจะแก้เป็น พระราชบัญญัติ แล้วให้มีรายละเอียดข้อบังคับหรือมาตรการที่รัฐจะคุ้มครองพี่น้องประชาชน ผู้เสียหายให้มีกลไกที่มากขึ้น วันนี้กระทรวง DE ตั้งคณะทำงานเพื่อจะไปพิจารณา แล้วจะมา ปรับกฎหมายเพื่อให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องของ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือ Call Center ผมเชื่อว่าอีกไม่นานกฎหมายฉบับนี้จะมาถึง ณ สภาแห่งนี้ และขอให้ทุกท่านช่วยกันสร้างกลไกทางกฎหมายที่สมบูรณ์ เพื่อปกป้องพี่น้อง ประชาชนจาก Call Center ให้ได้
สุดท้ายคือในเรื่องของ พ.ร.บ. ศุลกากร ความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร เป็นความผิดมูลฐานของ ปปง. แต่ ปปง. ดำเนินการได้ต่อเมื่อ ๑. มีการจับกุมดำเนินคดี ๒. ผู้จับกุมรายงานมาที่ ปปง. ตามแบบฟอร์มของสำนักนายกรัฐมนตรี แล้ว ปปง. ถึงจะเข้าไป ตรวจสอบได้ ปปง. ไม่สามารถไปจับกุม พ.ร.บ. ศุลกากรด้วยตนเองได้ หรือมีการจับกุมแล้ว ถ้ายังไม่รายงาน ปปง. ยังไม่สามารถเข้าไปดำเนินการตามกฎหมายได้ แต่ก็ขออนุญาต รับแนวคิดของท่านไว้ แล้วเราจะประสานงานกับกรมศุลกากรและพนักงานสอบสวนในสังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับผู้กระทำความผิด ตาม พ.ร.บ. ศุลกากรให้มากยิ่งขึ้นและให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับเรื่องหมูเถื่อนนะครับ หมูเถื่อนนี้เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดี ผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีทั้งหมด ปปง. ตรวจสอบทรัพย์ ทั้งหมดแล้ว ปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ ปัญหาคือการกระทำความผิดหมูเถื่อน ๑๖๑ ตู้ ที่ DSI ดำเนินคดีนี้ มันเกิดขึ้นเมื่อปลายปี ๒๕๖๓ ต่อต้นปี ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้นเราสามารถ ดำเนินการยึดทรัพย์ได้แค่ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ จนถึงปัจจุบัน แต่ทรัพย์ที่เขามีมาก่อนหน้านี้ ก่อนที่เหตุจะเกิดเราไม่สามารถไปยึดได้ เพราะว่าการยึดทรัพย์ต้องมีหลักฐานและข้อมูล เพียงพอที่จะนำไปส่งศาล ว่ามันเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากเงินที่ได้มาจากการกระทำผิด แล้วนำมาฟอกหรือมาเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์นั้น มีคำถามหลายท่านถามมาที่ ปปง. บอกว่าแล้วทำไมคดีหมูเถื่อนยึดทรัพย์ได้น้อย ส่วนใหญ่ผู้ต้องหาเป็นนิติบุคคล กรรมการเอง ที่ตกเป็นผู้ต้องหาตรวจสอบทรัพย์แล้ว หลังจากที่มันเป็นข่าวครึกโครมมานาน ทรัพย์ที่เหลืออยู่ ให้เรายึดเหลืออยู่ประมาณไม่ถึง ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมเองผมก็มองว่าน้อย แต่มาตรการ ของ ปปง. เอง ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์เราสามารถยึดได้ ตอนนี้ ปปง. วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ร่วมกับ DSI มันมีอีก ๒,๓๘๘ ตู้ ที่มีการนำเข้ามาแล้ว แล้วขายของไปหมดแล้ว เหลือแต่ ใบ B/L ที่เป็นกระดาษนะครับ วันนี้เรามีทีมพิเศษที่ร่วมกับ DSI วิเคราะห์ตรงนี้ เพื่อดำเนินคดี กับผู้ต้องหาที่เหลือกับของที่ขายไปแล้ว ผมเชื่อว่าอีกไม่นานคดีนี้น่าจะมีข้อมูลที่นำเสนอต่อ สาธารณะและสังคมว่า รัฐได้ดำเนินการเข้มงวดกับผู้กระทำความผิดเพียงใด ก็ต้องขอเวลา ให้ทางพนักงานสอบสวน DSI เขาทำงานสักนิดหนึ่ง แต่ผมขออนุญาตเรียนไว้ตรงนี้ว่า ผมเชื่อมั่นในพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษนะครับ จากที่ผมเห็นเขาทำงานแล้ว ผมเชื่อมั่นในตัวเขา แต่การวิเคราะห์จากเอกสารอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง ให้เวลาสักนิดหนึ่ง
โดยภาพรวมก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาว่า ณ โอกาสนี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ข้อสังเกต ให้ข้อคิดเห็น และแนะนำการทำงานของสำนักงาน ปปง. เราจะรับทุกความเห็นของท่านไปปรับปรุงและเพิ่มสมรรถนะ เพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานให้ดีขึ้น เพื่อให้เป็นหลักหนึ่งของประเทศนี้ในการรบกับคนร้ายและองค์กร อาชญากรรม ผมเชื่อมั่นว่าในครั้งหน้าที่สำนักงาน ปปง. นำข้อมูลรายงานประจำปีมาเสนอ ณ สภาแห่งนี้ เราน่าจะมีผลงานที่ดีมากกว่าเดิม มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมและทำได้ ครบถ้วนตามที่ทุกท่านในสภาแห่งนี้หวังไว้ กราบขอบพระคุณครับ