กัณตภณ ดวงอัมพร อภิปรายเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการพัฒนาพลเมืองให้มีคุณภาพภายใต้ระบอบประชาธิปไตย โดยเน้นความสำคัญของการปลูกฝังให้พลเมืองตื่นรู้และมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น พร้อมยกย่องโครงการยุวชนประชาธิปไตยที่ส่งเสริมให้เยาวชนเข้าใจหลักการประชาธิปไตยต่อเนื่องมากว่า 20 ปี และเรียกร้องให้พัฒนาสภาพแวดล้อมและระบบการศึกษาเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนผ่านกลไกต่างๆ เช่น สภาเด็กและเยาวชนอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายกัณตภณ ดวงอัมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนของพี่น้อง ชาวพญาไท ดินแดน กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องการสร้างคนให้เป็นพลเมือง ที่มีคุณภาพของประเทศ ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุขครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่เราจะปลูกฝังรากลึกในการพัฒนาคนให้เป็น พลเมืองที่มีคุณภาพนั้น เราคาดหวังว่าพลเมืองในประเทศไทยจะต้องเป็นอย่างไรครับ ส่วนตัวผมมองเรื่องเล็ก ๆ แต่ที่ทำยาก ก็คือการทำให้พลเมืองเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ หรือเรียก กันว่า Active Citizen
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และตื่นรู้หรือ Active Citizen เป็นเรื่องที่ถูกต้องเอ่ยขึ้นมาอย่างเป็นวงกว้าง ด้วยเชื่อว่า การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดกับสังคมได้ Active Citizen ที่นิยามคือ พลเมืองที่มีความกระตือรือร้นที่จะเข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วมต่อการพัฒนาสังคม ทั้งในระดับประเทศ สังคมโลก เชื่อว่าทุกคนจะมีความรับผิดชอบต่อทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่งในการปกครองก็ตาม จริง ๆ แล้วผมมองว่าการเป็น พลเมืองตื่นรู้อาจจะต้องกระตุ้นให้ทุกคนได้รับรู้และเข้าใจเรื่องนี้เสียก่อนนะครับ วันนี้ผม อยากจะขอนำเสนอ ไม่ต้องมาจากที่ไหนไกล สถาบันนิติบัญญัติของเราเอง เรื่องนี้ทำมา ยาวนานกว่า ๒๐ ปีแล้ว สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่สนับสนุนและพัฒนาคน ในช่วงหลายวัยให้เริ่มเข้าใจหลักการประชาธิปไตย ส่งเสริมให้ประชาชนภาคพลเมือง ตัวอย่างเช่นโครงการยุวชนประชาธิปไตยที่มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ที่มีการนำตัวแทนเยาวชน จากทั่วประเทศ จังหวัดละ ๒ คนมาอบรมให้ความรู้ด้านประชาธิปไตยทำให้พวกเขาได้นำ ความรู้กลับไปขยายผลต่อในโรงเรียน ในชุมชน ในจังหวัดของเขา สร้างการพัฒนาด้าน ประชาธิปไตยผ่านกลไกของเยาวชน เพราะเด็ก ๆ จะเป็นกระบอกเสียงที่ดีในการสร้างสังคม ประชาธิปไตยให้เกิดขึ้น จากที่ผมเองได้เคยร่วมกิจกรรมกับน้อง ๆ ยุวชนประชาธิปไตย ในช่วงปีที่ผ่านมา ผมเห็นได้เลยว่าทางผู้จัดโครงการมีความเข้มแข็งในการพัฒนาหลักสูตร ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเยาวชนที่จบหลักสูตรนี้แล้วเขาจะมี องค์ความรู้ที่ได้เข้ามาทำกิจกรรม ไปจัดกิจกรรมในโรงเรียนของเขา ในชุมชนของเขา เพราะ สิ่งที่เขาทำมันเป็นความรู้ที่ประชาชนหลาย ๆ คนเข้าไม่ถึง อันนี้ผมขอเอ่ยชื่นชมทาง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างมาก
อีก ๑ ตัวอย่าง การเลือกตั้งสภาเด็กและเยาวชนในแต่ละปี สภาเด็กและ เยาวชนที่อยู่กับ อปท. และบ้านพักเด็กที่อยู่ภายใต้สังกัด พม. เป็นอีกหนึ่งกลไกที่น่าสนใจ แต่อาจมีความลักลั่นบางอย่าง แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความเป็นพลเมืองใน เด็กและเยาวชน ความลักลั่นที่ผมเอ่ยถึงนี้คือ ในตำบลประธานสภาเด็กและเยาวชนเกิดจาก การเลือกตั้งของเด็กและเยาวชนทั้งตำบล แต่หลาย ๆ ที่มีการแต่งตั้งแทนการเลือกตั้ง ในขณะ ที่เด็กบางตำบลเขายังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกของสภาเด็กและเยาวชน เพราะตาม กฎหมายแล้วเด็กทุกคนในประเทศนี้ถือเป็นสมาชิกของสภาเด็กและเยาวชน ถ้าวันนี้เราสร้าง ความตื่นรู้ให้เกิดขึ้นได้มากกว่านี้ เด็กและเยาวชนที่จะเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตจะเป็นพลเมืองที่มี คุณภาพอย่างแน่นอน ทำไมวันนี้ผมต้องยกตัวอย่างเด็กและเยาวชน ท่านประธานครับ การพัฒนาคนเหมือนที่ใครเขาพูดกันว่า ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก การที่เราจะลงทุนกับ เด็กและเยาวชนเป็นสิ่งที่ทำให้คนยุคหน้า หลังจากที่เราทุกคนเข้าสู่วัยชราแล้วล้มหาย ตายจากกันไป เขาเหล่านี้จะมาเป็นผู้นำที่มีความเข้าใจและความรู้ด้านประชาธิปไตย อย่างแท้จริง จะปลูกพืชต้องเตรียมดิน จะกินต้องเตรียมอาหาร จะพัฒนาชาติต้องเตรียม ประชาชน จะพัฒนาคนต้องพัฒนาที่จิตใจ แต่จะพัฒนาใครต้องพัฒนาตัวเราเองเสียก่อน นอกจากการสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพแล้วนั้น การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะ ที่เอื้อให้เกิดประชาธิปไตยด้วย เช่น การสร้างพื้นที่ทำให้เด็กและเยาวชนสามารถที่จะพูด พูดถึง เสนอความคิดเห็น ทวงถาม หรือติดตามการทำงานของรัฐบาลได้ หรือแม้แต่พื้นที่ ในโรงเรียนที่ทำให้เป็นพื้นที่ Comfort Zone ที่เขาสามารถที่จะพูด แสดงความคิดเห็นได้อย่าง เต็มที่ แต่ไม่ต้องไปละเมิดสิทธิของใคร รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิที่พวกเขาแสดงออกด้วย ในการจะพัฒนาคนด้านประชาธิปไตยจะส่งเสริมความเป็นพลเมือง ให้พลเมืองที่มีความตื่นรู้ เราควรจะเริ่มจากเด็กเยาวชน ไม่ใช่แค่การส่งเสริมในโรงเรียนที่กำลังทำอยู่ การศึกษาและ ส่งเสริมประชาธิปไตยตลอดชีวิตก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยให้มีความทัดเทียม สากล ผมขอขอบคุณจากใจจริง ๆ สำหรับหลาย ๆ องค์กร หลาย ๆ หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ และ NGO ที่กำลังร่วมพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ และหวังว่าสภาแห่งนี้จะร่วม สนับสนุนกิจกรรมดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ขอบคุณครับ