สฤษดิ์ บุตรเนียร อภิปรายเรื่องการพัฒนาพลเมืองคุณภาพภายใต้ระบอบประชาธิปไตย โดยเน้นว่าการศึกษาต้องเปลี่ยนจากการวัดผลแบบท่องจำไปสู่การเรียนรู้คู่ปฏิบัติ และเรียกร้องให้สังคมและรัฐบาลส่งเสริมค่านิยมความดีในครอบครัวควบคู่ไปกับเทคโนโลยี เพื่อสร้างคนที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนา แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย ญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องการสร้างคนให้เป็น พลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เราจะพูดคำว่าพลเมืองที่มีคุณภาพภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มี องค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข คำว่า คุณภาพ อย่างวันนี้ประชากรเราก็ลดน้อยถอยไป นั่นเชิงปริมาณ เมื่อเราเพิ่มเชิงปริมาณไม่ได้ เราควรจะเพิ่มเชิงคุณภาพของเยาวชนของ ประเทศชาติ คำว่า คุณภาพ แปลว่าความดี เป็นคุณสมบัติอันพึงประสงค์ที่จะนำไปสู่ การพัฒนาประเทศชาติ เพราะคนเป็นพลเมืองของประเทศชาติ เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของ ประเทศ ประเทศจะก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองได้ก็เป็นที่คนนี้ล่ะครับ แต่ทุกวันนี้เราพัฒนาคน เราพูดถึงคุณภาพ เราพูดถึงการศึกษา ท่านผู้อภิปรายจำนวนมากส่วนมากจะพูดเรื่องเด็ก เรื่องโรงเรียน ควรจะเปลี่ยนแปลงหลักสูตร ควรจะเปลี่ยนกระบวนการทั้งหมดนี้ แต่ผมเชื่อ เหลือเกินว่าภายในโรงเรียนคุณครูซึ่งเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในการพัฒนา เพราะในโรงเรียน ผมเชื่อว่าภายในรั้วโรงเรียนมีแต่สิ่งดี ๆ คุณครูพร่ำที่จะบอกเด็กว่าเราเป็นคนไทย ใจกตัญญู รู้คุณชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราเป็นนักเรียนจะต้องประพฤติตนให้อยู่ในระเบียบวินัย ของโรงเรียนที่ดี คุณครูก็จะพร่ำบอกอยู่แล้ว เราสอนกัน เรารู้เรื่องความสมัครสามัคคี เรามี องค์กรนักเรียน เรามีประธานนักเรียน ในโรงเรียนก็สอนอยู่แล้ว แต่วันนี้อยากเพิ่มเติมว่า อย่างที่หลายท่านก็พูดเรื่องฐานสมรรถนะ จริง ๆ แล้วฐานสมรรถนะมันก็เป็นคำศัพท์ ที่เปลี่ยนแปลงกันไปเรื่อย ๆ มันก็คือ Learning by Doing เรียนรู้คู่การปฏิบัติ แต่วันนี้เรา เรียนรู้แต่ไม่ปฏิบัติ ทุกวิชามีปฏิบัติทั้งนั้นใช่ไหมครับ เช่น วิชาหน้าที่พลเมือง วิชาความดี แต่เราไปวัดกันตรง Multiple Choice นี่ล่ะครับคือฆ่าเด็กทั้งเป็นเลย ใครก็ตอบได้ ต่อให้ คนไม่ดีก็ตอบได้ว่าคนดีคืออะไร แต่เวลาปฏิบัติล่ะครับ สัมมาคารวะไม่ต้องไป Check ให้เหนื่อยหรอกครับ เพราะฉะนั้นการบูรณาการในวันนี้ภายในโรงเรียนเพียงแต่เปลี่ยน กระบวนการบ้าง ผมถึงบอกว่าวันนี้ถ้าเราจะพัฒนาศักยภาพของคน หรือความดี พลเมืองดี ของประเทศ ภายใต้การปกครองอย่างนี้ คำว่า ดี เพราะฉะนั้นเด็กแต่ละช่วงวัยไม่เหมือนกัน เราก็จะบอกว่าในช่วงตั้งแต่อยู่ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ ๐ ถึง ๑ ขวบ เกิดขึ้นมา ๑ วัน ๓ ขวบอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ สถาบันครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่วันนี้เราเลี้ยงลูก ด้วยโทรศัพท์เด็กก็อยู่นิ่ง ไม่กระดิก วันนี้แล้วใครจะเป็นคนเปลี่ยน ครอบครัวสำคัญเหลือเกิน เราต้องสอนให้ลูกรู้จักการทำงาน ทำอะไรบ้างก็ได้ เพื่อจะให้ว่างเว้นจากการใช้ Digital หรือมือถือ หรือลดภาระของโทรศัพท์นี้ เราปลูกฝังตั้งแต่แรกสิครับว่าความสำคัญของคน มันอยู่ที่ผลงาน อะไรก็ได้ที่มันสุจริต แต่วันนี้ผมอยู่กับเด็กมาตั้ง ๕๐ ปี ตั้งแต่เด็กอนุบาล ยันอนุปริญญา ปวช. ปวส. แต่วันนี้ค่านิยมในสังคมล่ะครับ เราสอนกันว่า อย่างผมเคยดู จดหมายเหตุเด็ก หนูอยากเป็นอะไร หนูอยากเป็นครู อยากเป็นทหาร อยากเป็นตำรวจ แต่ สุดท้ายเพราะอะไรล่ะครับ เราฟังเหตุผลสิ หนูอยากเป็นตำรวจเพราะคุณแม่ได้เงินทุกวัน มันแปลว่าอะไรครับ บนผ้าขาวเขาเปื้อนตั้งแต่ยังเป็นผ้าขาวอยู่ แล้วใครเป็นคนที่ทำให้ผ้าขาว มันเปื้อนขนาดนั้น ก็คือสังคมครับ เพราะฉะนั้นโรงเรียนเองทัศนคติต้องเปลี่ยน เราต้องดี เก่ง แล้วมันมีความสุข คุณภาพของคนมันวัดกันไม่ได้ แต่วันนี้สังคมเรากำหนดคนที่ต้อง ขั้นยศถาบรรดาศักดิ์ เราเอาเงินเป็นตัวตั้งกันตลอดเวลา เราไม่เคยที่สังคมจะมองว่าคนดีเป็น อย่างไร ดังนั้นสังคมก็ต้องเป็นอย่างนี้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นศักยภาพของคน คุณภาพของคน สังคมต้องยอมรับในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะวันนี้ผมอยากจะขอร้องรัฐบาล จากท่าน ประธานสภาส่งไปที่รัฐบาลหน่อย โรงเรียนเขาทำกันดีอยู่แล้ว แต่เทคโนโลยี แต่สิ่งที่มันเป็น บนอากาศ LINE เอย Social เอย Online AI ทุกวันก็โหมกระหน่ำกัน เรามองไปแต่วัตถุ มองไปแต่สิ่งแวดล้อม อยากให้ประเทศได้ GDP มาก ๆ นำนักท่องเที่ยวเข้ามา เมืองไทยเป็น เมืองน่าอยู่ที่สุดแล้ว ไม่มีที่ใดในโลกนี้ที่จะมีความสุขเท่าประเทศไทย ไม่ต้องไปไหนหรอก นอนอยู่เมืองไทยนี่ล่ะสุขที่สุด ผมไปมากี่สิบประเทศ ที่ไหนจะถูกที่สุด มีความสุขที่สุด มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จนคนทั้งโลกจะมาตายเมืองไทยกันอยู่แล้ว ดังนั้นไม่มีประโยชน์ใด ๆ เลยที่จะมาเถียงกัน ผมอยากจะบอกว่า เด็ก ๆ ก็เหมือนกันครับ ตอนเด็ก ๆ เราก็อยากจะเปลี่ยนโลก อยากจะไปอยู่อวกาศ อยากไปดาวอังคาร พออยู่ มหาวิทยาลัยหรือเริ่มทำงานหน่อยฉันอยากจะเปลี่ยนประเทศ ประเทศฉันต้องเป็น เหมือนกับคนนั้น เหมือนประเทศนี้ ทำไมไม่เป็นอย่างนั้น ทำไมไม่เป็นอย่างนี้ พอทำงาน ก็อยากจะเปลี่ยนกระทรวง เปลี่ยนทบวง กรม อยากจะเปลี่ยนการปกครอง พอมีครอบครัว จะเปลี่ยนผัว เปลี่ยนเมีย ยังเปลี่ยนความคิดไม่ได้เลย เปลี่ยนลูกไม่ได้ ดังนั้นผมถึงบอก นี่ผมอ่าน Bible มาตั้ง ๕๐ ปีแล้ว สุดท้ายนอนลงไปบนเบาะนุ่ม ๆ ตื่นเช้ามาเปลี่ยนตัวเอง เดี๋ยวหน่วยงานก็เปลี่ยนตามเรา ขอให้เป็นคนดีเถอะครับ ขยันขันแข็ง ตั้งอกตั้งใจ ซื่อสัตย์ สุจริต เดี๋ยวนี้หน่วยงานที่ไหน ๆ เขาไม่ต้องการคนเก่งหนักหนาหรอก คนเก่งมันอยู่ในนี้ หมดแล้ว ใครจะมาเก่งเท่า Google อยากได้อะไรบอกมันเถอะ แต่ถ้าท่านเป็นคนซื่อสัตย์ สุจริต ตรงต่อเวลา ขยันขันแข็ง ยึดมั่นหน้าที่ รู้จักสิทธิหน้าที่ เคารพต่อคนอื่น คนอื่นเขาก็ เคารพเรา เรายื่นมือให้คนอื่นเขา ให้ความรัก ดังนั้นผมอยากจะฝากในสภาแห่งนี้ ไม่ต้องไป เปลี่ยนใครหรอก เปลี่ยนตัวเรานี่ล่ะครับดีที่สุด วันหนึ่งสังคม สิ่งแวดล้อมก็จะเปลี่ยนตามที่ เราเป็น เคารพสิทธิหน้าที่ ขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์สุจริต แล้วไม่ต้องไปตะโกนบอกให้ใครซื่อสัตย์ สุจริต คอร์รัปชันหรอกครับ เราทำตัวของเราดีที่สุดครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ