ปารมี ไวจงเจริญ อภิปรายเห็นชอบหลักการญัตติส่งเสริมคุณภาพพลเมือง แต่คัดค้านการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเหตุซ้ำซ้อน พร้อมเน้นความจำเป็นในการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพผ่านการมีส่วนร่วม การเรียนรู้ต่อเนื่อง และการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะที่สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ โดยเสนอให้ปฏิรูปวิชาสังคมศึกษาและระบบการศึกษาให้ทันสมัย เน้นการเรียนรู้แบบร่วมมือระหว่างครูกับนักเรียน และส่งเสริมทักษะการเป็นพลเมืองที่ตระหนักในสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค และสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงและภัยคุกคามในยุคปัจจุบัน
กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดิฉันขออนุญาตอภิปรายญัตติสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ ดิฉันเห็นด้วยในหลักการบางประการ แต่ดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพราะมันซ้ำซ้อนโดยใช่เหตุ ดิฉันเห็นว่าควรมอบหมายให้คณะกรรมาธิการการพัฒนา การเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน นำไปศึกษาจะดีกว่า จะตรงกว่า นะคะ ขอสไลด์ด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
เพราะว่าหัวใจสำคัญของ การเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศคือการมีส่วนร่วมของพลเมือง เพราะการมีส่วนร่วม คือช่องทางสำคัญที่พลเมืองเขาจะออกแบบประเทศในฝันที่เขาอยากได้ด้วยตัวของเขาเอง การมีส่วนร่วมคือช่องทางสำคัญที่พลเมืองเขาจะรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของประเทศนี้ได้จริง ๆ การรู้สึกว่าพลเมืองเขาเป็นเจ้าของประเทศนี้ได้จริง ๆ สำคัญมากนะคะ เพราะว่าถ้าเขามี ความรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของประเทศนี้จริง ๆ เขาจะเกิดความรัก ความหวงแหนประเทศ เกิดความปรารถนาที่จะพัฒนาตัวเองให้มีคุณภาพ เพื่อจะได้นำคุณภาพตัวเองไปร่วมพัฒนา ประเทศที่เขาเป็นเจ้าของให้มีคุณภาพตามตัวเขาไปด้วย แต่ด้วยความเคารพค่ะท่านประธาน ปัญหาในประเทศเราทุกวันนี้ดิฉันคิดว่ามาจากพลเมืองเขายังไม่รู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของ ประเทศนี้จริง ๆ ทีนี้ถ้าด้วยตามหลักการที่ท่านเขียนมาในเล่มนี้เสียยืดยาว ท่านเขียนดีมาก ในเอกสารประกอบญัตติ ดิฉันเห็นด้วยกับแนวคิดการสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของ ประเทศ เพราะคนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในทุก ๆ มิติ แต่ในเอกสารประกอบการพิจารณาเสนอญัตติของท่านในช่วงต้น ๆ หน้า ก หน้าต้น ๆ เลย ท่านเขียนมาว่า โดยในสังคมยุคใหม่มักมีแนวคิดอิงไปกับแนวคิดสังคมตะวันตก ซึ่งไม่สอดคล้อง กับวิถีความเป็นคนไทยหรือพฤติกรรมคนไทย ดิฉันว่าคำเริ่มต้นก็มีปัญหาแล้ว แนวคิด ประชาธิปไตยไม่มีตะวันตก ไม่มีไทยค่ะ ประชาธิปไตยมันมีหัวใจคือพลเมืองหรือประชาชน เป็นเจ้าของอำนาจสูงสุด ท่านปรารถนาจะสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ ท่านยิ่งต้องสร้างความตระหนักรู้ในการให้เป็นพลเมืองโลก ทุกอย่างในโลกเดี๋ยวนี้มันเชื่อมโยง กันหมดค่ะท่าน ต้องก้าวข้ามเขตแดนประเทศ เราต้องสร้างพลเมืองของประเทศเราให้เป็น พลเมืองโลกให้ได้ เป็นพลเมืองโลกที่ใส่ใจในคุณค่าที่โลกเขาให้คุณค่ากัน ทั้งเรื่องการมีส่วนร่วม ความเสมอภาค สิทธิมนุษยชน การเคารพความแตกต่างหลากหลาย หรือแม้แต่เรื่องสิ่งแวดล้อม ที่กระทบกันไปทั้งโลก ปัจจุบันเราอยู่ในยุค BANI ตามทฤษฎีของ Jamais Cascio นักวิชาการ ด้านอนาคตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์ ซึ่งสรุปคำว่าโลกยุค BANI เป็นคำสั้น ๆ ได้ว่าเป็นยุค แห่งความเปราะบางและเปลี่ยนแปลงง่าย ท่านคะ คุณค่าและชุดความคิดต่าง ๆ มันหยุดนิ่ง อยู่กับที่ไม่ได้ มันต้องเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ท่านจำเป็นต้องปลูกฝังให้พลเมืองที่มีคุณภาพตามญัตติที่ท่านปรารถนานี้คือความใฝ่รู้ พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ และต่อเนื่องไปอีกก็คือการจะทำให้พลเมืองที่มีคุณภาพ เกิดความใฝ่รู้ ท่านและผู้มีอำนาจรัฐต้องสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ให้กับพลเมืองทุกคน แต่ ณ วันนี้ดิฉันยังไม่เห็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ที่ท่านจะนำเสนอเลยค่ะ
ประเด็นต่อมาที่ดิฉันพูดไม่ได้ เพราะในฐานะที่ดิฉันเป็นครูสอนสังคมศึกษา คนหนึ่ง ท่านพูดถึงการสอบ PISA ว่าผลสอบนั้นประเทศเรามีคะแนนเฉลี่ยที่ตกต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยในทุก ๆ ด้าน ซึ่งแสดงถึงสภาพการศึกษายังไม่เป็นไปตามเป้าประสงค์ แต่ถามท่าน จริง ๆ เถอะค่ะ ท่านเคยเห็นข้อสอบ PISA จริง ๆ ไหมคะ ดิฉันขอนำเสนอบางส่วนของ ข้อสอบ PISA อันนี้เป็นวิชาการอ่านนะคะ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ แล้วท่านเคย เห็นหลักสูตรที่เด็กไทยเรียนกันตอนนี้ไหม ท่านเคยเห็นแบบเรียน ตำราเรียนของเด็กไทยไหม ที่สำคัญข้อสอบ PISA ไม่มีความเป็นไทยอย่างที่ท่านมุ่งหวังจะปลูกฝัง แบบที่เขียนไว้ใน เอกสารประกอบญัตติของท่านเลย ข้อสอบ PISA เป็นข้อสอบแนว Literacy หรือวัดความ ฉลาดรู้ ซึ่งจะฉลาดรู้ได้นั้นต้องรู้จักวิเคราะห์อย่างรอบด้านในทุกแง่มุม ซึ่งการศึกษา ในปัจจุบันหรือหลักสูตรไทยในปัจจุบันยังไม่เป็นแบบนั้น ดิฉันขอเสนอแนะท่านเลยนะคะ ถ้าท่านปรารถนาให้เด็กไทยได้คะแนน PISA ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงตามญัตติของ ท่านที่ว่าสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ ท่านต้องมาร่วมกับดิฉันและ พรรคก้าวไกลในการเปลี่ยนหลักสูตรแกนกลางไปเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะค่ะ เพราะ หลักสูตรฐานสมรรถนะที่จะรองรับสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ เพื่อการเป็น พลเมืองโลกที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน ในหลักสูตรฐานสมรรถนะจะมีสมรรถนะที่สำคัญ จะมี ๖ สมรรถนะที่จำเป็นต่อพลเมืองในโลกยุคใหม่ แต่จะมีอยู่ ๑ สมรรถนะที่ตรงตามญัตติของ ท่านเลยค่ะ คือสมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง Civic Literacy เป็นพลเมืองโลกที่มี ความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น เคารพกติกา และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจสาธารณะ อย่างมีวิจารณญาณ เคารพในความเท่าเทียม และยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย อันนี้ สำคัญมากนะคะ สมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งต้องเป็นไปแบบนี้ถึงจะเป็นพลเมืองที่มี คุณภาพของประเทศในโลกยุคใหม่
ประเด็นต่อมาในเอกสารประกอบญัตติ ท่านพูดถึงการปฏิรูปวิชาสังคมศึกษา ซึ่งโดนใจดิฉันมาก เพราะดิฉันเป็นครูสอนสังคมศึกษาคนหนึ่ง ดิฉันเห็นด้วยเลยค่ะ ปฏิรูปเลย โดยเฉพาะโครงสร้างวิชาสังคมศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางปี ๒๕๕๑ มันพ้นยุคสมัยแล้วค่ะ ไปดูได้เลยค่ะท่าน ตัวชี้วัดเยอะมาก ตัวชี้วัดวิชาสังคมตั้งแต่ ป.๑ ถึง ม.๖ มี ๔๐๐ กว่าตัวชี้วัด มันเยอะเกิน มีแต่อัด อัด อัด ให้เด็กเรียน แล้ววิชาที่เรียนส่วนใหญ่ก็ใช้ในชีวิตจริงไม่ได้ สังคมศึกษาต้องปฏิรูป ต้องเป็นแบบใหม่แบบสับ เราต้องเรียนวิชาสมัยใหม่ วิชาแบบใหม่ ดิฉันขออนุญาตนำมาจาก Page โรงเรียนสาธิตจุฬา นี่เป็นตัวอย่างวิชาที่เราควรปฏิรูป วิชา สังคมศึกษาที่เราควรปฏิรูปให้เด็กรุ่นใหม่ได้เรียน โดยเฉพาะวิชานี้พลเมืองในวิถีประชาธิปไตย ตรงกับญัตติของท่านเลยนะคะ ชื่อวิชานี้พลเมืองในวิถีประชาธิปไตย แต่ชื่อยังไม่สำคัญ เท่าเนื้อใน ชื่อยังไม่สำคัญเท่ากับกระบวนการออกแบบการเรียนการสอน ที่ต้องเปิดโอกาสให้ ทั้งครูและนักเรียนมีจินตนาการใหม่ ๆ ในการออกแบบการเรียนรู้ ครูให้นักเรียนแบ่งงาน สืบค้นสภาพของปัญหาแล้วเอามาพูดคุยกัน ถกเถียงกันในห้อง ช่วยกันออกแบบการเรียนรู้ จนตกผลึกออกมาเป็นปัญหา ต้องมีการแบ่งงานกัน ร่วมงานกัน พูดคุยกันต่อเนื่องระหว่างครู กับนักเรียนเพื่อออกแบบการเรียนรู้แนวใหม่ และจากเหตุการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ที่เกิดความ รุนแรงในสถานศึกษา กรณีนักเรียนถูกแทงเสียชีวิตในโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านถนนพัฒนาการ ในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความรุนแรงที่สูงมากในประเทศไทย และยิ่งสะท้อนถึงองค์ความรู้ และทักษะในการจัดการตัวเองในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งสำคัญมากในโลกยุคใหม่ ซึ่งหลักสูตร แกนกลางปี ๒๕๕๑ ที่เราใช้อยู่ปัจจุบันไม่ตอบโจทย์เรื่องนี้ โรงเรียนสาธิตจุฬาดิฉันชื่นชมมาก ต้องขออนุญาตนำมาอีก ขอพูดถึงนะคะ มีวิชาที่เหมาะกับเหตุการณ์ล่าสุดสด ๆ ร้อน ๆ เลยค่ะ ชื่อวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ฟังผิวเผินจะดูเหมือนว่ามาจากภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่ไม่ใช่ วิชานี้จะส่งเสริมสมรรถนะการจัดการตนเองและการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งในมิติ แห่งความเท่าเทียมและเป็นธรรม วัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนอยู่ในสังคมยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แปรปรวน ไม่เอาความรู้ที่นักเรียนมีไปเอาเปรียบผู้อื่น ไม่ตกเป็นเหยื่อของอารมณ์และความเครียดของ ตนเองและของผู้อื่น นักเรียนที่เรียนวิชานี้จะได้รู้จักวิธีการปฏิเสธและการป้องกันตนเองจาก การถูกกลั่นแกล้งและถูกคุกคามในทุกรูปแบบ อันนี้นี่เลยค่ะเป็นวิชาที่เราควรจะส่งเสริมให้ เรียนกัน ซึ่งหลักสูตรแกนกลางปี ๒๕๕๑ ที่นักเรียนเรียนในปัจจุบันนี้ไม่ตอบโจทย์เรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นดิฉันกำลังผลักดันหลักสูตรใหม่คือหลักสูตรฐานสมรรถนะ เพื่อสร้างเด็กรุ่นใหม่ ให้มีสมรรถนะและทักษะ เรียนเชิญท่านมาร่วมกับดิฉันในการออกแบบหลักสูตรใหม่ เพราะการที่ท่านจะสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศต้องเริ่มจากโรงเรียนค่ะ และโรงเรียนต้องปลอดภัยทั้งกายและใจ ดิฉันยินดีมากที่ท่านจะปฏิรูปวิชาสังคมศึกษา รวมไปถึงปฏิรูปการศึกษาไทยทั้งหมด เพียงแต่ว่าท่านต้องคิดใหม่ ทำใหม่ คิดนอกกรอบ