ภคมน ชี้สร้างพลเมืองต้องเปิดเสรีภาพ-ท้าปมฟ้องปิดปากสื่อ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ภคมน หนุนอนันต์ อภิปรายญัตติการสร้างพลเมืองคุณภาพในระบอบประชาธิปไตย โดยเน้นความสำคัญของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและบทบาทของประชาชนในการมีส่วนร่วม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความขัดแย้งระหว่างนโยบายการสร้างพลเมืองดีกับการจำกัดเสรีภาพสื่อและการฟ้องปิดปากสื่ออิสระและนักข่าวพลเมือง ซึ่งสะท้อนถึงเจตนาที่น่ากังวลของผู้มีอำนาจในกระบวนการผลักดันนโยบายที่ขาดความเปิดกว้างและประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภาค่ะ ดิฉัน ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ดิฉันขอร่วมอภิปรายญัตติ การสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดิฉันขอเริ่มต้นกับที่ประชุมสภาแห่งนี้นะคะว่าการมี เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับการมีส่วนร่วมของประชาชนคือเรื่องเดียวกัน ไม่สามารถ แยกออกจากกันได้ค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

แต่ก่อนที่เราจะไปพูดถึง เรื่องของการสร้างคน ดิฉันขอย้อนถามนะคะว่าเรากำลังจะสร้างคนให้อยู่ในสังคมแบบไหน สังคมที่ผู้มีอำนาจอนุญาตให้พูดได้เฉพาะเรื่องที่อยากได้ยินใช่หรือไม่ วันนี้ดิฉันขอเป็น ตัวแทนของสื่อมวลชนอิสระ นักข่าวพลเมือง ที่เขาต้องปฏิบัติหน้าที่โดยไร้เสรีภาพในหลาย ๆ เหตุการณ์ในวันที่ประเทศไทยต้องการการทำหน้าที่จากสื่อมวลชนมากที่สุดค่ะ หากเราอยู่ใน สังคมประชาธิปไตยปกติเราคงไม่ต้องมาพูดกันเรื่องนี้ แต่นี่เราอยู่ในสังคมประชาธิปไตย ที่สื่อมวลชนผู้ทำหน้าที่เผยแพร่ข่าวสารข้อเท็จจริงถูกฟ้องปิดปากครั้งแล้วครั้งเล่า และเรื่องนี้ ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น ดิฉันขอย้อนไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ เมื่อนักข่าวพลเมืองกลุ่มเยาวชนฮักบ้าน เจ้าของ ที่ทำข่าวสืบสวนสอบสวนผลกระทบจากเหมืองแร่ในเมืองเลยถูกนายทุนฟ้องร่วมกับ ไทยพีบีเอสที่ออกอากาศรายการดังกล่าวเรียกค่าเสียหาย ๕๐ ล้านบาท นี่เป็นเพียงแค่หนึ่งใน หลายกรณีที่เกิดจากการใช้กฎหมายฟ้องปิดปากคนทำสื่อ โดยเหตุการณ์แบบนี้มักเกิดขึ้นกับ สื่ออิสระ นักข่าวพลเมือง นักข่าว Online ที่ออกมาเคียงข้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะพวกเขาไม่มีสถานะทางการที่สามารถปกป้องตัวเองได้ค่ะ กรณีเดียวกันเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนปี ๒๕๖๔ ตำรวจได้เข้าจับกุม Admin Page สำนัก ข่าวราษฎรและเพจปล่อยเพื่อนเราจำนวน ๒ คน เนื่องจากออกเคหสถานช่วงเวลาที่มี การห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ทั้งที่พวกเขาทำหน้าที่สื่อมวลชนค่ะ กำลัง ถ่ายทอดเหตุการณ์อยู่ เพียงแต่เขาไม่มีสังกัดอย่างเป็นทางการ ถ้านับเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นช่วง ๑ ปีกว่าที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปี ๒๕๖๕ ถึงกันยายนปี ๒๕๖๖ มีการดำเนินคดีกับ สื่อมวลชนแล้วหลายครั้ง กุมภาพันธ์ปี ๒๕๖๖ กอ.รมน. แจ้งความร้อง ๒ นักข่าวจากสื่อ Online ที่ใช้ชื่อว่า วาร์ตานี เขาเป็นสื่ออิสระพี่น้องมลายูมุสลิมในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ เขาทำหน้าที่เสนอข้อเท็จจริงปกป้องและยืนยันความชอบธรรมของพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนใต้ มีนาคมปี ๒๕๖๖ Admin Page ขุนแผนแสนสะท้าน สื่ออิสระที่ติดตามสถานการณ์ การชุมนุมของเยาวชนคนหนุ่มสาวในปี ๒๕๖๔ เขาโดนจับในมาตรา ๑๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ มทบ. ๓๓ แจ้งความสำนักข่าว Lanner สำนักข่าว Online ที่ติดตามประเด็นสังคมการเมือง อย่างต่อเนื่อง เขาถูกแจ้งข้อหายุยงปลุกปั่นในมาตรา ๑๑๖ ค่ะ สมาคมนักกฎหมาย สิทธิมนุษยชนได้เผยแพร่เมื่อปี ๒๕๖๕ ได้รวบรวมสถิติเอาไว้เกี่ยวกับการฟ้อง SLAPP ใน ประเทศไทย สถิตินี้เห็นไหมคะว่าสื่อมวลชนคือ ๑ ใน ๕ ของกลุ่มคนที่ถูกฟ้องปิดปาก มากที่สุด และถ้ายังจำกันได้กรณีกลุ่มราษฎรหยุด APEC เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ ถูกสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่ใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ชุมนุมและยิงใส่สื่อมวลชนจนได้รับ บาดเจ็บ ทั้งที่เห็นด้วยตาเปล่าว่าเขากำลังปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน เขามีปลอกแขนที่ แสดงได้ชัดเจนว่าเขากำลังทำหน้าที่ของความเป็นสื่อ หลายกรณีที่ดิฉันยกตัวอย่างมาข้างต้น ชี้ให้เห็นว่าเสรีภาพในการสื่อสารของคนไทยจำนวนมากอยู่ภายใต้บริบทที่เรามีกฎหมาย ที่ล้าหลัง เอื้อให้เกิดการฟ้องปิดปากจำนวนมากค้ำคออยู่ ท่านจะคาดหวังให้พวกเขามี ส่วนร่วมกับสังคมไทยได้อย่างไรคะ ตราบใดที่เมื่อไรก็ตามที่มีความคิด มีความเห็น และ ลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็น และความคิดเห็นนั้นไม่ถูกใจผู้มีอำนาจรัฐ ผู้มีอำนาจทุน และผู้มี อำนาจเหนือรัฐและเหนือทุน พวกเขาก็จะถูกฟ้องปิดปากค่ะ หรือการกระทืบพวกเขา ไล่ยิง พวกเขาด้วยความสะใจ ถ้าท่านคิดว่าเรื่องเหล่านี้เราไม่จำเป็นต้องทบทวน ท่านมุ่งแต่จะสร้าง พลเมืองคุณภาพตามความเข้าใจหรือนิยามของท่าน แต่ไม่ส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ ไม่สร้าง การมีส่วนร่วมของประชาชน สุดท้ายท่านจะได้แค่พลเมืองดีแบบว่านอนสอนง่าย เชื่อฟัง ไม่กล้าคิดนอกกรอบ กลัวการตั้งคำถามเพราะเกรงว่าชีวิตจะเดือดร้อน คำถามของดิฉันคือ แบบนี้หรือคะพลเมืองที่ท่านอยากได้ พลเมืองแบบนี้หรือคะที่จะขับเคลื่อนประเทศใน ศตวรรษที่ ๒๑ พลเมืองดีในความหมายของท่านที่ตั้งขึ้นมามีความหมายว่าอย่างไรดิฉัน ไม่ทราบ แต่พลเมืองดีในสังคมประชาธิปไตยมันต้องมีสิทธิ มีเสียง มีเสรีภาพ และมีส่วนร่วม ในการสร้างประเทศนี้ค่ะ ในขณะที่ประเทศเรามีความเหลื่อมล้ำรุนแรง การที่ท่านอยากสร้าง พลเมืองคุณภาพแบบที่สนใจเพียงสายลมแสงแดด เมินเฉยต่อเสียงเรียกร้องขอความเป็นธรรม ของผู้คนที่มีอยู่ทุกพื้นที่ และยังพยายามจะสร้างกลไกสารพัดเพื่อปิดปากของคนที่เขาส่งเสียง แทนผู้เดือดร้อน และหรี่เสียงพวกเขาให้เบาลงที่สุด เห็นแบบนี้ดิฉันยากที่จะคิดเป็นอย่างอื่น ว่าความพยายามการสร้างพลเมืองดีของท่านไม่ได้ทำด้วยความหวังดีที่อยากเห็นสังคมไทย มีอนาคต แต่ท่านทำด้วยความขี้ขลาดและหวาดกลัว อยากกักขังประเทศนี้เอาไว้ในอดีตที่ ท่านได้ประโยชน์ และชะลอการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยให้นานที่สุด ปัญหาของประเทศไทย ตอนนี้ไม่ใช่พลเมืองไม่มีคุณภาพหรอกนะคะ แต่เป็นผู้มีอำนาจต่างหากที่ไม่มีความรับผิด รับชอบต่อเสียงของประชาชน แทนที่ท่านจะเอาเวลาและทรัพยากรมานั่งศึกษากันว่า จะสร้างพลเมืองแบบที่ท่านอยากได้อย่างไร ท่านเอาเวลาและทรัพยากรไปศึกษาให้ตัวท่าน ให้เดินตามทันความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย ถ้าท่านเปิดใจสักนิด รับฟัง รับรู้ ว่าภายนอก สภาแห่งนี้ เยาวชนคนหนุ่มสาว คนที่กำลังเติบโตในประเทศนี้เขาอยากเห็นประเทศก้าวหน้า ไปอย่างไร ปัญหาไม่ใช่การสร้างพลเมืองอย่างไร แต่ปัญหาคือทำอย่างไรให้คนที่นั่งอยู่ตรงนี้ ให้นั่งอยู่ในทำเนียบรัฐบาลนำสิ่งที่พวกเขาเสนอมาพิจารณาอย่างจริงจัง หรืออย่างน้อยที่สุด ไม่ปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพของพวกเขาค่ะ สุดท้ายดิฉันฝากไว้ตรงนี้ค่ะ ท่านไม่สามารถ หยุดสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ ยอมรับและปรับตัวเสียนะคะ ด้วยความปรารถนาดี จริง ๆ ขอบคุณค่ะ