เอกราช อุดมอำนวย ชื่นชมและขอบคุณ สวทช. ที่นำรายงานประจำปีมาเสนอต่อสภา พร้อมแสดงความสนใจในเนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเน้นย้ำความสำคัญของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่อการพัฒนาประเทศ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มการสนับสนุนงบประมาณที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ที่ได้ให้เกียรติสภาแห่งนี้นำรายงานที่ท่านได้รวบรวมประจำปีมารายงานต่อ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมก็ได้ไปอ่านทั้งตัวเนื้อหาแล้วก็รูปเล่มก็เพลิดเพลินเจริญใจมากทีเดียว พอดูเรื่องของวิทยาศาสตร์ ขอสไลด์ขึ้นด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานครับ แน่นอนว่า เพื่อการตอบโจทย์ของความต้องการของประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพลังงานสะอาด คุณภาพการศึกษา และที่สำคัญที่สุดก็คือการลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ของประชาชน เราปฏิเสธไม่ได้ว่าวิทยาศาสตร์มันเป็นกุญแจที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นภาคแรงงาน ภาคอุตสาหกรรมของเรา แล้วก็เศรษฐกิจมันก็เปลี่ยนแปลงไป อย่างรวดเร็ว บริบทภายในประเทศไทยวิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยีปัจจุบันถ้าพิจารณา จากแผนที่เรียกว่า Thailand 4.0 เป้าหมายหลักของเราวางเอาไว้ว่าจะพัฒนาเทคโนโลยี มุ่งไปที่ ๑๐ อุตสาหกรรมหลัก หรือว่า S-Curve ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มหลักและกลุ่มที่มีโอกาส เติบโตสูง ดังนั้น สวทช. เรียกว่ามีบทบาท เป็นผู้ที่จะไปกำหนดในเรื่องของการวิจัยและ พัฒนา ซึ่ง สวทช. เขาก็อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวง อว. แล้วก็ดำเนินงานวิจัย ยุทธศาสตร์ ๒ เป้าหมายหลัก ๆ ก็คือ BCG หรือว่าเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว แล้วก็แผนปฏิบัติงานด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อพัฒนาประเทศไทย แต่ท่านประธานครับ สวทช. เขาก็ยังมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์วิจัยและพัฒนา เพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านการเกษตรอุตสาหกรรม ๔ ตัวอย่างที่ผมเห็นก็คือ ด้านการเกษตร และอาหารก็มีการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารทดแทนเนื้อไก่จากโปรตีนพืช อันที่ ๒ ด้านสุขภาพ และการแพทย์ ก็คือเทคโนโลยีการประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด แล้วก็ Telehealth แล้วก็อันที่ ๓ ด้านพลังงาน วัสดุ และเคมีชีวภาพ เช่น รถโดยสารไฟฟ้าจากองค์ความรู้ นักวิจัยไทยที่ร่วมพัฒนาโดยเอกชน แล้วก็ ๔ ด้าน Digital แล้วก็เทคโนโลยี Traffy Fondue ด้านพลังงานคือรถโดยสารไฟฟ้าที่ถูกค้นมานี้เขาก็เอามาแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับขนส่ง มวลชน เช่น การไม่ครอบคลุมต่างจังหวัด การที่ใช้รถเมล์ทดแทนเนื่องจากความต่อเนื่องของ สัมปทาน หรือแม้กระทั่ง Idea เรื่องรถไฟฟ้าเพื่อลดปัญหามลภาวะฝุ่นควัน PM2.5 สวทช. เขาก็มีการพัฒนารถไฟฟ้า ๔ คัน แล้วก็มีการดัดแปลงรถ ขสมก. ใช้แล้ว แล้วก็มีโครงการ นำร่องที่สามารถลดต้นทุนการนำเข้ารถใหม่กว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หรือว่าราวประมาณ ๗ ล้านบาทต่อคัน แล้วก็ไปพัฒนาร่วมกับเอกชน ผมพูดไปพูดมา ท่านประธาน ขออภัย เริ่มเหมือนโฆษก อว. โฆษก สวทช. แต่ไม่ใช่นะครับ คือผมพยายามชี้ให้เห็นความสำคัญของ วิทยาศาสตร์ Traffy Fondue ที่ประชาชนใช้แจ้ง อันนี้ก็เป็นการพัฒนาระบบที่เป็น Chatbot ก็ดี การตอบโต้ผู้แจ้งหรือการวิเคราะห์ส่งต่อปัญหาไปยังหน่วยงานที่ใช้ในการ แก้ปัญหา ไม่ใช่มีเฉพาะ กทม. เดี๋ยวนี้ท้องถิ่นก็เริ่มใช้แล้ว ระบบดี ๆ แบบนี้ สวทช. เขาก็ทำ อันนี้คือผมชี้ให้พี่น้องประชาชนเห็น บางคนอาจจะเดินไปถามแม่ค้าในตลาด พ่อค้าอะไร ก็อาจจะไม่รู้ สวทช. ทำอะไร นอกจากนี้ก็ยังดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อคำนวณชั้นสูง แล้วก็ สวทช. เองเขาก็ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ด้วย Supercomputer เพราะว่าปัจจุบันนี้เราก็รู้ว่ามันต้องการใช้ข้อมูลในการขับเคลื่อนมหาศาล แล้วก็พัฒนา ความรู้หลายอย่างจากข้อมูลจำนวนเยอะนี้ ท่านประธานครับ ผมชวนดูผลงานอีกอันหนึ่ง ก็คือศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเขาก็ออกแบบแล้วก็ผลิตเพื่อลดวงจร อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถนำไปบรรจุใช้ในคอมพิวเตอร์แบบพกพา มือถืออะไรอย่างนี้ นี่ก็คือ บทบาทที่ผมฉายให้เห็น แต่ท่านประธานครับ การสนับสนุนของภาครัฐเราไม่เห็นในแง่มุมของ การที่จะให้ความสำคัญเลย งบประมาณด้านนี้กลับลดลง โดยที่ผมดูจากข้อสังเกตจาก งบการเงินนะครับ เปรียบเทียบปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ก็จะพบว่า สวทช. มีรายได้รวมลดลง ๙๖๔ ล้านบาท และเมื่อพิจารณารายละเอียดก็จะเห็นว่ารายได้จากงบประมาณก็ลดลงด้วย ปี ๒๕๖๔ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๖๕ ๔,๙๐๐ ล้านบาท ลดลงประมาณ ๒๓๐ ล้านบาท แล้วก็ทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจว่าการที่ สวทช. ได้รับเงินอุดหนุนโครงการวิจัยลดลงจาก ปี ๒๕๔๔ ๑,๙๐๐ กว่าล้านบาท เหลือ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ หายไป ๙๐๐ ล้านบาท อยู่กันได้อย่างไรองค์กรนี้ เป็นไปได้อย่างไรครับท่านประธาน สวทช. เป็นหน่วยงานหลัก ในการวิจัยและพัฒนาของประเทศแต่กลับได้รับส่วนของวิจัยลดลง จะเห็นว่าสถานการณ์ ของงบประมาณในปี ๒๕๖๗ ที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกับงบประมาณที่รายงานมาในฉบับที่กำลัง อภิปรายอยู่จะเห็นว่าก็มีการปรับลดในปี ๒๕๖๕ กลายเป็นฐานงบประมาณ ๓ ปี ก็คือ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ จากการพิจารณาสัดส่วนของงบประมาณของ สวทช. นี้ ในปี ๒๕๖๗ ที่กำลังพิจารณาจัดสรรอยู่นี้ก็อยู่ในลำดับ ๙ ของหน่วยงานภายใต้ อว. ทั้งหมด จึงอยากตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยเราให้ความสำคัญกับการวิจัยมากน้อยเพียงใด ซึ่งอันนี้ เป็นสัญญาณที่น่ากังวล เนื่องจากประเทศไทยเราต้องการความก้าวหน้าและการแข่งขัน ในเวทีโลก การลงทุนในการวิจัยและการพัฒนาเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน แล้วก็การลด งบประมาณแบบนี้มันจะส่งผลต่อการพัฒนาและการแข่งขันประเทศในระยะยาวไหม เดี๋ยวท่านผู้ชี้แจงช่วยบอกหน่อยว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปท่านจะทำอย่างไร ท่านประธาน ผมอยากชวนดูในเรื่องของการสนับสนุนงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศนิดหนึ่ง ขอสัก ๒ นาทีไม่เกินครับท่านประธาน ประเทศที่มีการเติบโตในเศรษฐกิจระดับสูงนี้เขาจะมี กลุ่มองค์กรความร่วมมือและพัฒนาด้านเศรษฐกิจ OECD เขาก็ให้ความสำคัญในการจัดสรร งบประมาณในการลงทุนเกี่ยวกับนโยบายด้านวิจัย หรือ R&D ในปี ๒๕๖๔ จะอยู่ที่ ๔.๗ เมื่อเทียบกับ GDP หรือว่าอย่างที่อิสราเอลเขาลงทุนด้านการวิจัย ๕.๖ เปอร์เซ็นต์ เกาหลีใต้ ๔.๙ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒ ประเทศที่ลงทุนกับ R&D มากที่สุดในโลก ในกลุ่ม OECD แต่ประเทศไทยผมไปคำนวณมาอยู่ที่ ๑.๓๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น สะท้อนว่าประเทศไทย ให้ความสำคัญกับงานวิจัยมากน้อยแค่ไหน มัวแต่ไปซื้ออาวุธให้กองทัพอยู่นั่น ท่านประธาน ผมอยากจะฝากข้อเสนอถึงกระทรวงและหน่วยงาน สวทช. ผมพยายามสื่อสารทั้งหมดนี้ เพราะอยากจะให้ประเทศไทยลงทุนกับวิทยาศาสตร์มากขึ้น แล้วก็รัฐบาล หน่วยงาน ก็ต้อง พยายามดูแลในเรื่องของการให้ความรู้กับประชาชน แล้วก็สร้างเจตจำนงร่วมกัน ให้ความสำคัญในการสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ที่จะไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์อะไรทำได้ แต่ลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ไม่มี ดังนั้นผมดูตัวเลขของนักวิจัย ๑ ล้านคน ประเทศไทย มี ๒,๐๐๐ คนเท่านั้น ประเทศฟินแลนด์ ๗,๕๐๐ กว่าคน เดนมาร์ก ๗,๖๐๐ กว่าคน เกาหลีใต้ ๘,๐๐๐ กว่าคนต่อสัดส่วนประชากร ๑ ล้านคน น้อยไหมครับ เพราะฉะนั้นก็ฝาก ๓ ข้อเสนอ ๑. ก็คือเพิ่มและกำกับการบริหารจัดการในแง่งบประมาณและทิศทางนโยบายครับ ท่านผู้อำนวยการต้องไป Fight มากกว่านี้ ๒. ก็คือต้องกระตุ้นในการสร้างนวัตกรรมที่ ทะเยอทะยานมากขึ้นครับท่านประธาน และ ๓. ก็คือช่วยบูรณาการพัฒนาระบบการศึกษา ทั้งหมดนี้ก็ขอบพระคุณนะครับ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวหน้า แล้วก็แข่งขันได้อย่างมี ประสิทธิภาพในโลกยุคใหม่ ก็หวังว่าในรายงานปีถัดไปก็จะได้เห็นการพัฒนามากขึ้น ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน