มานพ สนับสนุนตั้งกรรมาธิการศึกษาดูแลป่าต้นน้ำร่วมชุมชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗

มานพ คีรีภูวดล สนับสนุนญัตติการตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาแนวทางการดูแลป่าต้นน้ำและระบบนิเวศ โดยเน้นบทบาทสำคัญของชุมชนท้องถิ่นที่ดำรงชีวิตในพื้นที่มาก่อนกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้มีการสนับสนุนการอนุรักษ์อย่างเป็นระบบ ทั้งการเพิ่มสวัสดิการให้ผู้ร่วมดูแลป่า การจัดตั้งกองทุนชุมชน และการกระจายงบประมาณไปยังระดับตำบล เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืนระหว่างประชาชนกับการอนุรักษ์ป่าไม้

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และ ชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนญัตติของเพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกล แล้วก็พรรคเพื่อไทยว่าด้วยเรื่องของการดูแลป่าต้นน้ำ ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นกองทุนก็ได้ จะเรียกว่าการสนับสนุนให้บริการระบบนิเวศป่าต้นน้ำก็แล้วแต่ แต่ทั้งหมดนี้มีเจตนาคือว่า ทำอย่างไรให้ต้นน้ำมีความสมบูรณ์ ต้นน้ำมีคนดูแล ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ นอกจากมีหน้าที่ ดูแลป่าแล้วเขายังมีทรัพยากรดูแล ผมคิดว่าโดยเจตนาโดยรวมประมาณนี้ ผมขอสนับสนุน ญัตติให้มีการตั้งกรรมาธิการในญัตตินี้เพื่อที่จะศึกษาในรายละเอียด ผมคิดว่าประเด็นสำคัญ มีอยู่หลายเรื่องครับท่านประธาน ไม่ว่าเรื่องความจำเป็นในพื้นที่ ๒. ก็คือคนที่เกี่ยวข้อง ๓. คือกองทุนและที่มาของกองทุน ผมพยายามจะลงรายละเอียดทีละประเด็นครับ ท่านประธาน ประเทศไทยมีอยู่ ๓๒๐ ล้านไร่ ข้อมูลที่ผมจะพูดต่อไปอาจจะซ้ำกับ ท่านสมาชิกทั้ง ๒ ท่าน แต่เนื่องจากว่าเป็นข้อมูลที่มีความจำเป็น บางประเด็น ข้อมูลบางตัว อาจจะต้องซ้ำครับท่านประธาน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

๓๒๐ ล้านไร่วันนี้เรามีป่าเหลืออยู่ ประมาณ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ๓๑ เปอร์เซ็นต์นี้เกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นป่า ต้นน้ำทั้งหมด ผมจะยกตัวอย่างอย่างนี้ครับท่านประธาน อันนี้แผนที่ของกรมป่าไม้ ในพื้นที่ จำนวนป่าชุมชน ป่าชุมชนที่ได้รับการอนุมัติแล้วตาม พ.ร.บ. ป่าชุมชนที่อยู่ตอนนี้ ๑,๒๐๐ กว่าหมู่บ้าน ซึ่งหมายความว่าชุมชนที่อยู่ในเขตป่าสงวนที่จัดตั้งป่าชุมชนแล้วคือ ๒๒,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ หมายถึงเขตอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ในพื้นที่ ตามความหมายของกฎหมายอื่น ๆ มีไม่ต่ำกว่า ๔,๐๐๐ ชุมชน เพราะฉะนั้นตัวเลขและ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าการที่จะให้มีกองทุน หรือว่าการที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ ดูแลรักษาป่าตรงนี้ ชุมชนในประเทศไทยนี้อยู่มาก่อนที่กฎหมายประกาศจำนวนเยอะมาก มีอุทยานแห่งชาติแห่งเดียวคืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ไม่มีประชาชนอยู่ นอกนั้นอุทยาน ทั้งหมด เขตอนุรักษ์ทั้งหมด เขตป่าสงวนทั้งหมด ประชาชนอยู่มาก่อนแล้วทั้งนั้น ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะบอกกับท่านประธานอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า ในอำนาจหน้าที่ การดูแลรักษาป่านี้ครับท่านประธาน ใน พ.ร.บ. ด้านทรัพยากรป่าไม้ทั้งหมดเขาเขียนระบุว่า หน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน เพราะฉะนั้นคือประชาชนที่ยังรักษาป่า ยังดูแลป่า ยังลุกขึ้นทำ แนวกันไฟ ทำฝาย เฝ้าระวังไม่ให้ใครบุกรุก มันคือหม้อข้าวหม้อแกงของเขาครับ ท่านประธาน มันคือชีวิตของเขา เพราะเขาอยู่ก่อนที่กฎหมายจะประกาศ เขาอยู่ก่อนที่ เจ้าพนักงานจะเข้ามาถึง ประชาชนเขามองว่าตรงนี้คือชีวิตและเป็น Supermarket เขาจึง รักษา แต่ว่าได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบและทางการหรือไม่ ต้องตอบว่า ไม่ครับ ท่านประธาน อันนี้ข้อเท็จจริง สิ่งที่ผมอยากจะบอกกับท่านประธานอีกเรื่องหนึ่งว่าพื้นที่ป่า เท่าที่มีอยู่ตอนนี้ครับท่านประธาน ผมเชื่อมั่น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ประชาชนก็ไม่ใช่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ไม่ใช่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ที่จะมีเจตนาหรือจะมีเป้าหมายที่จะดูแลป่า แต่ผมเชื่อว่าถ้าเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม เป็นชุมชนที่อยู่กับป่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาปกป้องป่าของเขา เขาปกป้องทรัพยากรของเขา เพราะมันเป็นชีวิตของเขา กฎหมาย จะสั่งให้ทำ ไม่ทำ เขาไม่รู้ แต่เขารู้เพียงว่าอันนี้คือป่าของเขา

ประเด็นที่ ๒ ผมอยากจะให้เห็นผู้คน และคนที่เกี่ยวข้องกับป่า ผมอยากให้สื่อ ออกรูปที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ดำเนินการ นี่คือสภาพของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เป็นลูกจ้างระดับล่าง ที่สุดนะครับท่านประธาน บางคนก็ไม่ใช่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เป็นลูกจ้างเหมา ตามโครงการ แต่คนเหล่านี้ที่ทำหน้าที่รักษาปกป้องป่าอยู่กับพี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่ ซีสูง ๆ ไม่ได้ลงอย่างนี้ครับท่านประธาน ส่วนใหญ่จะไปเฝ้าสนามบินต้อนรับเจ้านายมา พาเจ้านายไปกินข้าว ก็จะเป็นลักษณะอย่างนี้ครับ แต่คนเหล่านี้จำนวนมากทำไมเราไม่เพิ่ม สวัสดิการให้เขา เงินกองทุนว่าด้วยกองทุนที่มันมีอยู่ เฉพาะกองทุนอุทยานปีหนึ่งประมาณ เกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาททำไมไม่ดูแลคนเหล่านี้ คนเหล่านี้ค่าเฉลี่ยนะครับ เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกอภิปรายไว้แล้ว คนเหล่านี้จำนวน ๑ คนต้องดูแลป่าประมาณ ๖,๐๐๐ ไร่ครับ ท่านประธาน ๑ คน ๖,๐๐๐ ไร่ และไม่ใช่ ๒๔ ชั่วโมงด้วย เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้น คือว่าอย่างไรก็ตามแต่เราต้องการให้ป่าต้นน้ำ ป่าทุกประเภทมีความสมบูรณ์ แต่ขณะเดียวกันเราไม่มีทางที่จะเพิ่มบุคลากรให้มันเยอะกว่านี้ เรามีข้อจำกัดเรื่อง งบประมาณ จึงมาเป็นเรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เป็นเรื่องของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ เอาข้อกฎหมายที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เอาข้อเท็จจริงที่เป็นประชาชนผสมกัน Integrate กัน ให้มันเป็นเรื่องเดียวกัน ผมอยากให้ดูคลิปที่ ๒ ผมไปทำทุกปีครับท่านประธาน ผมรู้กับ พี่น้องประชาชน เราจะเห็นว่ากระบวนการของประชาชนแสดงออกได้หลายรูปแบบครับ ท่านประธาน อย่างตัวอย่างนี้ผมไปร่วมทำแนวกันไฟ เราก็จะทำทุกปีครับ หลายคนถามว่า ทำแนวกันไฟป้องกันไฟได้หรือ ถ้าคนไปจุดไฟนอกแนวกันไฟหรือในแนวกันไฟมันป้องกัน ไม่ได้ครับท่านประธาน แต่แนวกันไฟตรงนี้มันหมายถึงประชาชนได้แสดงออกถึงสิทธิว่าอันนี้ คือเป็นป่าของข้าพเจ้า อันนี้คือเป็นมรดกของหมู่บ้าน ผู้ใดจะมาทำลาย ผู้ใดจะมาจุดไฟเผา ผู้ใดจะมาลักลอบตัดไม้เป็นไปไม่ได้ครับ ประชาชนจึงแสดงออกถึงการมีกระบวนการ วิธีการ ไม่ว่าจะบวชป่า ไม่ว่าจะทำแนวกันไฟ ไม่ว่าจะปลูกป่า ไม่ว่าจะไปดับไฟป่า หรืออื่นใด ก็ตามแต่ที่เป็นกิจกรรมที่สื่อถึงว่าป่านี้เป็นป่าของประชาชน ท่านประธานทราบไหมครับ เมื่อสักครู่ผมบอกว่าป่าอนุรักษ์มีไม่ต่ำกว่า ๔,๐๐๐ หมู่บ้าน วันนี้ป่าชุมชนที่จัดตั้งแล้ว ไม่ต่ำกว่า ๑๒,๐๐๐ หมู่บ้าน ๒ เรื่องนี้ในส่วนของกลไกรัฐเขาจะมีงบอยู่ ในส่วนประชาชน ตามมีตามเกิดครับท่านประธาน บางที อบต. ก็ให้ บางทีประชาชนก็ไปขอที่อื่น เราจำเป็น จะต้องมีกองทุนก็ได้ หรือว่าทรัพยากรที่เราเรียกว่างบประมาณที่สนับสนุนก็ได้ มาสนับสนุน ตรงนี้ครับ แล้วมาจัดกลไกให้ทั้งภาครัฐแล้วก็ภาคประชาชน ที่เราเรียกว่าการจัดการแบบ มีส่วนร่วมไปอยู่ในเงื่อนไขตรงนี้ครับ

ประเด็นที่ ๓ เราเห็นตัวละครแล้ว ๒ กลุ่ม คือ ๑. เจ้าหน้าที่รัฐตาม พ.ร.บ. ๒. คือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ประเด็นที่ ๓ เป็นเรื่องของการได้มาว่าด้วยเรื่องของกองทุน ผมอยากจะบอกอย่างนี้ก่อน พรรคก้าวไกลตอนที่เราเสนอนโยบาย แล้วผมก็ได้หาเสียง ด้วยว่า กรณีไฟป่า หมอกควัน แล้วก็สิ่งแวดล้อม และการรักษาป่า ชุมชนไหน พื้นที่ไหน ที่มีป่า เราสนับสนุนเลยตำบลละ ๓ ล้านบาทเป็นเบื้องต้น แล้วก็ดูว่าป่าไหน พื้นที่ไหน ตำบลไหนที่ป่าเยอะอาจจะเพิ่ม ถามว่าเอางบประมาณตรงนี้มาอย่างไร เราควรจะมีกองทุน เราควรจะมีงบประมาณลงไปในพื้นที่เลย ไม่ต้องมาไว้ที่ส่วนกลาง คนส่วนกลางมันจะรู้เรื่อง เกี่ยวกับพื้นที่ได้อย่างไร แต่เรามีงบกลางให้กับระดับตำบล เขาจะไปรักษาป่า ทำแนวกันไฟ จะปลูกป่า ไปสร้างจิตสำนึก จะไปจัดการอะไรก็ได้ แต่ว่าโดยเป้าหมายผลผลิตสุดท้ายก็คือว่า ป่าสมบูรณ์ คนมีความเข้มแข็ง ป่าและคนอยู่ด้วยกันอย่างยั่งยืน เราต้องการตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นคือหน่วยของกองทุน หรือหน่วยของการบริการป่าต้นน้ำ หรือการตอบแทน ตรงนี้ผมคิดว่าหน่วยเล็กที่สุดต้องอยู่ที่ตำบล เพราะฉะนั้นคือกรณีที่พรรคก้าวไกลเสนอ ตอนหาเสียงคือว่าเราอยากจะมีงบประมาณเรื่องนี้สนับสนุนไปพื้นที่ ตำบลละ ๓ ล้านบาท ผมคิดว่าอันนี้คือรูปธรรมที่เราเสนอ ทีนี้มาถึงประเด็นว่าแล้วจะเอาเงินที่ไหน ก็เงินที่ผมว่า เมื่อสักครู่นี้ก็คือ ๓ ล้านบาท แต่ว่าที่มาของเงินผมคิดว่าได้เยอะมาก กรณีเรื่อง PES ที่ ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วว่าการตอบแทนคุณนิเวศ อันนี้ก็ต้องไปคิดมาครับ เงินตรงนี้ มันจะมาได้อย่างไร การตอบแทนคุณนิเวศมีหลากหลายรูปแบบมาก หรือแม้กระทั่งเรื่องของ บริษัทเอกชนที่ทำเกี่ยวกับกิจกรรมเรื่องการลดภาษี ผมจำชื่อไม่ได้ครับท่านประธาน อันนี้ ก็ทำได้ แต่ว่าต้องมาสู่กระบวนการกลาง แล้วก็นำไปสู่กระบวนการกระจายให้พื้นที่ได้รับ งบประมาณ หรือแม้กระทั่งกองทุนที่มันมีอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกองทุนของกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กองทุนสิ่งแวดล้อมที่ท่านสมาชิกได้กล่าวมา หรือกองทุนอื่น ๆ ที่นำไปสู่การสามารถที่จะกองไว้ กองไว้แล้วก็ต้องกระจายลงพื้นที่ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่จะ ทำให้การพัฒนาในพื้นที่มีความหมายและมีชีวิตกับพี่น้องประชาชน ที่มาของกองทุน อีกเรื่องหนึ่งโดยตรงกับพี่น้องประชาชนเลยครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นตัวอย่าง แล้วผม เพิ่งกลับมาจากที่จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอม่อนแจ่ม เขามีกิจกรรมท่องเที่ยว วันนี้ป่าของ ม่อนแจ่ม พี่น้องม่อนแจ่มดูแลรักษาป่า พื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น เขามีรายได้ทุกส่วนจาก การท่องเที่ยวและเขาก็เก็บเป็นเปอร์เซ็นต์ วันนี้ม่อนแจ่มมีกองทุนเกี่ยวกับเรื่องชุมชนและ รักษาป่า ๓ ล้านบาทครับ เพราะฉะนั้นที่มาของกองทุนก็มาจากตัวป่าของประชาชน เขาจะ จัดกิจกรรมการท่องเที่ยว เขาจะจัดศึกษาดูนก เขาจะทำเกี่ยวกับอะไรก็ตามแต่ เกี่ยวกับ เรื่องของการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เงินรายได้ที่มาจากประชาชน ประชาชนก็หักเปอร์เซ็นต์ และมาทำเป็นกองทุน อันนี้ก็เป็นที่มาครับ แต่วันนี้ปัญหาก็คือว่าการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน วันนี้ข้อกฎหมายใหญ่ ไม่ว่าแต่ละตัว พ.ร.บ. ที่มันมีอยู่ การเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ดำเนินการอย่างจริงจังและมีการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ อันนี้ยังไม่เกิด พื้นที่แต่ละพื้นที่ พยายามจะพัฒนาศักยภาพตัวเองเพื่อที่จะใช้ทรัพยากรธรรมชาติโดยทางอ้อม แต่ทำยากมาก มีการช่วงชิง พี่น้องที่อำเภอปายที่บ้านน้ำฮู พี่น้องชาวลีซูจะพัฒนาบ่อน้ำร้อนตัวเองก็ทำไม่ได้ กฎหมายบอกว่า ๑ ๒ ๓ ๔ แต่สุดท้ายวันนี้เจ้าหน้าที่รัฐให้กับเอกชนดำเนินการ ท่านประธาน เห็นไหมว่าตัวทรัพยากรที่อยู่ใกล้กับพี่น้องประชาชน วันนี้เป็นของพี่น้องประชาชนจริง หรือเปล่า หรือเป็นของคนอื่น หรือรักษาไว้ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าเราจะ ระดมว่าที่มาของกองทุนหรืองบประมาณสนับสนุนต่าง ๆ มันได้ครับ ขอให้มันมีเครื่องมือ ขอให้มีอำนาจ และสุดท้ายขอให้มันอยู่ในพื้นที่ก็คือ อบต. หรือเทศบาล

ประเด็นสุดท้าย สิ่งที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิก ในห้องประชุมนี้ว่าการที่จะให้ป่าและคนอยู่ด้วยกันอย่างยั่งยืน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่พิสูจน์ ได้แล้ว ท่านประธานมีเวลาว่างไปกับผมครับ ที่บ้านห้วยหินลาดใน อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ชุมชนรักษาป่าและทำไร่หมุนเวียน เป็นหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลระดับโลกครับ ท่านประธานไปกับผมครับ ที่บ้านกลาง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เป็นชุมชนกะเหรี่ยง ที่อยู่มานานมากแล้วครับ เขารักษาผืนป่าและมีกองทุนของตัวเอง ท่านประธานอยากจะไป ที่ไหน ที่ชุมชนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืนและบริหารจัดการได้ดีกว่าเจ้าหน้าที่ ท่านประธาน บอกผมครับ ผมจะพาไป สุดท้ายผมไม่ได้หมายความว่าชุมชนทุกชุมชนจะมีความเข้มแข็ง แต่ว่าการมีกองทุนและกระบวนการสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นกระบวนการ ที่สำคัญและมีความหมายที่จะทำให้ทั้งคนและป่าอยู่ด้วยกันอย่างยั่งยืน ขอบคุณครับ ท่านประธาน